ไม่แปลกถ้าอนุทิน ที่ขึ้นชื่อเรื่องสุขนิยม จนถูกนิยามว่ามีลีลาหาตัวจับยากคนหนึ่ง บ้างก็นิยามว่าเป็นนายกฯ สายคอนเทนต์ สร้างความเอนเตอร์เทนได้อยู่เสมอ
KEY POINTS
- อนุทินสร้างประเด็นวิจารณ์จากการร้องเพลง "เถียนมีมี่" ในงานเลี้ยงที่จีน ซึ่งถูกมองว่าขาดความเข้าใจในประเด็นอ่อนไหวทางการเมืองระหว่างประเทศ เนื่องจากเป็นเพลงของศิลปินชาวไต้หวัน
- สไตล์การทูตของอนุทินมีลักษณะเฉพาะตัวที่เน้นการสร้างความสัมพันธ์ส่วนตัวและความประทับใจผ่านดนตรีและกิจกรรมที่ไม่เป็นทางการ เช่น การร้องเพลง "My Way" กับผู้นำมาเลเซีย หรือการพาแขกไปทานอาหารร้านดัง
- ลีลาการทูตแบบ "สุขนิยม" และ "สายคอนเทนต์" ของอนุทินได้รับทั้งเสียงชื่นชมในการสร้างความเป็นกันเอง และเสียงวิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมและขาดความเข้าใจในประเด็นละเอียดอ่อน
ควันหลงในการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน ของอนุทิน ชาญวีรกูล ระหว่าง 16-20 ก.ค.2569 ที่ผ่านมา โดยมีคณะรัฐมนตรี และผู้บริหารภาคเอกชนรายสำคัญของประเทศไทยร่วมคณะ เป้าหมายเพื่อแสวงหาความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และความมั่นคง กระชับความสัมพันธ์ของ 2 ประเทศ ตามนิยามครอบครัวเดียว
การไปเยือนของอนุทินและคณะไปรอบนี้ พี่ใหญ่จีนยังพร้อมอำนวยความสะดวกในการเจรจาฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชา ทั้งที่เพิ่งส่งมอบรถถังให้คู่กรณีไทยไปหมาดๆ ท่ามกลางความไม่มั่นใจในสถานการณ์ชายแดนที่มีโอกาสกลับมาปะทุอีกครั้ง
งานนี้อนุทิน ได้หารือถึงความไม่สบายใจเรื่องดังกล่าวกับสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน โดยได้รับคำตอบกลับมาว่า จีนให้ความมั่นใจในเงื่อนไข ได้มีการตกลงกันว่าจะไม่มีการนำยุทธภัณฑ์เหล่านี้มาก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศไทยอย่างแน่นอน ดังนั้น ประเด็นเศรษฐกิจและความมั่นคง จึงเป็นเรื่องที่ส่งผลต่อไปให้หลายมิติ
อีกไฮไลต์คือ สไตล์การทูตแบบอนุทิน กับการโชว์ลูกคอร้องเพลง เถียนมีมี่ ในโอกาสที่หลี่ เฉียง นายกฯ จีน เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวัน หลังเสร็จภารกิจหารือเต็มคณะ และร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงบันทึกความเข้าใจ (MOU) 15ฉบับ
เสียงชื่นชมในตัวอนุทิน ก็มี เสียงวิจารณ์ก็มาก หนึ่งในนั้นคือทูตรัศม์ ชาลีจันทร์ ที่โพสต์ถึงอนุทิน ว่า เชยมาก ถ้าพอจะมีความรู้ควรรู้ว่า ทางการจีนนั้น ไม่ใช่ว่าเพลงจีนอะไรเขาจะต้องชอบหมด เพลง เถียนมีมี่ ประพันธ์คำร้องโดย จวงหนู นักแต่งเพลงชาวไต้หวันชื่อดัง ขับร้องจนโด่งดังไปทั่วโลกโดยนักร้องระดับตำนาน เติ้งลี่จวิน
ไต้หวัน ก็เหมือนหนามยอกอกของจีน และทางการจีนเขาแอนตี้เพลงของไต้หวัน โดยเฉพาะเพลงที่เขามองว่ามีส่วนสนับสนุนเอกราชของไต้หวัน จำได้ว่าเคยมี รองนายกฯ จีนคนหนึ่งมาเยือนไทยเมื่อราว 20 ปีก่อน ฝ่ายไทยก็อยากเอาใจในงานเลี้ยงอาหารค่ำทางการเลยจัดเพลงจีนดังๆมาให้หลายเพลง แต่ดันเป็นเพลงไต้หวัน รวมทั้งเถียนมีมี่ สักพัก รองนายกฯ จีน ลุกขึ้นขอตัวเดินกลับออกจากงาน
“คราวนี้ผู้นำไทยเอาไปร้องในงานทางการที่จีน มันก็แสดงถึงความอ่อนด้อยความรู้ โดยเฉพาะทางการเมืองระหว่างประเทศ ทางการจีนเขาก็คงกระอักกระอ่วนแต่คงไว้หน้า และให้อภัยในความเปิ่นไม่รู้ของฝ่ายไทย คงเพียงแต่นึกด่าในใจ” ทูตรัศม์ ระบุ
เจอแบบนี่เข้าไป อนุทิน โพสต์สวนทันทีว่า “ชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก อีกใครฟังดนตรีไม่เห็นเพราะ เขานั้นเหมาะคิดขบถอัปลักษณ์”
ก่อนที่ทูตรัศม์ จะโพสต์โต้อนุทิน อีกรอบว่า ไม่ได้ห้ามร้องเพลง แค่บอกว่าที่ไปร้องนั้นมันเปิ่นเชย เพลงเถียนมีมี่เป็นเพลงไต้หวันที่เคยถูกแบน และเติ้งลี่จวิน เป็นลูกสาวของนายทหารใหญ่พรรคก๊กมินตั๋ง ถูกห้ามเข้าประเทศจีน เตือนทีหลังทำการบ้านระวังหน่อย ไม่ใช่นึกอยากจะร้องอะไรก็ร้อง ในทางการต่างประเทศมันมีความละเอียดอ่อนอยู่
“เผอิญผมก็ชอบเล่นดนตรีเช่นกัน และเล่นในแนวบลูส์ ซึ่งเป็นแนวเดียวกับที่ ร.9 ทรงโปรด จึงพอมีดนตรีกาล แต่ไม่ไปเที่ยวร้องให้ดูเป็นคนชอบกลเปิ่นเชยอายเขาเปล่าๆ” ทูตรัศม์ ระบุ
ไม่รู้ว่างานนี้ อนุทิน จะเสียความมั่นใจ หรือยิ่งกระตุ้นแรงขับให้เพิ่มมากขึ้น แต่ที่แน่ท่าทีของกระทรวงต่างประเทศไต้หวัน ระบุ ผิดหวังไทย ออกแถลงการณ์ร่วมจีน สนับสนุนนโยบายหนึ่งประเทศ สองระบบ พร้อมกับระบุว่า ถ้อยคำดังกล่าวเป็นเท็จ บ่อนทำลายอธิปไตยไต้หวัน
ก่อนหน้านี้ อนุทิน มีโอกาสไปเยือนมาเลเซีย ก็ควงไมค์ เป่าแซกฯ ร้องเพลง My Way ของแฟรงก์ ซินาตร้า กับอันวาร์ อิบราฮิม นายกฯ มาเลย์ กอดคอเฮฮากันอย่างสนุกสนาน
ตอนไปเยือนเวียดนาม อนุทิน ก็โชว์ความเป็นคนใส่ใจในรายละเอียด เอาใจเจ้าบ้านด้วยการสวมนาฬิกาที่มีรูปลุงโฮจิมินห์ วีรบุรุษคนเวียดนามบนหน้าปัด
หรือเมื่อการเดินทางเยือนรัสเซีย อนุทิน มีโอกาสพบปะหารือกับวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ยืนคุยนอกรอบกอดกันกลม แถมช่วงหนึ่งอนุทิน หยิบโทรศัพท์เปิดภาพเฮลิคอปเตอร์ KA-32 ฮ.กู้ภัยสัญชาติรัสเซีย ที่ทางการไทยใช้งานในภารกิจดับไฟป่าและอื่นๆ จนปูตินออกอาการปลื้มปริ่ม คงคิดไม่ถึงว่าอนุทิน จะมาไม้นี้
ในโอกาสที่แขกบ้านแขกเมืองมาเยือน เช่น ตอนที่หวัง อี้ รมว.ต่างประเทศ จีน มาไทย หลังหารือกับอนุทิน เสร็จสิ้น นายกฯไทย อาสาเป็นพลขับพา หวัง อี้ ออกไปรับประทานอาหารกลางวัน ด้วยรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีนยี่ห้อดัง ที่อนุทิน ใช้งานช่วงวิกฤติราคาพลังงานแพง เพื่อให้ประชาชนเห็นว่าผู้นำปรับตัวกับสถานการณ์อย่างไร
รวมถึงตอนที่ ชาง ชุน ซิง รมว.กลาโหม สิงคโปร์ เดินทางเยือนไทย ก็เป็นโอกาสให้อนุทิน ชวนแขกออกไปรับประทานมื้อเช้าร่วมกันที่ร้านโจ๊กปริ้นซ์ ย่านบางรัก แบบสบายๆ เป็นกันเอง เรียกได้ว่า คาร์แร็กเตอร์ของอนุทินในมิติทางการทูตถือว่ามีความเฉพาะตัวค่อนข้างมาก รู้จักเอาใจหรือสร้างความประทับใจให้ผู้ที่ได้พบ
ส่วนสำคัญน่าจะมาจากไลฟ์สไตล์ส่วนตัว ความชื่นชอบเรื่องดนตรี ร้อง เล่น เต้น เป่า ที่เห็นจนชินตาในหลายโอกาส แต่เมื่อความชอบส่วนตัวของผู้นำบ้านเรา ไปปรากฎร่วมกับผู้นำต่างชาติ สายตาของคนไทยที่มองอนุทิน แน่นอนว่ามีทั้งชื่นชม และคนที่มองตรงข้าม
จึงไม่แปลกถ้าอนุทิน ที่ขึ้นชื่อเรื่องสุขนิยม จนถูกนิยามว่ามีลีลาหาตัวจับยากคนหนึ่ง บ้างก็นิยามว่าเป็นนายกฯ สายคอนเทนต์ สร้างความเอนเตอร์เทนได้อยู่เสมอ



