“กรณ์” ฉายภาพวิกฤติเศรษฐกิจไทย-โลก สะท้อนปัญหาสังคมสูงวัย-เด็กเกิดน้อย-ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา หนุนสังคายนางบฯ และปฏิรูปการเมือง
ที่รัฐสภา นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวบรรยายในโครงการ DIP16 หัวข้อ ปัจจัยการเงินที่ส่งผลต่อประเทศ ว่า ระบบทุนนิยมเสรีที่เคยขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกหลังสงครามโลกกำลังถูกท้าทายด้วยปัญหาความเหลื่อมล้ำ และ ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ขณะที่ไทยเน้นการทำกำไรโดยขาดกลไกถ่วงดุลและการแข่งขันที่เป็นธรรม ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบหนักที่สุดต่อ คนรุ่นใหม่ ที่เผชิญภาวะค่าครองชีพแซงหน้ารายได้ ทั้งต้นทุนการมีบ้าน การหางาน การดูแลพ่อแม่ และการศึกษาของลูก ซ้ำเติมด้วยการเข้ามาของปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ที่กำลังจัดระเบียบโครงสร้างสังคมใหม่
นายกรณ์ กล่าวต่อว่า ความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจโลก สะท้อนผ่านมูลค่าบริษัทที่ใหญ่ที่สุด 10 อันดับแรกของโลกในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ที่ล่าสุดเกิดการเปลี่ยนผ่านจากกลุ่มพลังงานและการเงิน ไปเป็น เทคโนโลยีและเอไอ
"เมื่อหันกลับมามองประเทศไทย ซ้ำเติมด้วยโครงสร้างประชากร เด็กเกิดน้อย สังคมผู้สูงอายุ และความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ยิ่งทำให้งบประมาณแผ่นดินติดล็อก โดย 69% ของงบประมาณ หมดไปกับรายจ่ายประจำและภาระผูกพัน ทั้งงบบุคลากรภาครัฐ 39.5% งบสวัสดิการสังคม 15% งบชำระหนี้ 12.2% ดังนั้นหากรัฐบาลบริหารงบประมาณอย่างสุรุ่ยสุร่าย ขาดยุทธศาสตร์ระยะยาว เน้นโครงการประชานิยม และปล่อยให้มีการทุจริตเชิงโครงสร้าง รัฐบาลจะเสี่ยงไร้ศักยภาพในการดูแลคนส่วนใหญ่ของประเทศ" นายกรณ์ กล่าว
นายกรณ์ กล่าวว่าสิ่งที่เป็นทางออก คือ ต้องแก้ไขที่ภาคการเมืองเป็นจุดแรก ปรับบทบาทของรัฐ รื้อโครงสร้างงบประมาณ ใช้เครื่องมือทางการคลังอย่างโปร่งใส และสร้างสวัสดิการที่ลดความเหลื่อมล้ำได้จริง ก่อนวิกฤตการคลังจะสายเกินแก้ และต่อมาคือสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ยกระดับทักษะคน พัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีแห่งอนาคตเพื่อหาเงินเข้าประเทศ


