วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม 2569

Login
Login

'โรม' เผยถก กมธ.กฎหมาย เชิญ ปปง.ตรวจเส้นเงินโกงสอบท้องถิ่น

'โรม' นำถก กมธ.กฎหมายฯ เชิญ ปปง.สอบเส้นเงินโกงสอบท้องถิ่น ซัด 'อนุทิน' นั่ง มท.1 มานาน ปัดความรับผิดชอบไม่ได้เด็ดขาด เชื่อระดับ 'บิ๊ก' ไฟเขียว จนเกิดมหากาพย์

เมื่อวันที่ 22 ก.ค.2569 นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการพิจารณาการสรรหาบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ว่า การประชุมกมธ.สัปดาห์ที่แล้วให้น้ำหนักไปในเรื่อง TOR ที่บอกว่ารัดกุมแต่ไม่ได้รัดกุมเลย ในแง่ของการปกป้องข้อมูลข้อเท็จจริงต่างๆ เพราะข้อมูลต่างๆ ที่มีการอ้างถึงในแฟลชไดร์ฟไม่ได้มีการเข้ารหัสอะไรเลย ฉะนั้นการแก้ไขและเปลี่ยนแปลงข้อมูลสามารถเกิดขึ้นได้ ในวันนี้ทางมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว)ได้เดินทางมาให้ข้อมูลในวันนี้เนื่องจากมศว. ตกเป็นเป้าสำหรับการวิพากษ์วิจารณ์ เรื่องทุจริตสอบท้องถิ่น วันนี้ทาง มศว จะได้มาอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังพบว่า ก่อนที่ มศว. จะเข้ามาเป็นผู้รับจ้างจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) มีมหาวิทยาลัยบูรพา น่าจะได้รับเป็นคู่สัญญา แต่ต่อมาอาศัยอำนาจของคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) และมีการอ้างถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จึงได้มีการทำหนังสือไปที่กรมบัญชีกลาง เพื่อทำการเปลี่ยนแปลงคู่สัญญา ที่จากเดิมเป็น ม.บูรพา กลายเป็น มศว ในวันนั้นมีการอ้างว่า ม.บูรพา มีการทุจริตคอร์รัปชั่น ปรากฏว่าเอา ม.บูรพาออก แล้ววันนี้มาเป็น มศว ไม่รู้ว่าทุจริตหนักกว่าเดิมหรือไม่ ก็เป็นที่น่าสังเกตอยู่เหมือนกันว่าความไม่ชอบมาพากลของการจัดสอบเกิดขึ้นมาเป็นเวลานาน และดูเหมือนภาครัฐก็ไม่ได้มีมาตรการอะไร ที่จะนำไปสู่การป้องกัน การทุจริตการสอบได้จริง

นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า การประชุมของ กสถ. ที่จะต้องมีหน้าที่ประกาศรายชื่อ แต่การประกาศรายชื่อของกสถ. ที่จะต้องมีรายนามของผู้ที่สอบได้ แต่ไม่ได้ตรวจสอบข้อมูลเหล่านั้นจริงๆ ทั้งที่จำเป็นต้องตรวจสอบรายชื่อก่อน และการตรวจสอบรายชื่อคงไม่ใช่แค่ดูว่า มศว รายงานมาอย่างไร ต้องเอาข้อมูลมาตรวจสอบ ทั้งแฟลชไดร์ฟ แม้กระทั่งกระดาษคำตอบ เพราะการประกาศรายชื่อเป็นจุดสำคัญที่ทำให้ทุกอย่างผิดพลาดไปหมด และทุกอย่างกลายเป็นทุจริตไปหมด จนนำไปสู่การบรรจุคนนับหมื่นคน สิ่งเหล่านี้ยอมรับไม่ได้ จะมาบอกว่าเป็นความสะเพร่า บกพร่องโดยสุจริต จนรับไม่ได้เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่และสอดคล้องกับการทุจริตการสอบที่เชื่อได้ว่า มีการว่าจ้างด้วยเม็ดเงินจำนวนมหาศาล และอาจจะมีเม็ดเงินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดหลายพันล้าน

นายรังสิมันต์ กล่าวด้วยว่า การประชุม กมธ.ฯวันนี้ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหลายภาคส่วนไม่ว่าจะเป็น สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ที่เกี่ยวพันกับการยึดอายัดเส้นทางการเงิน เพราะการกระทำความผิดและทุจริตแบบนี้เป็นเรื่องเงิน ดังนั้นการยึดอายัดเงินเป็นเรื่องที่ต้องเร่งทำไม่จำเป็นต้องรอให้เขาโยกย้ายถ่ายโอนไปที่อื่นก่อน แล้วสุดท้ายความเสียหายเหล่านี้ก็ไม่สามารถยึดอายัดได้ จนกลายเป็นปัญหาต่อไป ส่วนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการกระทำการทุจริต และไม่ใช่เรื่องทุจริตอย่างเดียว น่าจะมีข้อหาอั้งยี่ หรือเป็นอาชญากรรมในลักษณะอื่น ๆ อีกหรือไม่ ซึ่งต้องไปหารือในที่ประชุม

ส่วนกรณีที่เชิญนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เพราะได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบในเรื่องนี้ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะได้รับความร่วมมือมากแค่ไหน

เมื่อถามว่า การเพิกถอนรายชื่อกว่า 5,000 คนที่ยังเป็นข้อถกเถียงอยู่ว่าเป็นอำนาจของใคร นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ประเด็นเพิกถอนเป็นอีกประเด็นหนึ่ง แต่ตอนนี้มี 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่บรรจุเข้าไปแล้วจะทำอย่างไรต่อ และอีกกลุ่มคือยังไม่ได้เข้าบรรจุ ดังนั้นเบื้องต้นขอดูในประเด็นที่ว่าใครจะต้องรับผิดชอบกับกรณีนี้แล้วจะจบอย่างไร ส่วนรายชื่อที่มีปัญหามีมากน้อยแค่ไหน จากการที่ใช้ฐานข้อมูลจากแฟลชไดร์ฟ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าแฟลชไดร์ฟ ผ่านการแก้ไขมาแล้วหรือยัง อาจจะเป็นการแก้ไขยังไม่เสร็จ หรืออาจจะเป็นการแก้ไขเสร็จแล้ว เพื่อจำกัดความเสียหายก็ได้

"วันนี้ถ้าเราไม่สามารถเข้าถึงเอกสารได้ คำตอบตรง ๆ ผมไม่มั่นใจจริงๆ ว่าข้อมูลที่ออกมา เป็นข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ดังนั้นต้องกลับไปที่กระดาษคำตอบก่อนและตรวจสอบ แต่ทั้งนี้ก็ไม่ควรตั้งประเด็นเฉพาะคดีทุจริต อาจจะเป็นอั้งยี่หรือข้อหาอื่นๆ รวมไปถึงการยึดอายัดทรัพย์ เพื่อไล่ดูเส้นทางการเงินด้วย แต่แน่นอนข้อจำกัดของเรื่องนี้ การจ่าย เขาจ่ายเป็นเงินสด คงไม่สามารถตรวจสอบได้ทั้งหมด แต่อย่างน้อยๆ เส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงถึงก็ควรจะมีมาตรการอะไรออกมา" นายรังสิมันต์ กล่าว

เมื่อถามว่า การพิจรณาเพิกถอนการบรรจุ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 23 ก.ค.นี้ ถูกเลื่อนออกไป มีนัยอะไรหรือไม่ นายกฯ พยายามปัดเรื่องนี้ให้พ้นตัวหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า มีข่าวมาเยอะว่ามีความพยายามตัดตอน ไม่ให้เชื่อมกับการเมือง ตนไม่รู้ว่าเชื่อมถึงใครบ้าง แต่ขอให้ทุกอย่างว่าไปตามพยานหลักฐานจริงๆ ไม่ใช่ใช้กระบวนการหรือดำเนินการแบบไม่รับผิดชอบ แล้วตัดตอนเพื่อช่วยเหลือใครบางคน อย่างก่อนหน้านี้ที่ปลัดกระทรวงมหาดไทย ออกมาโทษไปที่ฝ่ายเลขาฯ ในการเสนอชื่อเข้ามา ตนคิดว่าการพูดแบบนั้นไม่รับผิดชอบต่อข้อเท็จจริง

"ท่านทั้งหลายเป็นกรรมการมีเบี้ยเลี้ยงเบี้ยประชุม มีหน้าที่ที่ต้องตรวจสอบเรื่องนี้โดยละเอียด ถ้าเกิดว่ามีการสั่งให้ดำเนินการแล้วในการตรวจสอบเรื่องนี้ ก็ต้องมาดูว่าผิดพลาดที่ตรงไหน แต่อย่าเพิ่งไปโยนความรับผิดให้กับกลุ่มคนใดคนหนึ่ง ต้องเอาทุกคนเข้ามาสู่ผังของผู้น่าสงสัย ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตแบบนี้ ถ้าระดับบิ๊กๆ ไม่ส่งสัญญาณไฟเขียว ผมคิดว่าเราคงไม่เห็นมหากาพย์การทุจริตที่ทำเป็นขบวนการขณะนี้แน่นอน" นายรังสิมันต์ กล่าว