การเพิกถอนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการ "ทุจริตสอบเข้าเป็นข้าราชการท้องถิ่น"(ทุจริตสอบท้องถิ่น) ต้องสะดุดหยุดลง ทั้งที่เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ “กสถ.” มีมติ ให้ดำเนินการกับผู้ที่มีรายชื่อเกี่ยวข้องกับความผิดปกติในการสอบท้องถิ่นจำนวน 5,924 ราย โดยระบุว่า จะมีการลงนามกันในสัปดาห์นี้
แต่แล้วหัวค่ำวันที่ 21 กรกฎาคม กลับมีการเผยแพร่หนังสือด่วนที่สุด ลงนามโดย “บุญประสงค์ นวลสายย์” รองอธิบดีกรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการกลางข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ “ก.กลาง” จำนวน 3 ฉบับ
คณะกรรมการกลางข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ก.จ.) คณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาล (ก.ท.) และคณะกรรมการกลางส่วนตำบล (ก.อบต.) ซึ่งเป็นองค์ประกอบของ “ก.กลาง” เพื่อแจ้งเลื่อนประชุมเพื่อพิจารณาในวันที่ 23 กรกฎาคมออกไปก่อน และยังไม่ได้แจ้งว่า จะมีการประชุม “ก.กลาง” กันเมื่อไหร่
เท่ากับว่า การประชุม “ก.กลาง” จากเดิมที่จะรับทราบมติ “กสถ.” ในเรื่องการดำเนินการเอาผิดผู้ที่ทุจริตทั้ง 5,924 คน ต้องชะงักไปก่อน ทั้งที่ถึงขั้นตอนสุดท้ายแล้ว
วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย หรือ มท.4 ชี้แจงสาเหตุที่ต้องเลื่อนประชุม “ก.กลาง” ออกไปก่อนว่า เพราะ “กสถ.” ยังตรวจสอบไม่เสร็จ
ขณะที่ “วันชัย จันทร์พร” ประธาน กสถ. อ้างว่า ต้องรอความชัดเจนจาก “สถ.” ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบความถูกต้องของรายชื่อ พร้อมระบุด้วยว่า เรื่องนี้เป็นความรับผิดชอบของ “กระทรวงมหาดไทย” และ “สถ.”
กลายเป็นว่า โยนกันไปกันมา จนถูกตั้งข้อสังเกตว่า ไม่มีใครอยากรับเผือกร้อนนี้ โดยเฉพาะ “กสถ.” กับ “ก.กลาง” ที่เหมือนจะเกี่ยง กัน
ด้าน “มท.1” อนุทิน ชาญวีรกูล ระบุตอนช่วงเช้าวันที่ 22 กรกฎาคมว่า ยังไม่ทราบเรื่อง ทั้งที่มีการเผยแพร่หนังสือของ “เลขานุการ ก.จ.” ตั้งแต่ช่วงหัวค่ำของวันที่ 21 กรกฎาคม ซึ่งค่อนข้างแปลก เพราะคนระดับ “รมว.มหาดไทย” กลับไม่ทราบเรื่องการเลื่อนประชุมของ “ก.กลาง”
ที่สำคัญ ก่อนหน้านี้ “อนุทิน” ขึงขังเรื่องการตรวจสอบการทุจริตสอบเข้าข้าราชการท้องถิ่น หวังจะแอ็กชั่นให้รัฐบาลว่า รัฐบาลนี้เอาจริงกับการปราบปรามคอร์รัปชัน โดยใช้เรื่องนี้เป็นตัวชูโรง ดังนั้น เป็นไปได้หรือไม่ ที่จะไม่รู้ว่า “ก.กลาง” เลื่อนประชุม ยิ่งเป็นนักท่องโซเชียลตัวยง เป็นไปได้หรือไม่ ที่จะไม่เห็นข่าวครึกโครมนี้ในออนไลน์
อย่างไรก็ตาม “อนุทิน” ระบุว่า ได้เร่งรัดให้” กสถ.“ รายงานมติในที่ประชุมครั้งที่แล้ว พร้อมทั้งย้ำว่า เรื่องนี้ต้องมีการทำรายงานอย่างเป็นทางการ และเมื่อส่งมายัง รมช.“วรศิษฎ์” ที่ตัวเองมอบหมายให้กำกับดูแล “สถ.” จะต้องนำเรื่องไปพิจารณา เมื่อมีความพร้อมจะต้องเรียกประชุม
จับปฏิกิริยาของทั้ง “วรศิษฏ์” ในฐานะที่ได้รับมอบหมายให้นั่งหัวโต๊ะ “ก.กลาง” ทั้ง “กสถ” ทั้ง “อนุทิน” เหมือนรู้ว่าเพราะเหตุใด แต่ไม่มีใครอยากเล่าความจริง
อย่างไรก็ดี มีรายงานว่า สาเหตุที่ “ก.กลาง” เลื่อนประชุมออกไปอย่างไม่มีกำหนด โดยให้เหตุผลว่า ยังตรวจสอบไม่เสร็จ ทั้งที่ “กสถ.” มีมติตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคมแล้วนั้น เป็นเพราะเรื่อง “ข้อกฎหมาย” ว่าสุดท้ายใครคือ ผู้มีอำนาจในการลงนามเพิกถอนทั้ง 5,924 คน
ซึ่งตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 และประกาศมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับการสอบแข่งขัน อำนาจการสั่ง “ไล่ออก” หรือ “เพิกถอนการบรรจุแต่งตั้ง” ข้าราชการท้องถิ่น มีการแบ่งขั้นตอน ดังนี้ ก่อนประกาศขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ “กสถ.” มีอำนาจระงับหรือยกเลิกการสอบได้หลังประกาศขึ้นบัญชีและบรรจุแต่งตั้งแล้ว
ขณะที่ การเพิกถอนคำสั่งแต่งตั้งต้องใช้อำนาจของ “ก กลาง” เพื่อพิจารณา ก่อนส่งเรื่องให้นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้นสังกัด เป็นผู้ออกคำสั่งไล่ออกหรือพ้นจากตำแหน่ง
หากแต่ประเด็นนี้มีการถกเถียงกันว่า มันต้องจบที่ “กสถ. หรือ “ก.กลาง” กันแน่ เรื่องนี้ถือว่า สำคัญ เพราะหากมีการเพิกถอนแล้วต่อมามีผู้ไปฟ้อง “ศาลปกครอง” ขึ้นมา คนที่เพิกถอน ไม่ว่าสุดท้ายจะ “กสถ.” หรือ “ก.กลาง” คนนั้นย่อมหนีความรับผิดชอบไม่พ้น
หากเป็น “ก.กลาง” นั่นหมายความว่า “อนุทิน” รมว.มหาดไทย ในฐานะ “ประธาน ก.กลาง” จะถูกฟ้องด้วย แม้จะมอบหมายให้ “วรศิษฎ์” ไปดูแลก็ตาม เพราะในทางกฎหมายแล้ว “มอบหมาย” เท่ากับ “เข้าร่วมประชุม” ด้วยเช่นกัน จึงมีการตั้งข้อสังเกตกันว่า สาเหตุของ “โรคเลื่อน” คราวนี้ เป็นเพราะต้องการกลับไปเคลียร์เรื่องกฎหมายให้ชัดก่อนหรือไม่
อย่างที่รู้กันว่า “อนุทิน” เอง ไม่ต้องการเป็นคดี ไม่ว่าจะคดีไหนก็ตาม ยิ่งเรื่องนี้หากจบที่ “กสถ.” ได้ จะยิ่งดี แต่ “กสถ.” เองก็ไม่อยากขึ้นโรงขึ้นศาลเช่นกัน
ต้องจับตาว่า คดีนี้ อนุทิน ที่เป็นทั้งหัวหน้ารัฐบาล และมท.1 จะเลือกทางออกอย่างไร ไม่ให้เสี่ยงต่อความมั่นคงและปลอดภัยทางการเมือง


