“ดร.ณัฏฐ์” ยกเคส เสียบบัตรแทนกัน ศาลฎีกาสั่งจำคุก สส.ไปแล้ว ไม่รอลงอาญา ระบุ “ส.ก.สีส้ม” มีหนาว สถิติ ป.ป.ช.ไม่เชื่อข้ออ้าง ชี้มูลส่งเชือดทุกราย
กรณีสืบเนื่องจากการประชุมสภา กทม.ครั้งที่ 2/2569 พบว่า ส.ก.พรรคประชาธิปัตย์ จับได้ว่า ส.ก.พรรคประชาชน เสียบบัตรแทนกัน 2 ราย โดยไม่ได้อยู่ในห้องประชุม แต่กลับมีปุ่มไฟสีเขียวและบนจอมีรายชื่อแสดงตนว่ามาประชุมนั้น ทั้งนี้ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะ ว่า การเสียบบัตรแทนกัน พบเห็นในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ก่อนหน้านี้ หากจดจำกันได้ใน ปี55 มีการเสียบบัตรแทนกันของพรรคฝ่ายรัฐบาล โดยขณะนั้นเป็นรัฐบาลของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดย สส.บางราย นำบัตร สส.คนอื่นมาเสียบแทนกันเพื่อให้ครบองค์ประชุมเพื่อพิจารณาร่างกฎหมายการเงินเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศฉบับหนึ่ง ต่อมาศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวตกเป็นโมฆะ อันเป็นผลสืบเนื่องจากไม่ครบองค์ประชุมเพราะเสียบบัตรแทนกัน โดยภายหลังรัฐธรรมนูญ ปี60 ใช้บังคับ พบมีการเสียบบัตรแทนกัน ของ สส.จังหวัดหนึ่งภาคใต้ จำนวน 3 ราย ศาลฎีกาพิพากษาจำคุก ไม่รอลงอาญา
ส่วนการเสียบบัตรแทนกัน ยังมีคดีค้างในศาลฎีกาอีกคดีหนึ่ง เป็นอดีต สส.อุตรดิตถ์ รายหนึ่ง ที่มีรูปทรงหนวดเครา เหมือนเอลวิส เพรสลีย์ พระเอกในตำนาน ถูกกล่าหาว่า เสียบบัตรแทนกันในล็อตรัฐบาลยิ่งลักษณ์ฯ โดยศาลฎีกานัดฟังคำพิพากษาในเดือนกันยายน 2569 ส่วน สส.บางคน บางรายเสียชีวิต บางรายอยู่ระหว่างอุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ซึ่งการเสียบบัตรแทนกัน แนวคำพิพากษาศาลฎีกาวินิจฉัยเป็นบรรทัดฐานว่า เป็นการยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัตรของตนเองไปแสดงตนเพื่อให้ครบองค์ประชุม เป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติกหน้าที่โดยทุจริต
อย่างไรก็ตาม สถานะ ส.ก.ถือข้าราชการการเมืองอื่นตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมือง ตาม บทนิยามคำว่า ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (5) ปรากฏชัดแจ้งในบทนิยาม มาตรา 4 แห่ง พ.ร.ป. ป.ป.ช. โดย ส.ก.ไม่มีสถานะเป็นเจ้าพนักงาน ตาม ปอ.มาตรา 2 (16) การประชุมสภา กทม.ครั้งที่ 2/2569 พบว่า มีการเสียบบัตรแสดงตนแทนกัน โดย ส.ก.พรรคประชาชนไม่ได้อยู่ในที่ประชุม พยานหลักฐานมัดตรงบัตรประจำตัวที่ กทม.ออกให้ไปอยู่ในเครื่องเสียบบัตรได้อย่างไร แม้จะอ้างว่าหลงลืมและเสียบคาไว้ ซึ่งกรณีของ สส.ที่เคยถูกศาลฎีกาเชือด ต่างยกขึ้นอ้าง แต่ประเด็นสำคัญ ตัวไม่อยู่แต่แสดงตนเป็นปุ่มเขียวและฉายภาพในจอมาประชุม แม้จะอ้างเหตุผลต่างๆนานา แม้กล้องถ่ายทอดการประชุมไม่จับไปที่กดบัตร ไม่ว่าตั้งใจหรือไม่ก็ตาม สถิติที่ผ่านมา ป.ป.ช.ไม่เชื่อ ส่งศาลฎีกาเชือดลงโทษทุกราย
ส่วนถอดถอนออกจากตำแหน่ง เป็นอำนาจของประชาชนในการเข้าชื่อและลงคะแนนถอนถอนออกจากตำแหน่ง ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2542 ส่วนการเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 219 , 235(1) วรรคสี่ ไม่นำมาใช้กับสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ตนขอตั้งคำถามว่า ในขณะหาเสียงเลือกตั้ง ส.ก.และผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาชนออกแคมแคมเปญในการรณรงค์หาเสียง โปร่งใส ตรวจสอบได้ ภายหลังได้รับเลือกตั้งแล้ว การเสียบบัตรแทนกัน เป็นแคมเปญหนึ่งหรือไม่ พี่น้องประชาชนใน กทม.สงสัยและฝากถามไปยังพรรคประชาชน ส่วนที่ถามว่า กรณี ส.ก.เสียบบัตรแทนกัน เป็นอำนาจชี้ขาดขององค์กรใด โดยส.ก. ตามระเบียบบริหารกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม เป็นข้าราชการการเมือง เป็นเจ้าพนักงานของรัฐ ตามบทนิยาม พ.ร.ป. ป.ป.ช. มาตรา 4 โดยบทกำหนดโทษบัญญัติไว้ใน พ.ร.ป. ป.ป.ช. มาตรา 172 เป็นอำนาจของ ป.ป.ช. องค์กรอิสระ ส่วนองค์กรตุลาการที่มีอำนาจ คือ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เป็นไปตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบพ.ศ.2559 มิใช่ศาลอุทธรณ์แผนกคดีเลือกตั้ง เพราะมิใช่คดีทุจริตการเลือกตั้งท้องถิ่น



