"รมว.กลาโหมจีน" เปิดอก คุย “บิ๊กดุลย์” ปมป้อนอาวุธกัมพูชา ย้ำ ”จีน“ เป็นมหาอำนาจ มียุทโธปกรณ์ที่ดีไม่แพ้ใครในโลก แต่ไม่ให้.ชี้สองประเทศคือมิตรที่ดีต้องวางตัวเป็นกลาง
เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ที่กระทรวงกลาโหม 'บิ๊กดุลย์' พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้การต้อนรับ พล.ร.อ.ต่ง จวิน (Dong Jun) รมว.กลาโหมจีน และคณะ ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของกระทรวงกลาโหม ระหว่างวันที่ 23-26 กรกฎาคม 2569
โอกาสนี้ กระทรวงกลาโหมได้จัดพิธีตรวจแถวกองทหารเกียรติยศผสมสามเหล่าทัพ ณ ลานอเนกประสงค์ ศาลาว่าการกลาโหม ก่อนที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของไทยและจีน จะร่วมหารือด้านความมั่นคง เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองวาระครบรอบความสัมพันธ์ไทย-จีน
จากนั้น พลโท อดุลย์ เปิดเผยผลการหารือว่า รมว.กลาโหมจีนและคณะเดินทางมาเป็นทางการ ภายหลังที่ท่านได้มีการพูดคุย ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จึงมาพบปะกันในวันนี้ สิ่งที่ประทับใจที่สุด ท่านพูดกับตนว่า ทุกเรื่องขอให้พูดแบบไม่เป็นทางการ และทุกเรื่องที่ท่านจะช่วยเราทั้งหมด แต่ท่านย้ำว่าท่านต้องวางตัวเป็นกลาง ทั้งไทยและกัมพูชาเป็นมิตรที่ดีของเขา เป็นสิ่งที่เขาตระหนัก และท่านบอกกับตนว่า ความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน บนโต๊ะก็ส่วนหนึ่งหลังโต๊ะก็ส่วนหนึ่ง ซึ่งถือเป็นความสำเร็จอย่างมาก ที่รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมจีนเดินทางมาวันนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ ท่านอยากจะเดินทางมาประเทศไทย แต่ติดภารกิจเร่งด่วน พร้อมทั้งย้ำคำพูดของ รมว.กลาโหมจีนว่า
"ของที่ท่านให้ ประเทศจีนมียุทโธปกรณ์ที่ดี มากมายไม่แพ้ใครในโลกนี้ ท่านสามารถให้อะไรก็ได้ เพียงแต่สนธิสัญญาเดิม ตั้งแต่ปี 2016 เขาก็ให้ตามสัญญาใจ แต่ประวิงเวลา ไม่ได้ให้ในห้วงของการสู้รบ นี่คือความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์และให้ความสำคัญกับประเทศไทย"
พลโท อดุลย์ ยังกล่าวอีกว่าในช่วงบ่าย รัฐมนตรีกลาโหมจีนและคณะจะเดินทางไปพบนาย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และในช่วงเย็น จะมีงานเลี้ยงอาหารค่ำแบบเป็นทางการ และในวันที่ 26 กรกฎาคม ช่วงเช้า ตนก็จะไปรับประทานอาหารร่วมกับท่านก่อนจะส่งกลับประเทศ
เมื่อถามว่าทางการจีนได้เสนอให้อะไรกับเราหรือไม่ พลโท อดุลย์ กล่าวว่า มีแน่นอน ซึ่งไม่ใช่แค่ยุทโธปกรณ์ แต่มีการยกระดับทั้งในเรื่องการฝึกศึกษา เรื่องเทคโนโลยี ด้านเอไอ แต่ขอให้เป็นเรื่องความมั่นคง ต้องเข้าใจว่าตนมีสถานะ บางอย่างมีความสำคัญ บทบาทในการสื่อสาร พูดได้ไม่มาก
เมื่อถามถึงกรณีที่จีนจะประสานตัวกลางไกล่เกลี่ยระหว่างไทย-กัมพูชา จะมาในสถานะใด หรือเป็นผู้อำนวยความสะดวก พลโท อดุลย์ กล่าวว่า ไม่เลยท่านไม่ได้พูดอย่างนี้ เขาพูดกลาง ๆ ว่าไทยกัมพูชาเป็นมิตรที่ดีของเขา เขาให้ยุทธโธปกรณ์มาตามสนธิสัญญาข้อตกลงเดิม จนกระทั่งสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาดีขึ้น ส่วนจะยังมีอีกหรือไม่นั้นมันเป็นเรื่องมารยาทที่ไม่ควรถาม แต่มีเวลานอกรอบช่วงอื่นที่จะซักถามได้ ทั้งนี้ จีนต้องการให้เรายกระดับความสำพันธ์ทางทหาร พร้อมทั้งเชิญไปร่วมประชุมฟอรัม และเยือนจีนอย่างเป็นทางการ ได้รับปากไปทั้งสองรายการ โดยท่านบอกว่าให้ไปแบบส่วนตัว จะเป็นเรื่องที่ดีมากซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม และท่านพูดคุยกับตนในลักษณะของทหาร แววตารู้ ตนอ่านภาษากายของคู่สนทนาของตนพอสมควร พร้อมทั้งขอบคุณเขาที่มาเยือน
เมื่อถามว่ายุทโธปกรณ์ที่จีนระบุว่าให้กัมพูชาตามสนธิสัญญา รวมถึงเรือคอร์เวทด้วยหรือไม่ พลโท อดุลย์ กล่าวว่า ทั้งสองอย่าง พร้อมย้ำว่า
"จีนเป็นมหาอำนาจจะให้อะไรก็ได้ที่เสริมขีดความสามารถของคู่ขัดแย้งของเราแต่ก็ไม่ได้ให้ ถึงแม้จะให้ก็ประวิงเวลา ส่วนของที่ให้ไปก็ให้ไปหาข้อมูลกันเอาเอง เมื่อเทียบกับของไทยเป็นอย่างไร ส่วนจะให้กระสุนหรือไม่นั้น ผมไม่ทราบ"


