หลังส่ง “สก.เนอส” ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย นั่งประธานสภากรุงเทพมหานคร “พรรคประชาชน” กุมความได้เปรียบเกมสภา กทม. ทันที โดยมี 22 เสียงในสภาเล็กเป็นทุน คุมเกมถ่วงดุลอำนาจของ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้ว่าฯกทม. และต่อรองกับ “ส.ก.ต่างค่าย”
ล่าสุด การแบ่งโควตา 13 คณะกรรมการประจำสภากรุงเทพมหานคร พรรคประชาชนอาศัยความได้เปรียบ ยึดหัวหาด “คณะกรรมการเกรดเอ” กวาดมาอยู่ในโควตา “ค่ายส้ม” เกินครึ่ง ก่อนกระจายให้ “ส.ก.ต่างค่าย”
สำหรับโควตา “คณะกรรมการ” มีการแบ่งสัดส่วนดังนี้
"พรรคประชาชน" ได้ประธานกรรมการ 7 คณะ ประกอบด้วย 1.คณะกรรมการกิจการสภาฯ 2.คณะกรรมการตรวจรายงานการประชุม 3.คณะกรรมการการโยธาและผังเมือง 4.คณะกรรมการการสาธารณสุข 5.คณะกรรมการการเศรษฐกิจ การเงิน การคลังและการงบประมาณ 6.คณะกรรมการการระบายน้ำ 7.คณะกรรมการการยุทธศาสตร์และเทคโนโลยีดิจิทัล
“กลุ่มคนทำงาน” ได้ประธานกรรมการ 3 คณะ ประกอบด้วย 1.คณะกรรมการการรักษาความสะอาดและสิ่งแวดล้อม 2.คณะกรรมการการจราจรและการขนส่ง 3.คณะกรรมการการศึกษา
“พรรคประชาธิปัตย์” ได้ประธานกรรมการ 2 คณะ ประกอบด้วย 1.คณะกรรมการการปกครองและรักษาความสงบเรียบร้อย 2.คณะกรรมการการวัฒนธรรม การท่องเที่ยวและการกีฬา
“กลุ่มเพื่อไทย Life ลงตัว” ได้ประธานกรรมการ 1 คณะ คือ คณะกรรมการการพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม
อย่างไรก็ตาม มีกระแสข่าวว่า “ส.ก.” จากค่ายเขียว-ค่ายฟ้า-ค่ายแดง ต่างไม่พอใจวิธีการจัดสรรโควตาของ “ค่ายสีส้ม” เนื่องจากใช้วิธีเลือกก่อน แล้วกระจายให้กลุ่มอื่น โดยการ “บังคับเลือก” ไม่ใช่วิธีสลับกันเลือก เหมือนธรรมเนียมปฏิบัติที่ผ่านมา
ที่สำคัญ หากไล่ดูโควตาของ “ส.ก.ค่ายสีส้ม” ที่กวาด 7 เก้าอี้ “ประธานกรรมการเกรดเอ” เกือบทั้งหมด คุมกลไกการทำงานของสภา กทม. คุมกลไกการทำงานของฝ่ายบริหาร ส่งผลให้ “ค่ายสีส้ม” กุมความได้เปรียบเกือบทุกมิติ
ขณะเดียวกันสัดส่วน “กรรมการ” แต่ในแต่ละคณะกรรมการ “ค่ายสีส้ม” ยังวางเกมคุมเสียงข้างมากในทุกคณะกรรมการ ทำให้ “ส.ก.ต่างค่าย” แม้จะได้เก้าอี้ “ประธานกรรมการ” แต่สัดส่วน “กรรมการ” ที่ได้รับการจัดสรรให้อยู่ในชุดต่างๆ มีน้อยกว่า “ค่ายสีส้ม” ส่งผลให้ “ค่ายสีส้ม” กุมเสียงข้างมากให้ทุกคณะกรรมการ
สำหรับสัดส่วน “กรรมการ” ในแต่ละชุดมีดังนี้ คณะกรรมการกิจการสภา ประกอบด้วย พรรคประชาชน 4 เสียง กลุ่มคนทำงาน 2 เสียง พรรคประชาธิปัตย์ 1 เสียง กลุ่มอิสระ 1 เสียง รวม 8 เสียง
คณะกรรมการตรวจรายงานการประชุม ประกอบด้วย พรรคประชาชน 4 เสียง กลุ่มคนทำงาน 2 เสียง พรรคประชาธิปัตย์ 2 เสียง กลุ่มเพื่อไทย Life ลงตัว 1 เสียง รวม 9 เสียง
คณะกรรมการการโยธาและผังเมือง ประกอบด้วย พรรคประชาชน 6 เสียง กลุ่มคนทำงาน 2 เสียง พรรคประชาธิปัตย์ 2 เสียง กลุ่มอิสระ 1 เสียง กลุ่มเพื่อไทย Life ลงตัว 1 เสียง รวม 12 เสียง
คณะกรรมการการสาธารณสุข ประกอบด้วย พรรคประชาชน 5 เสียง กลุ่มคนทำงาน 2 เสียง พรรคประชาธิปัตย์ 2 เสียง กลุ่มเพื่อไทย Life ลงตัว 1 เสียง รวม 10 เสียง
คณะกรรมการการเศรษฐกิจ การเงิน การคลังและการงบประมาณ ประกอบด้วย พรรคประชาชน 6 เสียง กลุ่มคนทำงาน 2 เสียง พรรคประชาธิปัตย์ 2 เสียง กลุ่มอิสระ 1 เสียง กลุ่มเพื่อไทย Life ลงตัว 1 เสียง รวม 12 เสียง
คณะกรรมการการระบายน้ำ ประกอบด้วย พรรคประชาชน 6 เสียง กลุ่มคนทำงาน 2 เสียง พรรคประชาธิปัตย์ 2 เสียง กลุ่มอิสระ 1 เสียง กลุ่มเพื่อไทย Life ลงตัว 1 เสียง รวม 12 เสียง
คณะกรรมการการยุทธศาสตร์และเทคโนโลยีดิจิทัล ประกอบด้วย พรรคประชาชน 6 เสียง กลุ่มคนทำงาน 3 เสียง พรรคประชาธิปัตย์ 1 เสียง กลุ่มอิสระ 1 เสียง กลุ่มเพื่อไทย Life ลงตัว 1 เสียง รวม 12 เสียง
คณะกรรมการการรักษาความสะอาดและสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย พรรคประชาชน 5 เสียง กลุ่มคนทำงาน 4 เสียง พรรคประชาธิปัตย์ 1 เสียง กลุ่มอิสระ 1 เสียง กลุ่มเพื่อไทย Life ลงตัว 1 เสียง รวม 12 เสียง
คณะกรรมการการจราจรและการขนส่ง ประกอบด้วย พรรคประชาชน 4 เสียง กลุ่มคนทำงาน 4 เสียง พรรคประชาธิปัตย์ 2 เสียง กลุ่มเพื่อไทย Life ลงตัว 1 เสียง รวม 11 เสียง
คณะกรรมการการศึกษา ประกอบด้วย พรรคประชาชน 4 เสียง กลุ่มคนทำงาน 4 เสียง พรรคประชาธิปัตย์ 2 เสียง กลุ่มอิสระ 1 เสียง กลุ่มเพื่อไทย Life ลงตัว 1 เสียง รวม 12 เสียง
คณะกรรมการการปกครองและรักษาความสงบเรียบร้อย ประกอบด้วย พรรคประชาชน 5 เสียง กลุ่มคนทำงาน 2 เสียง พรรคประชาธิปัตย์ 3 เสียง กลุ่มอิสระ 1 เสียง กลุ่มเพื่อไทย Life ลงตัว 1 เสียง รวม 12 เสียง
คณะกรรมการการวัฒนธรรม การท่องเที่ยวและการกีฬา ประกอบด้วย พรรคประชาชน 4 เสียง กลุ่มคนทำงาน 2 เสียง พรรคประชาธิปัตย์ 3 เสียง กลุ่มอิสระ 1 เสียง รวม 10 เสียง
คณะกรรมการการพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม ประกอบด้วย พรรคประชาชน 4 เสียง กลุ่มคนทำงาน 2 เสียง พรรคประชาธิปัตย์ 1 เสียง กลุ่มเพื่อไทย Life ลงตัว 2 เสียง รวม 9 เสียง
ทั้งหมดคือสัดส่วน “ประธานกรรมการ” และ “กรรมการ” ในคณะกรรมการ 13 ชุดของ กทม. โดย “ค่ายสีส้ม” ในฐานะที่มีจำนวนเสียงส.ก.มากที่สุดในสภา กทม. จึงถือธงนำ กุมความได้เปรียบแทบจะเบ็ดเสร็จ ย่อมเป็นโจทย์ยากของ “ชัชชาติ” บนเก้าอี้ “ผู้ว่าฯกทม.” สมัยสอง
ทว่าให้จับตากลเกมของ “เขียว-ฟ้า-แดง” หาก“ค่ายส้ม” ปฏิบัติการหักดิบ อาจมีปฏิบัติการดัดหลังพลิกขั้วเกิดขึ้นในอนาคตได้เช่นกัน


