หลังการเสียชีวิตของ “หรั่ง ธุระพล” สส.อุดรธานี เขต 3 พรรคภูมิใจไทย กกต.เตรียมจัดเลือกตั้งซ่อม สส.เขต 3 อุดรธานี แทนตำแหน่งที่ว่างลง ถือเป็นศึกเลือกตั้งซ่อมสนามแรกใน “รัฐบาลอนุทิน” และถือเป็นสนามวัดกระแส “พรรคภูมิใจไทย” ทั้งในฐานะแกนนำรัฐบาล และเจ้าของพื้นที่เดิม
พลิกปูม “สส.หรั่ง” ผู้ล่วงลับ เข้าสู่การเมือง เริ่มเป็นนายก อบต.เชียงหวาง อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี ก่อนที่การเลือกตั้งสส.อุดรธานี ปี 2550 ลงสังกัดพรรคชาติไทย แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง เช่นเดียวกับการเลือกตั้งปี 2554 และปี 2562 ลงสมัครในนามพรรคภูมิใจไทย แต่ไม่ได้รับเลือกตั้งเช่นเดิม
กระทั่งการเลือกตั้งปี 2566 “สส.หรั่ง” ลงสมัครในนามพรรคไทยสร้างไทย ได้รับการเลือกตั้งเป็นสส.สมัยแรก โดยล้ม “อนันต์ ศรีพันธุ์” อดีต สส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย หลายสมัย แบบเหนือความคาดหมาย 36,250 ต่อ 20,248 คะแนน
หลังตีตั๋วผู้แทนเข้าสภาฯได้ไม่นาน ในช่วงต้นปี 2567 “สส.หรั่ง”เป็น 1 ใน 3 สส. พรรคไทยสร้างไทย ที่โหวตสวนมติฝ่ายค้าน โดยลงมติ “เห็นด้วย”กับร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567
โดยอีก2คนคือ สุภาพร สลับศรี สส.ยโสธร, และ “สส.ดู๋ดี๋” อดิศักดิ์ แก้วมุงคุณทรัพย์ สส.อุดรธานี
เวลานั้น “สส.หรั่ง” ให้เหตุผลว่า “เนื่องจากรับปากกับชาวบ้านไว้ ก็ต้องเห็นด้วย เพราะถ้าจะมาขัดอย่างเดียว บ้านเมืองก็เดินหน้าไม่ได้ อีกทั้งประชาชนเลือกผมมา ผมก็ต้องทำตามที่เขาบอก รวมถึงหากอยู่ฝ่ายค้านแล้ว จะเอางบประมาณมาจากที่ไหน ใครจะให้ ทุกวันนี้ก็รู้กันอยู่ว่า ใครก็อยากจะร่วมรัฐบาล พรรคก็อยากร่วม แต่ก็ไม่รู้ว่า เป็นเพราะสาเหตุอะไร ที่ทางพรรคไม่พาพวกผมเข้าร่วม ซึ่งผมก็ให้เวลาหลายเดือนแล้ว แต่ทางพรรคก็อยู่เฉยๆ ต่อมาก่อนปีใหม่ ก็บอกว่าหากพรรคไม่ดำเนินการใดๆ ก็จะโหวตให้งบประมาณผ่าน ผลจึงออกมาเช่นนั้น”
กระทั่งการเลือกตั้งปี 2569 “สส.หรั่ง” ได้ย้ายกลับบ้านหลังเก่าลงสมัครในนามภูมิใจไทย และได้รับเลือกตั้งสส.เป็นสมัยที่ 2 เอาชนะ “สมัคร บุญปก” จากพรรคเพื่อไทย 33,013 ต่อ 27,342คะแนน
โดยในส่วนของเขต 3 จ.อุดรธานี ประกอบด้วย อ.เพ็ญ อ.สร้างคอม เมืองอุดรธานี(เฉพาะบ้านขาว) ปัจจุบันมี “ปัญญสิริย์ ธุระพล” ภรรยาสส.หรั่ง เป็นนายกอบต.เชียงหวาง อ.เพ็ญ รักษาฐานที่มั่นเดิมของผู้เป็นสามี
หลังสิ้น “สส.หรั่ง” ย่อมต้องจับตาศึกเลือกตั้งซ่อม ที่อาจทำให้อุณหภูมิการเมืองกลับมาคุกรุ่นอีกครั้ง
จ.อุดรธานี ถือเป็นฐานะที่มั่นสำคัญของพรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทย ซึ่งเคยรุ่งโรจน์ในอดีต จนถูกขนานนามว่า เป็นเมืองหลวงของคนเสื้อแดง
การเลือกตั้งครั้งล่าสุด จ.อุดรธานี มี สส.10 คน พรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทย แบ่งกันไปพรรคละ 4 ที่นั่ง อีก 2 ที่นั่งเป็นของพรรคประชาชน
ทว่า ปัจจุบัน“สุริยา วงศ์อารีย์”สส.อุดรธานี พรรคประชาชน ที่เอาชนะ“ธีระชัย แสนแก้ว” หรือ“อีโต้อีสาน”จากพรรคเพื่อไทย พลิกขั้วในทางพฤตินัย โดยมี “สส.ดู๋ดี๋”อดิศักดิ์ สส.อุดรธานี เขต 6 พรรคภูมิใจไทย เป็นพี่เลี้ยงในสภาฯ เท่ากับว่าภูมิใจไทยมีสส.อุดรธานี ที่อยู่ในการดูแล 5 คน
ฉะนั้นศึกเลือกตั้งซ่อมเขต 3 อุดรธานี ที่กำลังจะเกิดขึ้น ถือเป็นอีกหนึ่งสนามวัดใจว่า พรรค“น้ำเงิน” และ“แดง” จะเลือกเปิดโหมดรอมชอม“รักษามารยาท” การเป็นพรรคร่วมรัฐบาล หรือถึงที่สุดต่างฝ่ายต่างเปิดฉากชักธงรบเพื่อชิงพื้นที่เต็มสูบ
โดยเฉพาะ“ค่ายแดง” เวลานี้มี2บ้านใหญ่คือ “ตระกูลขาวขำ” ทั้ง “เสี่ยก้อ” วัชระพล ขาวขำ สส.เขต9 รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลูกชาย “วิเชียร ขาวขำ” อดีตนายกอบจ.อุดรธานี “เทียบจุฑา ขาวขำ” สส.เขต10 ภรรยาวิเชียร
รวมถึง “ตระกูลเพชรพนมพร” ที่มี“หทัยรัตน์ เพชรพนมพร” สส.เขต2 และเป็นภรรยา “ศราวุธ เพชรพนมพร” นายกอบจ.อุดรธานี คนปัจจุบัน รักษาพื้นที่
แน่นอนว่า “ค่ายสีแดง”ย่อมเห็นจังหวะที่ “ค่ายน้ำเงิน”กำลังเข้าสู่สภาวะขาลง อาจเป็นโอกาสในการเปิดเกม“สางแค้น” เพื่อช่วงชิงพื้นที่ฐานที่มั่นเดิมที่เคยขึ้นชื่อว่าเป็น “เมืองหลวงเสื้อแดง” กลับคืนมา


