'อภิสิทธิ์' ขอบคุณรัฐบาล พับแผน 'แลนด์บริดจ์' หนุน Missing Link มองคล้าย Southern Connect ของ ปชป. ชงเชื่อมท่าเรือมาเลย์ ฝั่งอันดามัน จุดสงขลา -ปีนัง
เมื่อวันที่ 25 ก.ค. 2569 ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส. บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลยกเลิกโครงการ แลนด์บริดจ์ แต่เปลี่ยนมาเป็น Missing Link แทน ว่าขอบคุณรัฐบาล ที่ได้ยึดถือข้อเท็จจริงและหลักการที่ถูกต้อง มาวิเคราะห์ตัวโครงการและตัดสินใจหยุดโครงการนี้ ตรงกับสิ่งที่เราได้พยายามนำเสนอมาโดยตลอด และคิดว่าเมื่อยุติโครงการแล้ว การพัฒนาภาคใต้จะต้องดำเนินการต่อสิ่งที่เราเสนอ โครงการเชื่อมใต้เชื่อมโลก Southern Connect เป็นสิ่งที่เราคิดว่าจะเป็นประโยชน์สูงสุดอยากให้ จึงอยากให้รัฐบาล ที่มีความตั้งใจอยู่แล้ว ในการเชื่อมโยงพื้นที่ โดยอยากให้คิดทั้งระบบทั้ง ราง ถนน ท่าเรือ ให้คำนึงถึงการเปิดพื้นที่ให้กับคนใต้ ในการที่จะสามารถส่งออกสินค้าที่มีอยู่ เพื่อเชื่อมกับโลกและเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทยทั้งหมด
ดังนั้น ขออย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าจะนับ 1 โครงการนั้นโครงการนี้ แต่ให้ดูภาพรวมตรงนี้เพื่อที่จะตัดสินใจ ในการลงให้เป็นระบบ และเกิดประโยชน์กับคนภาคใต้ให้มากที่สุด ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนตรงนี้
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า โครงการรถไฟ ครั้งมานานตั้งแต่สมัยรัฐบาล นายชวน หลีกภัย อนุมัติรถไฟรางคู่ แต่ยังไปไม่ครบ แต่มีเส้นทางเพิ่มเติมขึ้นมาโดยเฉพาะในแนวขวาง
ดังนั้น อยากให้รัฐบาลเร่งสรุป จัดลำดับความสำคัญ ของโครงการเพื่อให้เกิดระบบคมนาคมขนส่งอำนวยความสะดวกให้ภาคใต้ สามารถเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน และโลกได้ผ่านการส่งออก หากทำตรงนี้สำเร็จจะถือเป็นประโยชน์มากกว่าโครงการแลนด์บริจด์ เนื่องจากมีความเสี่ยงน้อย มีคนใช้แน่นอน และคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ และพรรคประชาธิปัตย์ก็สนับสนุนอย่างเต็มที่
เมื่อถามว่าการเดินหน้า โครงการ Missing Link ควรที่จะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากพรรคการเมืองอื่นด้วยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เชื่อว่าหลายโครงการที่พรรคประชาธิปัตย์นำเสนอมีการศึกษาอยู่ในเบื้องต้น รัฐบาลสามารถหยิบยกผลการศึกษา ความคุ้มค่าของโครงการเหล่านี้มาพิจารณา เพื่อมาทดแทนแนวคิดโครงการแลนด์บริจด์ได้ ย้ำถึงความจำเป็นในการพัฒนาท่าเรือสองฝั่งอันดามันและอ่าวไทย แต่การเชื่อมในความเห็นของพรรคประชาธิปัตย์ ความเหมาะสมที่จะเกิดขึ้น
โดยเชื่อมกับฟังอันดามันทางมาเลเซีย สงขลา - ปีนัง จะลงทุนน้อย และทำให้มีการใช้บริการขนส่งจุดนั้นมาก รวมไปถึงผลกระทบในพื้นที่น้อยกว่า เนื่องจากมีโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงอยู่ในระดับหนึ่งแล้ว ส่วนจะมีปัญหาในพื้นที่อนุรักษ์หรือไม่ก็ต้องไปศึกษา มีการเชื่อมโยงอยู่ในระดับหนึ่งแล้ว จึงไม่เหมือนกับโครงการแลด์บริดจ์



