เวทีเปิดโปง “โกง สว.” ภาคแรก และภาคสอง ของพรรคประชาชน ในฐานะแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่ผ่านมานอกจากจะเปิดข้อมูล - การแกะรอยของ “ขบวนการจัดตั้ง-โกงเลือกสว.” ตั้งแต่ระดับอำเภอ-ระดับจังหวัด และระดับประเทศ ที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองในสังกัดพรรคภูมิใจไทย
ยังมีข้อมูลที่ถูกฉายให้สังคมได้เห็นจากร่องรอยที่ซ่อนไว้ ในเรื่องราวระหว่างบุคคลที่เป็น “พยานคดีโกงสว.” เมื่อครั้งยังเป็น “ผู้สมัคร สว.” ที่ผ่านเข้ารอบระดับประเทศ เข้าไปปรากฏตัวในสถานที่ต่างๆ ที่ “พริษฐ์ วัชรสินธุ” ประธานวิปฝ่ายค้าน ระบุว่าเป็นเรื่องราวในฉากรวมพลตามศูนย์ “ทำโพย” ก่อนการเลือกระดับประเทศ เมื่อ 24-25 มิ.ย. 2567 และ ฉากจัดตั้ง-จ้างคนมาสมัคร เพื่อให้ผ่านระดับอำเภอ-จังหวัด ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นช่วงเดือน พ.ค.-มิ.ย.2567
โดยมี สว.ปัจจุบันที่ถูกอ้างถึง ประกอบด้วย 1.สรชาต วิชย สุวรรณพรหม สว.หนองบัวลำภู 2.วุฒิชาติ ที่ “สนั่นชัย ช่วยอุดมวิจิตร” อดีตผู้สมัคร สว.หนองบัวลำภู เปิดข้อมูล 3. สากล พูลศิริกุล 4.สิทธิกร ธงยศ 5.สมหมาย ศรีจันทร์ สว.จากนครพนม 6. พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา 7. นงลักษณ์ ก้านเขียว สว.จากสุโขทัย 8.ณัฐกิตติ์ หนูอด 9.เดชสิทธิ์ ชูแก้ว 10.สมศักดิ์ จันทร์แก้ว สว.จากนครศรีธรรมราช 11.นิพนธ์ เอกวานิช สว.จากภูเก็ต 12.นพ.เปรมศักดิ์ เพียรยุระ 13.พรเพิ่ม ทองศรี และ 14.ประพนธ์ ตั้งศรีเกียติกุล
ยังไม่นับ “มงคล สุระสัจจะ” ประธานวุฒิสภา ที่ถูกเผยให้เห็นจากคลิปวันเลือก สว.ระดับประเทศ ที่ยื่นกระดาษให้เจ้าหน้าที่ กกต.ที่เดินเข้ามาริบโพย และกล่าวตักเตือน ให้เลือกด้วยความสุจิต ซึ่งเจ้าตัวเลือกไม่ให้ข้อมูลใดๆ หลังที่ถูกพาดพิง และถูกเปิดหน้าให้เห็นว่าเป็น ชายที่ส่งกระดาษที่คาดว่าจะเป็น “โพยเลือกสว.”
แม้ว่าข้อมูล-หลักฐาน ที่ “ฝ่ายค้าน” เปิดโปง จะยังไม่ชี้ชัดว่า สว. ทั้ง 15 คน มีส่วนร่วมในระดับเป็นหัวขบวนหรือไม่ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า การถูกนำชื่อมาเปิดเผยต่อสาธารณะ ย่อมมีผลกระทบอย่างยิ่งทั้งต่อความน่าเชื่อถือในการปฏิบัติหน้าที่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่มี “มาตรฐานจริยธรรม” กำกับอย่างเข้มข้น
แม้ว่า “มาตรฐานจริยธรรม” จะไม่มีบทกำกับย้อนหลังก่อนที่ได้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ แต่ในแง่การพิสูจน์ความ “สุจริตของการเข้าสู่ตำแหน่ง” เป็นสิ่งที่ถูกจับตาจากฝ่ายค้าน ที่จะหยิบยกมาใช้ในโอกาสเหมาะสมหลังจากนี้
ในอีกฟากของ “สว.” ที่ถูกเอ่ยชื่อถึง ส่วนใหญ่ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูล ตอบโต้ เพราะมองว่าเป็นเรื่องที่ “กกต.” อยู่ระหว่างตรวจสอบคดีฮั้ว สว. และที่ผ่านมา เคยเข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ไปทั้งหมดแล้ว อย่างไรก็ดี สิ่งนี้เคยเป็นแนวปฏิบัติที่ถูก “รีโมต” มาจากคีย์แมนสว.สีน้ำเงิน ตั้งแต่ “คดีฮั้ว สว.” ถูกเปิดประเด็น โดยให้ “สว.ในสังกัด” รูดซิปปาก เพื่อไม่ให้ถูกขุด ถูกสาวไปถึงตัวบุคคลสำคัญ
ทำให้ปรากฏการณ์ของเรื่อง “ฮั้ว สว.” จากฝั่ง สว. ถูกปิดเงียบ แม้ว่า “สว.ฝ่ายตรงข้าม” และ “ฝ่ายค้าน” จะพยายามโยงประเด็นตีกระทบสักเพียงใด
ทว่า ช่วงนี้ฝ่ายค้านขยาย ขยี้ประเด็นอย่างต่อเนื่อง ก็เพื่อไม่ต้องการให้คดีนี้ เงียบหายไปจากกระแสสังคม ที่สำคัญยังจำเป็นต้องเปิดหน้า “นักการเมืองสีน้ำเงิน” เพื่อหวังให้ได้รับคำชี้แจง และมีการเจาะจงเฉพาะตัวมากขึ้น
ล่าสุด สว.“สรชาติ วิชย สุวรรณพรหม” ออกมาเคลียร์ตัวเอง หลังถูกอดีตผู้ช่วย "สนั่นชัย ช่วยอุดมวิจิตร” พาดพิงว่า มีส่วนร่วมจัดตั้งกลุ่มฮั้วสว. โดยให้สัญญาว่าจะให้เงิน-ให้ตำแหน่ง พร้อมมีเส้นเงินมาแสดง
สรชาติ ยืนยันว่า ตนเองไม่ใช่หัวขบวนจัดตั้งเลือกสว. ในพื้นที่ จ.หนองบัวลำภู แต่มีบุคคลอื่นที่เป็นผู้จัดตั้ง เป็นเครือข่าย-กลุ่มของสนั่นชัย พร้อมย้ำว่า ไม่เคยบอกว่าจะให้เงิน 5 แสนบาท
ส่วนเหตุที่เขาตั้งสนั่นชัยให้เป็นผู้ช่วย สว. เพราะคิดว่าจะช่วยงานในพื้นที่ได้ แต่สุดท้ายไม่เป็นแบบนั้น แถมยัง “รับงานจากกลุ่ม สว.สำรอง” ให้มาใส่ร้าย จึงปลดออกจากตำแหน่ง
“ผมมาโดยอิสระ และเป็นกลางมาตั้งแต่ต้น แต่ที่พยายามโยงให้ผมเกี่ยวข้องกับครูใหญ่ หรือแกนนำพรรคภูมิใจไทย อาจเป็นเพราะเคยมีประวัติร่วมงานการเมืองในอดีต เมื่อครั้งยังอยู่กับพรรคความหวังใหม่ เรื่องที่เขาใส่ร้าย ผมแจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว และเตรียมฟ้องหมิ่นประมาทอีกคดี” สรชาติ ระบุ
กับสิ่งที่ “สว.-พรรคสีน้ำเงิน” ตอบโต้กลับ “เครือข่ายฝ่ายค้าน-พยานคดีฮั้ว” ด้วยการฟ้องดำเนินคดี เพื่อหวังให้ข้อมูลไม่ถูกเปิดไปมากกว่านี้ และสยบคลื่นศรัทธาการเมือง ที่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีกระทบต่อฝ่ายบริหาร และนายกฯอนุทิน
ขณะที่ฉากภายใน “ก๊วนสว.สีน้ำเงิน” ใช่ว่าจะนิ่งเหมือนอย่างเคย แต่มีการวิเคราะห์ฉากทัศน์ของ “คดีฮั้ว สว.” ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของ กกต.ว่า อาจออกมาใน 3 ฉากทัศน์ คือ
1.ยกฟ้องทั้งหมด 2.ส่งฟ้องคดีต่อศาลฎีกาทั้งหมด และ 3.ส่งฟ้องคดีต่อศาลฎีกาบางส่วน โดยเลือกเฉพาะ “สว.สีน้ำเงินอ่อน” เพื่อรักษา “สว.สีน้ำเงินเข้ม”ที่อยู่ใกล้ชิดอำนาจไว้มากที่สุด
โดยเวทีเปิดโกง สว. ภาคสอง “สิริพรรณ นกสวน สวัสดี” นักวิชาการจากจุฬาฯ ที่จับตาคดีโกงสว.-การเลือกตั้ง ประเมินตัวเลข สว.ที่อาจตกเป็นเครื่องสังเวย อยู่ที่ 66 คน ถือเป็น 1 ใน 3 ของสว.ที่มีทั้งหมด เพื่อทำให้สังคมเห็นว่า มีจำนวนหนึ่งที่ถูกส่งฟ้องดำเนินคดี แต่แท้ที่จริงแล้ว กลุ่มสีน้ำเงินยังคงครองเสียงข้างมากทั้งหมดของสภาสูงไว้
ทำให้ “สว.สีน้ำเงินอ่อน” ผู้ที่คาดว่าจะอยู่ในข่าย “เครื่องสังเวย” ต้องขยับตัว เร่งเคลียร์ทางรอด เพื่อแข่งกับเวลาที่ “กกต.” กำหนดปฏิทิน ชี้ขาดคดีโกงเลือก สว.ในช่วง ก.ย.นี้


