"กมธ.ปราบโกง" เผย "ป.ป.ช." แจงตัวเลขแก้ไขคะแนนสอบ 5,960คน ไม่ตรงกับข้อมูล "กสถ." - ห่วง 3ผู้ต้องหาถูกตัดตอน กำชับป.ป.ช.ดูแลความปลอดภัย
ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย เป็นประธาน ได้พิจารณากรณีตรวจสอบการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น โดยเชิญเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.) กองบังคับการตำรวจกองปราบ กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ(บก.ปปป.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) สอบถามความคืบหน้าการตรวจสอบคดีดังกล่าวของแต่ละหน่วยงาน
และภายหลังการพิจารณาแล้วเสร็จ นายอาสพลธ์ แถลงว่าผู้แทนเลขาธิการ ป.ป.ช กล่าวถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบ พบว่ามีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจำนวน 11 ราย ทำการแก้ไขคะแนนผู้ที่สอบไม่ผ่านให้เป็นผู้สอบผ่าน ทั้งหมด 5,960 ราย ซึ่งตัวเลข จากผู้แทนเลขาธิการ ป.ป.ช. ไม่ตรงกับตัวเลขของ คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ที่แจ้งต่อสาธารณะ 5,924ราย โดยมีการทำเป็นขบวนการ ตามร่างขอบข่ายของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) มีหน้าที่ทวนคะแนนสอบและส่งให้ กสถ. รับรองรายชื่อ ทั้งนี้ ป.ป.ช. ได้เชิญหน่วยงานอื่นเข้าร่วมตรวจสอบด้วย ในส่วนของบริษัทเอกชนรายหนึ่งสำนักงาน ป.ป.ช.ได้สอบปากคำไปแล้ว ซึ่งจะดำเนินการภายใต้กฎหมายให้แล้วเสร็จภายในกรอบระยะเวลา 10 เดือน จึงจะได้ผู้กระทำความผิดอย่างแท้จริง
นายอาสพลธ์ กล่าวว่า ส่วนผู้ที่สอบไม่ผ่านและถูกแก้ไขคะแนนให้สอบผ่าน 5,960 รายนั้น ถือว่าอยู่ในข่ายร่วมกระทำความผิด ทาง ป.ป.ช.ให้ข้อมูลว่า หากเข้ายื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช.และให้ข้อมูลเป็นประโยชน์สามารถขอกันตัวเองเป็นพยานได้ ส่วนผู้บริหารระดับสูงของ กสถ. ได้สั่งการให้ 1 ในผู้ต้องหา 3 ราย และเจ้าหน้าที่มศว. นำข้อมูลของคะแนนผู้ที่สอบไม่ผ่านให้เป็นผู้สอบผ่าน ดังนั้นจึงได้ฝากให้ ป.ป.ช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอให้ดูแลความปลอดภัย ผู้ต้องหาทั้ง3 ราย เพราะเกรงว่าหากข้อมูลเกี่ยวข้องกับผู้บริหารระดับสูง อาจมีการตัดตอนได้ ขณะที่ประเด็นที่อาจเกี่ยวกับปลัดกระทรวงมหาดไทย หรือ นักการเมืองนั้น ป.ป.ช.แจ้งว่าอยู่ระหว่างดำเนินการ
นายอาสพลธ์ กล่าวด้วยว่า พบว่ากระบวนการที่ตรวจสอบใช้ระยะเวลานาน ทางกมธ.ฯ จึงได้สอบถามความคืบหน้า จากหน่วยงานที่เชิญมา โดยได้รับคำชี้แจงว่า ป.ป.ช. ให้หน่วยงานทั้ง ดีเอสไอ และ ปปง. ร่วมตรวจสอบ และผู้แทน ป.ป.ช. ยังชี้แจงว่า จะใช้ระยะเวลาในการรวบรวมหลักฐาน 3 เดือน และใช้เวลาในการประมวลผล 1 เดือน และจะใช้เวลาอีก 6 เดือนในการให้ผู้กล่าวหาและผู้ที่ถูกกล่าวหา มาแก้ข้อกล่าวหา จึงทำให้กระบวนการทั้งหมดใช้เวลา 10 เดือน จากกรอบปกติ 2 ปี ซึ่งกมธ.ฯ ได้สอบถามว่า เหตุใดไม่ให้จึงหน่วยงานอย่างดีเอสไอหรือตำรวจมาช่วยดำเนินการในการสอบสวน เพื่อทำให้กระบวนการเร็วขึ้น แต่ได้รับคำตอบจาก ป.ป.ช.ว่า 10 เดือน ถือว่าเร็วมากแล้ว


