วันศุกร์ ที่ 31 กรกฎาคม 2569

Login
Login

‘น้ำเงิน’ปรับแทคติกสู้โกง สว. จับตา กกต.เลื่อนชี้ชะตา ก.ย.

กำลังเป็นปมร้อนที่สังคมจับตา “คดีโกง สว.” กำลังเข้าสู่จุดไคลแม็กซ์สำคัญ เพราะสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกเอกสารข่าวยืนยันว่า การลงมติชี้ขาดคดีนี้ จะเกิดขึ้นในช่วงสิ้นเดือน ส.ค.2569 หรืออีกประมาณ 1 เดือนนับจากนี้

ท่ามกลางสงครามข้อมูลข่าวสารจาก “ฝ่ายค้าน” ผนึกกำลังกับโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์ ไล่เปิดโปงพฤติการณ์ “โกง สว.” เรียงคน ตั้งแต่ “เป๋า ยิ่งชีพ อัชฌานนท์” ผอ.ไอลอว์ เปิดชื่อ “9 รัฐมนตรีสีน้ำเงิน” เข้าไปพัวพันกับเรื่องนี้ 

ถัดมา “พริษฐ์ วัชรสินธุ” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ขยายแผลต่อเนื่อง ตั้งคำถามกับ 5 รายชื่อ ระดับ “หัวแถวสีน้ำเงิน” มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน

โดย “ไอติม พริษฐ์” รวบรวมข้อมูลข้อเท็จจริงจากหลายภาคส่วน แบ่งการทำงานของ “ขบวนการโกง สว.” ออกเป็น 5 ฉาก หรือขั้นตอนสำคัญ ได้แก่ 

1 “วางแผน” แบ่งทีม ยึดวุฒิสภา (ก่อน พ.ค. 2567) 2. “จัดตั้ง-จ้างคน” มาสมัคร เพื่อให้ผ่านระดับอำเภอ-จังหวัด (พ.ค.-มิ.ย. 2567) 3. รวมพลตาม “ศูนย์ทำโพย” ก่อนการเลือกระดับประเทศ (24-25 มิ.ย. 2567) 4. เลือกตาม “โพยใบสั่ง” ในการเลือกระดับประเทศ (26 มิ.ย. 2567) และ5. “ปฐมนิเทศ” สว. ใหม่ ก่อนเริ่มงาน & เลือกประธาน (ก.ค. 2567)

สำหรับรายชื่อของ “บิ๊กเนมสีน้ำเงิน” ที่ถูกตั้งคำถามว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องหรือพัวพันในเรื่องนี้หรือไม่นั้น “พริษฐ์” เปิดมา 5 ชื่อ ไม่ว่าจะเป็นรายของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย “ทรงศักดิ์ ทองศรี” รองนายกฯ “สุขสมรวย วันทนียกุล” รมต.ประจำสำนักนายกฯ “ศุภชัย โพธิ์สุ” อดีตรองประธานสภาฯ และ “สมเกียรติ เลียงประสิทธิ์” บ้านใหญ่สตูล บิดา “วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์” รมช.มหาดไทย (มท.4)

มีการไล่เรียงพฤติการณ์-เส้นทางการเงิน ตั้งแต่ระดับ“เบี้ย” ไปจนถึง “ขุน” และสายสัมพันธ์โยงใยไปถึง “บิ๊กเนมนักเลือกตั้ง” หรือไม่?

ยกตัวอย่าง กรณีของ “อนุทิน” ที่ถูกกล่าวหาว่า เดินทางไปโรงแรมพูลแมน ย่านซอยรางน้ำ เพื่อพบปะกับ สว.ป้ายแดง จนล่าสุด “เสี่ยหนู” ให้สัมภาษณ์สื่อยอมรับว่า เคยเดินทางไปโรงแรมพูลแมนจริง แต่ไม่เคยร่วมประชุม หรือหารืออะไรกับ สว.ทั้งนั้น และยืนยันเดินหน้าฟ้องหมิ่นประมาทกับ “เป๋า ยิ่งชีพ” ผอ.ไอลอว์ ในเรื่องนี้

ขณะที่ “สุขสมรวย” รมต.ประจำสำนักนายกฯ มีรายงานว่า เดินเรื่องฟ้องข้อหาหมิ่นประมาท “เป๋า ยิ่งชีพ” กับพวก ในพื้นที่ จ.อำนาจเจริญ ซึ่งเป็นฐานเสียงของเธอเรียบร้อยแล้ว 

นอกจากนี้ ไม่ว่าจะเป็น “ภราดร-กรวีร์ ปริศนานันทกุล” 2 พี่น้องบ้านใหญ่อ่างทอง ก็มีแววว่าจะเดินหน้าฟ้องหมิ่นประมาทในเรื่องนี้เช่นกัน

เงื่อนปมที่น่าสนใจ สำนักงาน กกต.ดำเนินการไต่สวนรวบรวมข้อเท็จจริงมาราว 2 ปีเศษ ผ่านคณะกรรมการฯ 2 ชุด ได้แก่ คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ส่วนกลาง ชุดที่ 26 มีการแจ้งข้อกล่าวหากับบุคคล 229 ราย มีส่วนพัวพันใน “คดีโกง สว.” แบ่งเป็น 138 สว.ชุดปัจจุบัน และ 91 นักเลือกตั้ง ในจำนวนนี้ปรากฏ “นักการเมืองสีน้ำเงิน” เข้าไปพัวพันหลาย 10 ราย และมีระดับ “รัฐมนตรีปัจจุบัน” รวมอยู่ด้วยนับ 10 ราย

ทว่ากระบวนการทำท่าจะถึงทางตัน พลันที่ “อิทธิพร บุญประคอง” อดีตประธาน กกต.ลงนามคำสั่งทิ้งทวนก่อนหมดวาระ แต่งตั้งคณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯ ชุดที่ 36 ขึ้นมาพิจารณาสำนวนการไต่สวนของคณะกรรมการฯ ชุดที่ 26 โดยสุดท้ายมีกระแสข่าวสะพัดว่า คณะอนุกรรมการฯ ชุดที่ 36 นี้ ลงมติด้วยเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 ชี้ขาดว่า ผู้ถูกกล่าวหาคดีโกง สว.ทั้ง 229 ราย ไม่มีความผิด ก่อนจะชงเรื่องไปยังเลขาธิการ กกต. เพื่อส่งไปยังที่ประชุม กกต.ชุดใหญ่ พิจารณาลงมติอยู่ในตอนนี้

โดยที่ประชุม กกต.ชุดใหญ่ เดินหน้าพิจารณาเรื่องดังกล่าวทุกวันจันทร์ โดยเหลือการประชุมอีกเพียง 4 นัด และคาดว่าจะลงมติได้ภายในสิ้นเดือน ส.ค.นี้ 

ทว่าล่าสุด มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างกันว่า ที่ประชุม กกต.ชุดใหญ่ อาจขอขยายเวลาการพิจารณาเพื่อลงมติชี้ขาด “คดีโกง สว.” ออกไปอีก 1 เดือน โดยจะสิ้นสุดภายในเดือน ก.ย.

เนื่องด้วยพยานหลักฐานยังไม่เพียงพอ จึงต้องการให้ทุกกระบวนการของพยานหลักฐานในแต่ละประเด็นเเล้วเสร็จครบถ้วน สามารถขยายเวลาเวลาได้ตามความจำเป็น

ประเด็นนี้น่าสนใจ เพราะเดิมทีคดีโกง สว.กำลังเดินทางใกล้ถึงจุดสิ้นสุด ซึ่งหลายฝ่ายคาดการณ์ว่า “ตัวการใหญ่” ผู้อยู่เบื้องหลังขบวนการนี้ อาจรอดพ้นบ่วงกันเกือบหมดทุกคน และเอาผิดได้แค่ระดับ “ปลาซิวปลาสร้อย” ที่เส้นทางเงินสาวไปถึง

แม้แต่ “สว.สีน้ำเงินอ่อน” อีกประมาณ 15 คน ซึ่งถูก “พริษฐ์ วัชรสินธุ” เปิดโปงไปในเวทีเปิดโปงพฤติการณ์ “โกง สว.” ของพรรค ปชน.ทั้งภาคแรก-ภาคสอง เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็อาจต้องร้อน ๆ หนาว ๆ เพราะอาจถูกส่งโรงเชือด สังเวยในคดีนี้ เพื่อตัดตอนไม่ให้ถึง “บิ๊กสีน้ำเงิน” ก็เป็นไปได้

ฟากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่สอบสวนประเด็น “อั้งยี่-ฟอกเงิน” จากการ “โกง สว.” อย่างเข้มข้นในยุค “รัฐบาลสีแดง” กลับอ่อนกำลังลงอย่างมากใน “ยุคสีน้ำเงิน” แม้ว่าจะมีพยานหลักฐานจำนวนมาก โดยเฉพาะเส้นทางเงิน เชื่อมโยงหลายสิบจังหวัดที่เกี่ยวข้องก็ตาม แต่ว่ากันว่า สุดท้ายดีเอสไอ รอให้ กกต.ชี้ขาดเรื่องนี้ให้เรียบร้อยเสียก่อน จึงจะเดินหน้าทำอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปได้

แต่จากการเปิดโปงของ “ไอลอว์” ผนึกกำลังกับ “ปชน.” ไล่เรียงพฤติการณ์ อ้างอิงพยานหลักฐาน และเส้นทางการเงิน อาจทำให้รูปเกมเปลี่ยนแปลงออกไป เนื่องจากพยานหลักฐานถูกเปิดโปงออกมาให้ประชาชนเห็นกันเกือบหมดแล้วว่า แต่ละคนมีพฤติการณ์เป็นอย่างไร

ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ “บิ๊กน้ำเงิน” จะ “เปลี่ยนแทคติก” เดินหน้าไล่ฟ้องบุคคลที่อ้างชื่อถึง ในขณะเดียวกับ กกต.เดินเกม “ยื้อ” ขยายเวลาการลงมติคดีนี้ออกไป เพื่อรับฟังพยานหลักฐานให้เรียบร้อยครบถ้วน พร้อมๆ กับมีการเปิดเผยคำวินิจฉัยของ กกต.ชุดใหญ่ ในคดีโกง สว.ระดับจังหวัดหลายคน ที่ “ยกคำร้อง” พ้นข้อครหาไป

ยกตัวอย่าง กรณีล่าสุด 2 สว.อำนาจเจริญ ที่ถูกกล่าวหาว่า อาจมีคุณสมบัติไม่ครบถ้วน พลันที่ “ยิ่งชีพ” เปิดเรื่องนี้ ผ่านไปเพียง 1 วัน กกต.ก็เผยแพร่คำวินิจฉัย “ยกคำร้อง” ออกมาทันที เป็นต้น

สาเหตุประการสำคัญที่ว่ากันว่า “องคาพยพสีน้ำเงิน” ไม่อยากให้เรื่องนี้ขึ้นสู่ศาลนั้น เป็นเพราะว่า “ฝ่ายตุลาการ” ไม่ชอบพฤติการณ์ในเรื่อง “โกง สว.” มาตั้งแต่ต้น และอาจไม่ยอม “รอมชอม” เรื่องนี้กับฝ่ายใด เดินหน้าตัดสินคดีอย่างยุติธรรม 

ดังนั้นหากเรื่องนี้ขึ้นสู่กระบวนการในชั้นศาลแล้ว ยากที่จะเกิด “มวยล้มต้นคนดู” เกิดขึ้นได้

สิ่งที่ต้องจับตาอีก 2 เดือนถัดจากนี้คือ ช่วงโค้งสุดท้ายของจริงใน “คดีโกง สว.” จับตาแทคติก “สีน้ำเงิน” ยื้อสุดชีวิต เพื่อเคลียร์ปมนี้ให้ลงตัวก่อนที่ประชุม กกต.ชุดใหญ่จะลงมติ จะมีทิศทางออกมาอย่างไร 

ฟาก “พรรคส้ม-ไอลอว์” จะแก้หมากเกมนี้ได้มากน้อยแค่ไหน ต้องติดตาม