วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม 2569

Login
Login

โกงสอบท้องถิ่น จุดเปลี่ยนมหาดไทย ดึง 'ก.พ.' จัดสอบ ยกระดับมาตรฐาน

กรณี “โกงสอบข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น”(โกงสอบท้องถิ่น)ยังคงเป็นประเด็นร้อนที่หลายหน่วยงานและองค์กรอิสระเดินหน้าตรวจสอบผู้เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง ขณะที่กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง ก็ถูกจับตามองอย่างหนักถึงแนวทางรับผิดชอบและการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ

ล่าสุด อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ยืนยันต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ว่า “ปลัดไม่เกี่ยวข้อง” หลังถูก สุรเชษฐ ประวีณวงศ์วุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการฯ ซักถามถึงผลการตรวจสอบ การเพิกถอนสิทธิ และการดำเนินการทางวินัยต่อข้าราชการในสังกัด พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าผู้บริหารระดับสูงอาจรู้เห็นเป็นใจ และเรียกร้องให้ยืนหยัดในความถูกต้อง “ไม่ต้องกลัวพี่หนู หรือพี่เน”

โกงสอบท้องถิ่น จุดเปลี่ยนมหาดไทย ดึง 'ก.พ.' จัดสอบ ยกระดับมาตรฐาน

ปฏิเสธไม่ได้ว่า คดีโกงสอบท้องถิ่นปี 2569 ไม่ได้กระทบเฉพาะหน่วยงานผู้จัดสอบหรือเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเท่านั้น แต่ยังส่งแรงสั่นสะเทือนไปถึงผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย รวมถึงรัฐบาล ภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่งควบตำแหน่ง รมว.มหาดไทย

อย่างไรก็ตาม ด้วยความสัมพันธ์อันดีระหว่าง “ปลัดป็อป” กับ “นายกฯ หนู” ทำให้หลายฝ่ายมองว่าทั้งสองยังคงช่วยประคับประคองสถานการณ์ แม้จะต้องเผชิญแรงกดดันจากทั้งคดีโกงสอบท้องถิ่น และกรณีแชตหลุด “ช่วยน้ำเงินด้วย” ที่กระทบต่อความน่าเชื่อถือทางการเมือง แต่ท้ายที่สุด ทั้ง อนุทิน -พรรคภูมิใจไทย และ ปลัดอรรษิษฐ์ ก็ยังสามารถประคองสถานการณ์ไว้ได้

รื้อบัญชีคะแนน เดินหน้าเอาผิดผู้เกี่ยวข้อง

ในส่วนของการดำเนินการภายในกระทรวงมหาดไทย  อรรษิษฐ์ ชี้แจงว่า ปัญหาไม่ได้เกิดจากกระทรวงมหาดไทยทั้งหมด แต่เป็นการทำงานของกรมหนึ่งที่เข้าไปเป็นกรรมการในกระบวนการสอบแข่งขัน โดยขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยข้าราชการ 5 รายที่เกี่ยวข้องแล้ว

"ผลสอบอาจไม่ได้ชี้ว่าทั้ง 5 คนมีความผิดวินัยร้ายแรงทั้งหมด เพราะต้องพิจารณาตามระดับความเกี่ยวข้อง และยังต้องรอผลการสืบสวนสอบสวนและการขยายผลของตำรวจประกอบ" ปลัดมท. ระบุ

สำหรับกรณีที่พบว่า “ใบข้อสอบถูกแก้ไขคำตอบ” จนส่งผลต่อบัญชีคะแนนของผู้ได้รับสิทธิเรียกบรรจุเป็นข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น ในฐานะประธานกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.)  "อรรษิษฐ์" ยืนยันว่าจะรื้อบัญชีคะแนนทั้งหมด และประกาศผลใหม่ หลังตรวจพบความผิดปกติของคะแนนผู้เข้าสอบกว่า 5,924 ราย

โกงสอบท้องถิ่น จุดเปลี่ยนมหาดไทย ดึง 'ก.พ.' จัดสอบ ยกระดับมาตรฐาน

แม้ "ปลัดมหาดไทย" จะประกาศแนวทางดังกล่าวต่อที่ประชุม กมธ.งบประมาณฯ มานานเกือบหนึ่งสัปดาห์แล้ว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการประกาศบัญชีคะแนนใหม่ ทำให้ฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตว่า การยืดระยะเวลาออกไป แม้จะอ้างเหตุผลเรื่องความรอบคอบ อาจถูกตั้งคำถามว่าเป็นการประวิงเวลาหรือไม่ และจะมีผลต่อการขยายผลไปถึงผู้มีอิทธิพลหรือกลุ่มนักการเมืองที่อาจเกี่ยวข้องหรือไม่

ปิดช่องโกงด้วยการประกาศผลทันทีหลังสอบ

นอกเหนือจากการเอาผิดผู้กระทำผิด กระทรวงมหาดไทยยังเสนอแนวทางแก้ปัญหาเชิงระบบ เพื่อไม่ให้เกิดการแทรกแซงคะแนนสอบอีก

"จากหลักฐานที่ตำรวจสอบสวนกลางนำมาแสดง พบว่าในวันสอบที่มีผู้เข้าสอบกว่า 270,000 คน เมื่อสอบเสร็จ ระบบสามารถพิมพ์คะแนนออกมาได้ทันที และตำรวจได้เก็บหลักฐานในขั้นตอนดังกล่าวไว้แล้ว โดยช่วงเวลาระหว่างสอบเสร็จกับการพิมพ์คะแนนใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที จึงเชื่อว่าจะไม่สามารถแก้ไขคะแนนได้" ปลัดอรรษิษฐ์ ระบุ พร้อมย้ำว่า "จะถูกนำมาใช้เป็นต้นแบบในอนาคต คือให้ประกาศผลทันทีหลังสอบเสร็จ ไม่เว้นช่วงเวลาที่อาจเปิดช่องให้มีการแก้ไขข้อมูล"

“กระทรวงมหาดไทยจะทำเรื่องนี้ในหน้าที่ให้ดีที่สุด ทำให้ถูกต้อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ในระยะยาวระบบสอบแบบนี้ ไม่ใช่ต้องสอบเสร็จแล้วประกาศเลย เพื่อความบริสุทธิ์ของทุกคน จะไม่ทิ้งช่วงเวลาสอบเสร็จ ปรินต์ และประกาศ ไม่ใช่พิมพ์ใหม่ขึ้นมา” นายอรรษิษฐ์กล่าวต่อที่ประชุม กมธ.งบประมาณฯ

ดึง “ก.พ.” จัดสอบแทนท้องถิ่น ยกระดับมาตรฐาน

อีกแนวทางหนึ่งที่กำลังเดินหน้าควบคู่กัน คือการแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของ คณะกรรมาธิการวุฒิสภา มี "สว.กฤษณุ เหลืองพิบูลกิจ" เป็นประธาน

เดิมร่างกฎหมายฉบับนี้ถูกบรรจุเข้าสู่วาระประชุมวุฒิสภาโดยไม่มีการแก้ไข แต่เมื่อเกิดคดีโกงสอบท้องถิ่น จึงต้องนำกลับมาปรับปรุงใหม่ โดยการทบทวนรอบแรกได้แก้ไขสาระสำคัญ คือ ให้การสอบภาคความรู้ทั่วไปใช้ผลคะแนนจากสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) แทนระบบเดิมที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินการเอง ซึ่งเป็นจุดที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่ามีช่องโหว่จนเกิดการแก้ไขคะแนน

คณะกรรมาธิการคาดหวังว่าการใช้มาตรฐานของ ก.พ. ซึ่งไม่เคยมีประวัติอื้อฉาวเรื่องการจัดสอบ จะช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือของระบบคัดเลือกบุคลากรท้องถิ่นได้ อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายยังต้องผ่านความเห็นชอบของวุฒิสภา ก่อนส่งต่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป

โกงสอบท้องถิ่น จุดเปลี่ยนมหาดไทย ดึง 'ก.พ.' จัดสอบ ยกระดับมาตรฐาน

อย่างไรก็ตาม "สว.กฤษณุ" มองว่า การแก้กฎหมายเพียงอย่างเดียวไม่ใช่คำตอบ หากยังมีการวิ่งเต้นหรือมีผู้แสวงหาผลประโยชน์ เพราะต่อให้กฎหมายดีเพียงใด หากคนในกระบวนการไม่ซื่อสัตย์ ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการหรือผู้เข้าสอบ ยังมีโอกาสเกิดปัญหาซ้ำได้ ดังนั้น การยกระดับมาตรฐานควบคู่กับการสร้างวัฒนธรรมความโปร่งใส จึงเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิรูปครั้งนี้

มหากาพย์ “โกงสอบท้องถิ่น” จึงไม่ได้เป็นเพียงคดีทุจริตในการสอบแข่งขัน หากแต่เป็นบททดสอบสำคัญของระบบราชการไทยว่าจะสามารถเปลี่ยนวิกฤติครั้งนี้ให้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูประบบสอบที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และสร้างความเชื่อมั่นกลับคืนสู่สังคมได้มากเพียงใด