วันจันทร์ ที่ 17 สิงหาคม 2569

Login
Login

ชำแหละ ‘โกง สว.’ ภาคพิเศษ ฝ่ายค้านเจาะปม ‘กกต.’ ตัวการฮั้ว?

การเปิดโปงกระบวนการ “โกง สว.” ของ “พรรคประชาชน” นำโดย “พริษฐ์ วัชรสินธุ” แม้ถูกรุกกลับจาก “นักการเมืองสังกัดพรรคภูมิใจไทย” และ “สว.สีน้ำเงิน” ผ่านการ “ฟ้องหมิ่นประมาท-กล่าวร้ายทำให้เสียชื่อ” แต่ไม่ได้สั่นคลอน หรือทำให้การเปิดโปงนี้หยุดลง 

ล่าสุด “พริษฐ์” ประกาศผ่านสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมจะเดินหน้าตรวจสอบคดีโกง สว.ต่อ และเตรียมเปิดห้องประชุมในสภาฯ จัดเวที “เจาะลึกหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับ คดีโกง สว. (ภาคพิเศษ)” 

โดยรอบนี้จะนำ “พยานบุคคล” ที่พบเห็นการทำงานของ “กกต.” ขึ้นเวที พร้อมกับ “นักวิชาการ” อาทิ มุนินทร์ พงศาปาน , ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ และนันทวัฒน์ ศักดิ์สกุลคุณากร ร่วมวิเคราะห์ถึงการทำงานของ “คณะกรรมการการเลือกตั้ง” ที่ผ่านมา เกี่ยวกับการเลือก สว. เมื่อปี 2567 ในวันนี้ (4 ส.ค.69)

หลังจากก่อนหน้านี้ “ฝ่ายค้าน” เปิดเส้นทางการฮั้ว ทั้งการจัดตั้ง จ้างคนลงสมัคร รวมพลตามศูนย์ทำโพย ก่อนการเลือกระดับประเทศ และเลือกตามโพยใบสั่ง ทำให้ กกต.ถูกตั้งคำถามต่อการทำหน้าที่พิจารณาคดี ตรงไปตรงมาหรือไม่

ชำแหละ ‘โกง สว.’ ภาคพิเศษ ฝ่ายค้านเจาะปม ‘กกต.’ ตัวการฮั้ว?

ยิ่งมีพฤติกรรมของแกนนำรัฐบาล ทั้งส่วนของพรรคภูมิใจไทย รวมถึง “สว.สีน้ำเงิน” ที่พาเหรดฟ้องคนที่เปิดโปงข้อมูล เพื่อหวัง ปิดปาก ทำให้ “กกต.” กลายเป็นส่วนที่ถูกเพ่งเล็งอย่างสำคัญ

ดังนั้นการเปิดเวทีรอบที่ 3 ของ “ฝ่ายค้าน” เพื่อเปิดหลักฐาน โดยเน้นไปที่การทำงานของ “กกต.” จึงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาว่า จะมีข้อมูลอะไร ที่ตอกย้ำให้เห็นถึงความไม่ไว้วางในของ “องค์กรอิสระ” ที่ปัจจุบันมีกรรมการเสียงข้างมาก ได้รับความเห็นชอบจาก “สว.สีน้ำเงิน”

ก่อนเริ่มเวทีวันนี้ “ฝ่ายค้าน” และเครือข่าย เช่น กลุ่มไอลอว์ ได้ใช้พื้นที่ “เปิดหลักฐาน” โดยเฉพาะการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต.ในการรับรองผู้สมัคร ที่คลาดเคลื่อน-ไม่สะท้อนอาชีพจริง ให้ผ่านไปสู่การรับเลือกเป็น “สว.” ที่หลายกรณีเป็นปมคาใจ

ทั้งกรณีคุณสมบัติของ “แดง กองมา” อดีตแม่ค้าขายเนื้อหมู และ “สมพาน พละศักดิ์” อดีตพ่อค้าขายก๋วยเตี๋ยว ปัจจุบันเป็น “สว.” จากอำนาจเจริญ ผ่าน “ยิ่งชีพ อัชฌานนท์" ผู้อำนวยการไอลอว์ ที่ยื่นใบสมัครผิดกลุ่ม ไม่สะท้อนอาชีพจริง ทว่า กกต.รับรองคุณสมบัติให้ผ่านเป็นผู้สมัคร สว.ได้ หรือกรณี “สว.ปราณีต เกรัมย์” ที่แม้ลงนามรับรองข้อมูลในใบแนะนำตัวที่คลาดเคลื่อน แต่กกต.ยังประทับตรารับรองให้เดินหน้าสู่การเลือก

ชำแหละ ‘โกง สว.’ ภาคพิเศษ ฝ่ายค้านเจาะปม ‘กกต.’ ตัวการฮั้ว?

โดย “พริษฐ์” ได้ตั้งคำถามผ่านสื่อสังคมออนไลน์ด้วยว่า “กกต. ปฏิบัติหน้าที่ หรือมีมาตรฐานอย่างไร เรื่องคุณสมบัติ” 

หากย้อนความไปก่อนหน้านั้น มี สว.อย่างน้อย 2 คน ที่ขาดคุณสมบัติ ซึ่งศาลฏีกาตัดสินให้พ้นจากความเป็น สว. คือ พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย ที่ใช้ตำแหน่งทางวิชาการที่ไม่ตรงกับความจริง คือ ตำแหน่ง “ศาสตราจารย์” ซึ่งเขียนไว้ในในเอกสารแนะนำตัว (สว.3) เพื่อชักจูง เข้าข่ายหลอกหลวง ให้เกิดความเข้าใจผิด และเป็นเจตนาการทุจริตเลือกตั้ง สว. ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. มาตรา 77

ชำแหละ ‘โกง สว.’ ภาคพิเศษ ฝ่ายค้านเจาะปม ‘กกต.’ ตัวการฮั้ว?

แม้ว่าเรื่องของ “พญ.เกศกมล” จะไม่เกี่ยวข้องกับ คุณสมบัติ-ลักษณะต้องห้าม ตามกฎหมายที่ “กกต.” ต้องกำกับดูแล แต่การปล่อยผ่านการตรวจสอบระดับเข้ม จนมีผู้ร้องต่อศาลฏีกา และมีคำพิพากษา “ตัดสิทธิทางการเมือง” และต้องพ้นจากตำแหน่ง สว.ถือเป็นสิ่งที่ต้องตั้งคำถามต่อมาตรฐานการทำงานของ กกต.

หรือกรณีของ “สมชาย เล่งหลัก” ที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง พิพากษา “ทุจริตเลือกตั้ง” เมื่อครั้งเป็นผู้สมัคร สส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย แม้คดีนี้จะเกิดขึ้นก่อนลงสมัคร ทำไมถึงปล่อยผ่าน “คนมีคดีร้ายแรง-ที่เกี่ยวกับเลือกตั้ง” เข้าสู่การเลือก สว. ได้

นอกจากนั้นแล้ว ในกรณี “ผู้สมัคร สว. ไม่ตรงปก-คุณสมบัติไม่เหมาะสม” และกระบวนการเลือก สว. ที่ส่อว่า ขาดการกำกับให้เป็นไปตามกฎหมาย ยังเคยถูกยกขึ้นมาวิพากษ์-วิจารณ์ ในที่ประชุมวุฒิสภา ชุดที่มี “พรเพชร วิชิตชลชัย” ในช่วงท้ายของวาระ จนนำไปสู่การตั้ง “กรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาตรวจสอบการเลือก สว.” ที่มี “สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย” เป็นประธาน

ชำแหละ ‘โกง สว.’ ภาคพิเศษ ฝ่ายค้านเจาะปม ‘กกต.’ ตัวการฮั้ว?

ทั้งนี้ ในรายงานการประชุมของ กมธ.ตรวจสอบการเลือก สว. มีบันทึกไว้ช่วงหนึ่ง จากการนำเสนอข้อมูลของ “สมชาย แสวงการ” ว่า ได้รับข้อมูลจากผู้สมัคร และประชาชนหลายภาคส่วนที่ส่งให้ ใน กมธ.สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา แสดงให้เห็นความผิดปกติ และความไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับการเลือก สว. ทำให้มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า การเลือก สว. อาจเป็นไปไม่ถูกต้อง ไม่สุจริต และไม่เที่ยงธรรม ได้แก่ 

1.ข้อมูลผู้สมัครรับเลือกเป็น สว. หลายคน เมื่อตรวจสอบจากใบสมัคร มีประเด็นน่าสงสัยว่าคุณสมบัติไม่ตรงกับกลุ่มอาชีพที่สมัคร เช่น มีพนักงานรักษาความปลอดภัยประจำตำแหน่งท่องเที่ยว ลงสมัครกลุ่มท่องเที่ยว พนักงานนวด ลงสมัครกลุ่มสาธารณสุข ผู้ประกอบอาชีพทำนา ลงสมัครกลุ่มศิลปะ วัฒนธรรม ดนตรี โดยอ้างว่า พูดภาษาส่วยที่เป็นภาษาท้องถิ่นได้

“พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือก สว.กำหนดให้ สว.มาจากการเลือกกันเอง จากบุคคลที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ อาชีพ หรือทำงาน เคยทำงานด้านต่างๆ ที่หลากหลายของสังคม และมีลักษณะในทำนองเดียวกัน ให้มีความหมายกว้าง แต่สิ่งที่ กกต.ออกประกาศ เรื่อง การมีลักษณะอื่นๆ ในทำนองเดียวกัน ทำให้ขยายกลุ่มอาชีพที่กว้างมากขึ้น ทำให้เกิดปัญหาความคลุมเครือที่เกิดขึ้นในการจัดกลุ่มอาชีพให้ตรงกับผู้สมัคร”

2.มีการรวบรวม จัดตั้งกลุ่มบุคคลเพื่อสมัคร และเลือกคนที่ตนเองต้องการ แต่ผู้สมัครไม่ประสงค์จะได้รับเลือกเป็น สว. 

3.มีการจัดงานเลี้ยง ก่อนวันรับสมัครรับเลือกเป็น สว. และหลังการเลือกระดับจังหวัด 

4.มีหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอ ที่อ้าง และกล่าวหาว่ามีรัฐมนตรีที่เป็นสามีอดีตข้าราชการรัฐสภา จ่ายค่าตอบแทนหลักเลือก สว.ระดับอำเภอ และซักซ้อมจ่ายค่าตอบแทน 1,000 บาท และสิ้นสุดวันคัดเลือกจะจ่ายอีก 1,000 บาท โดยให้โหวตคะแนนผู้ที่ต้องการให้รับเลือกเป็น สว.

แม้ กมธ.วิสามัญ ชุดนี้ จะไม่ทันได้ตรวจสอบข้อร้องเรียน หรือเรียกพิสูจน์หลักฐานใด เพราะหลังจากการประชุมครั้งแรกแล้วเสร็จ ในช่วงวันที่ 9 ก.ค.2567 ในวันเดียวกับที่นัดประชุมครั้งที่สอง วันที่ 11 ก.ค.69 กกต.เลือกประกาศรับรอง “สว.ชุดใหม่” ทันที เท่ากับว่า กมธ.ชุดนี้ต้องยุติบทบาทลง

อย่างไรก็ดี การขับเคลื่อน เพื่อขอให้ “กกต.” หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิสูจน์ให้เห็นว่า “การเลือก สว.” ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ครั้งแรก เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายหรือไม่ ยังคงทำมาอย่างต่อเนื่อง เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า ด้วยการออกแบบให้ “สว.” ที่มาจากการเลือกกันเอง และกำหนดให้ต้องมี “บัญชี สว.สำรอง” เพื่อแทนตัวจริงที่พ้นตำแหน่ง ระหว่างที่ “สว.” ยังไม่หมดวาระ ย่อมมีคนที่ได้ประโยชน์ เสียประโยชน์ และหวังประโยชน์

ในขณะเดียวกัน กับที่ “ฝ่ายค้าน” เปิดข้อมูลโกงฮั้ว สว. ภาคพิเศษ “คณะ สว.สำรอง และอดีตผู้สมัคร สว.” นำโดย อัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล จะสร้างปรากฏการณ์ "หยุดขบวนการล้มล้างการปกครอง จากคดีโกง สว.” เพื่อส่งเสียงถึง “กกต.” ให้ทำงานเพื่อประชาชน แทน “รับใช้ใครบางคน”

ต้องจับตาวาระนี้อีกครั้ง เพราะเมื่อ “ฝ่ายค้าน” เปิดหน้าชนกับ “ระบอบน้ำเงิน” เพื่อหวังทลายการรวบอำนาจ โดยมีเครือข่ายภาคประชาชนสนับสนุน ขณะเดียวกัน “สว.บัญชีสำรอง” ที่เป็นผู้มีส่วนได้-ส่วนเสีย ก็เข้าร่วมวง เท่ากับว่า เกมนี้มีสิ่งที่เป็น “อำนาจ-ตำแหน่ง” วางไว้เป็นเดิมพัน 

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์