วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม 2569

Login
Login

กกต.โต้ 'ไอลอว์-พริษฐ์' เคลื่อนโกง สว. กดดันการวินิจฉัย กกต.ชุดใหญ่

'กกต.' โต้ 'ไอลอว์-พริษฐ์' ยื่นหลักฐานฮั้ว สว. ให้ฝ่ายค้าน ชี้อาจเข้าข่ายกดดันการวินิจฉัยของ กกต.ชุดใหญ่ โต้ไม่อยู่ใต้ 'ระบอบสีน้ำเงิน'

จากกรณีที่นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) นำหลักฐานเกี่ยวกับคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ยื่นให้นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน เพื่อตรวจสอบและดำเนินการกับผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการฮั้ว สว. 

รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจ้งว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าวมีลักษณะคล้ายการกดดันการทำงานของ กกต. และอาจเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายหลายประการ โดยเฉพาะการกล่าวหาว่า กกต.อยู่ภายใต้ “ระบอบสีน้ำเงิน” หรือการเรียกร้องให้ กกต.ชี้มูลความผิดบุคคล 229 ราย โดยยึดตามมติคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง ชุดที่ 26 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง กกต.กับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดยไม่คำนึงถึงมติคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง ชุดที่ 36 ซึ่งมีมติ 5 ต่อ 2 ให้ยกคำร้องในคดีดังกล่าว อาจถูกมองว่าเป็นการกดดันการใช้ดุลพินิจของ กกต.
 

นอกจากนี้ยังกล่าวถึงกรณีการจัดเวทีเสวนาเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีอดีตผู้สมัคร สว. 4 คนจาก 4 จังหวัดเข้าร่วมให้ข้อมูล โดยระบุว่า พยานบางรายเคยให้การกับ กกต.และดีเอสไอในลักษณะหนึ่ง ก่อนจะขอกลับคำให้การและนำข้อมูลไปเปิดเผยต่อสาธารณะ อีกทั้งพบว่าพยานบางรายได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. กับพรรคการเมืองแห่งหนึ่งในช่วงต้นปีที่ผ่านมา จึงเห็นว่าควรตรวจสอบว่ามีการดำเนินการเป็นขบวนการเพื่อดิสเครดิตและกดดัน กกต.ให้วินิจฉัยคดีตามความต้องการของบุคคลบางกลุ่มหรือไม่

แหล่งข่าวยังอ้างถึงกรณีที่นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการการเลือกตั้ง ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าคดีฮั้วเลือก สว. ว่า ขณะนี้การพิจารณาคดีมีความคืบหน้าไปมาก และคาดว่า กกต.ทั้ง 7 คนจะสามารถลงมติได้ภายในเดือนสิงหาคม โดยย้ำว่าการพิจารณาจะต้องเป็นไปตามกฎหมายและพยานหลักฐาน ไม่สามารถดำเนินการตามความเห็นส่วนตัวได้ พร้อมยอมรับว่าไม่ว่าผลการวินิจฉัยจะออกมาในทิศทางใด กกต.ก็อาจถูกฟ้องร้องในอนาคต
 

แหล่งข่าว ระบุว่า ยืนยันว่า กกต.ดำเนินการพิจารณาคดีอย่างรอบคอบและเป็นอิสระ ไม่ได้อยู่ภายใต้อิทธิพลของพรรคการเมืองหรือ ระบอบสีน้ำเงิน ตามที่ถูกกล่าวหา โดยชี้ว่า กระบวนการสรรหากรรมการองค์กรอิสระมีระบบตรวจสอบหลายชั้น ผ่านคณะกรรมการสรรหา 9 คน ซึ่งประกอบด้วยกรรมการโดยตำแหน่งจากฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ รวม 4 คน ได้แก่ ประธานศาลฎีกา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และประธานศาลปกครองสูงสุด รวมทั้งกรรมการจากศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระอีก 5 คน ก่อนส่งรายชื่อให้วุฒิสภาพิจารณาตามรัฐธรรมนูญ

แหล่งข่าวยังกล่าวว่า ในการเลือกตั้ง สส. ปี 2562, 2566 และ 2569 พรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล และพรรคประชาชน ทำหน้าที่ฝ่ายค้าน โดยภายหลังการยุบพรรคก้าวไกล หัวหน้าพรรคประชาชนได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร จึงมีสถานะเป็นหนึ่งในคณะกรรมการสรรหากรรมการองค์กรอิสระ และมีสิทธิร่วมลงมติในการสรรหาด้วย ดังนั้นจึงเห็นว่ากระบวนการดังกล่าวไม่ได้ถูกครอบงำโดยพรรคการเมือง พรรคใดพรรคหนึ่ง หรือวุฒิสภา ตามที่มีการกล่าวอ้าง

“หากย้อนความสัมพันธ์จะพบว่าไอลอว์ใกล้ชิดกับพรรค กลุ่มการเมืองใดในตอนนี้ เเละพรรคประชาชนมีข้อกล่าวหาว่าอาจกระทำกฎหมายเลือกตั้งสส.เเละอาจโดนยุบพรรค กก.บห.พรรคอาจโดนตัดสิทธิทางการเมือง กรณีข้อมูลเลเซอร์ไออีหลังบัตรประชาชนจากสมาชิกพรรค เเละยังไม่ได้รับการอนุญาตให้เชื่อมข้อมูลกับกรมการปกครอง เเกนนำบางคนในพรรคประชาชนจึงออกมากดดันการทำงานของกกต.ก็เป็นได้“ เเหล่งข่าวระบุ