วันพฤหัสบดี ที่ 27 สิงหาคม 2569

Login
Login

'ศิริกัญญา' สับระบบ 'บัตรคนจน' ซัดเกณฑ์แข็ง ทำคนเดือดร้อนตกหล่น

'ศิริกัญญา' สับเละระบบ 'บัตรคนจน' ซัดหลักเกณฑ์แข็งตัว ทำคนเดือดร้อนจริงตกหล่น แนะใช้ระบบคะแนนคัดกรอง เตือนรัฐบาล เร่งคลีนข้อมูลตัวเอง ก่อนโยนภาระให้ประชาชน

เมื่อวันที่ 20 ก.ค. 2569 น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีปัญหาอยู่ขณะนี้ ว่า การแถลงของรัฐบาลสะท้อนให้เห็นว่าระบบเละเทะมีปัญหามากจริง ๆ จากการที่จะคัดคนออกให้ได้มากที่สุดตามที่ได้กำหนดงบประมาณเอาไว้ ทำให้เกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมาจากการใช้เกณฑ์ที่แข็งตัวมากเกินไปทำให้คนที่เดือดร้อนจริง ๆ ตกหล่นจากมาตรการเหล่านี้ และรัฐบาลก็รีบกลับลำอย่างรวดเร็วเหมือนรีบร้อนไปหน่อย อย่างวันนี้ก็เป็นเรื่องของรถยนต์ นักศึกษาที่ยากจน แต่คิดว่ายังมีอีกหลายเรื่องที่ไปตรงไหนก็เจอ เพราะทางกระทรวงการคลังไม่ได้เช็กข้อมูลที่มาจากกระทรวงอื่น ๆ ว่าถูกต้องมากน้อยแค่ไหน จึงเป็นภาระของประชาชนที่ต้องเดินทางไปอุทธรณ์ด้วยตัวเอง

​ส่วนเรื่องหลักเกณฑ์ที่มีปัญหา ที่สะท้อนว่าคนเดือดร้อนจริงหรือไม่จริง ทั้งเรื่องรถยนต์เก่าและรถจักรยานยนต์เก่าก็มาใส่ในรายละเอียดเพิ่มเติม ซึ่งความเดือดร้อนของประชาชนซับซ้อนมากกว่านั้น มาใช้เกณฑ์ตายตัวว่าจะต้องผ่านคุณสมบัติทุกข้อแบบนี้ไม่ได้เพราะมีความละเอียดอ่อน เช่น บางคนอาจรายได้น้อย บางคนมีสินทรัพย์แต่ไม่สามารถนำมาประกอบอาชีพได้แล้ว ดังนั้นสิ่งที่เราเสนอถ้าอยากจะคัดกรองคนจริง ๆ ควรใช้ระบบคะแนนมากกว่าให้ผ่านทุกคุณสมบัติ แล้วตัดสินว่าเขาควรได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือไม่ ในช่วงที่รัฐบาลมีงบประมาณจำกัดมาก ๆ เราก็เข้าใจว่าทำไมต้องทำแบบพุ่งเป้า แต่ถ้าพุ่งเป้าก็ต้องมีข้อมูลที่แม่นยำมากพอ ไม่เช่นนั้นความตั้งใจที่จะคัดคนจนจริง ๆ ก็จะกลายเป็นว่าคนจนจริงไม่ได้รับ การช่วยเหลือ

​เมื่อถามว่าเป็นเพราะงบประมาณเป็นงบประจำเยอะ ทางฝั่งรัฐบาลเองก็ยืนยันในหลักเกณฑ์ ต้องใช้งบประจำให้กับคนที่จำเป็นจริง ๆ พอที่จะต่อรองได้หรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า เข้าใจดีว่าเขากำหนดไว้ตั้งแต่ต้น 42,000 ล้านบาทใช้กับโครงการ ทำให้มีผู้รับสิทธิ์ได้ไม่เกิน 10 ล้านคน แต่ก็สามารถลงในรายละเอียดในการสร้างกฎเกณฑ์ขึ้นมาคัดกรองให้ดีกว่านี้ ดีกว่าการมีรถไม่มีรถเกิน 1 คันหรือมีหนี้เกิน 1 แสนบาทหรือไม่ แต่ในความเป็นจริงเขาก็มีความเดือดร้อนที่สุดท้ายก็จะถูกตกหล่น และรัฐบาลเองก็ยอมรับแล้วว่า งบประมาณที่ตั้งไว้ให้ได้ประมาณ 9-10 ล้านคน ถ้ามีคนที่เข้าคุณสมบัติมากกว่านี้ สามารถที่จะขยายงบประมาณออกไปได้ ก็ขอให้กลับมาทบทวนหลักเกณฑ์จริง ๆ จัง ๆ ถึงวิธีการที่จะตัดสินว่าใครควรได้รับไม่ได้รับ ควรจะต้องเป็นแบบไหน แล้วแบบไหนถึงจะคัดคนยากจนให้ได้รับความช่วยเหลือจริง ๆ

​เมื่อถามว่าคนที่ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรัฐบาลเตรียมโยกไปให้ใช้ไทยช่วยไทยพลัส แต่มีเสียงสะท้อนว่าไม่มีเงินเติมมองอย่างไร น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า โครงการไทยช่วยไทยพลัสเป็นรางวัลปลอบใจ คนที่ไม่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในรอบนี้ มีระยะเวลาค่อนข้างสั้นเพียงแค่ 2 เดือน อย่างที่หลายคนบอกว่าไม่มีเงินอีก 40% ที่จะมาเติม ก็ยิ่งสะท้อนว่า ภาครัฐอยากที่จะมุ่งเป้าช่วยเหลือคนที่เดือดร้อน แต่วันนี้ต้องบอกว่างบประมาณที่เคยใช้ไปกับโครงการไทยช่วยไทยพลัสเป็น 4 เท่าของงบประมาณ ที่จะมาใช้ช่วยเหลือคนจน ที่เดือดร้อนจริง ๆ ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

​"ดังนั้นเมื่อมุ่งเป้าก็ตระหนี่ถี่เหนียวมาก ๆ พอวันไหนบอกไม่มุ่งเป้าแล้วอยากจะให้เป็นไทยช่วยไทยพลัส คุณก็เหวี่ยงแหโดยไม่แคร์อะไร และใช้เงินให้หมดได้ภายในระยะเวลาสั้น ๆ ก็ไม่ใช่วิธีการคิดนโยบายที่รัดกุมรอบคอบ แล้วก็มาตามแก้ปัญหาภายหลังเยอะแยะเต็มไปหมด" น.ส.ศิริกัญญา กล่าว

​เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่าการยื่นอุทธรณ์จะล่าช้าจากการทำงานของระบบราชการ นางสาวศิริกัญญา กล่าวว่า ก็เป็นอีกหนึ่งปัญหา แต่โชคดีที่มีการขยายระยะเวลาในการยื่นอุทธรณ์ถึง 20 ก.ย. อย่างไรก็ตามปัญหาอยู่ที่ตัวข้อมูลของรัฐบาลเอง ถ้าไม่สามารถที่จะทำความสะอาดข้อมูลได้ ความถูกต้องตรงไปตรงมา และเรื่องความผิดพลาดต่าง ๆ ไม่ได้อยู่ที่ประชาชน ต่อให้มีเวลาอุทธรณ์ รัฐบาลยังเคลียร์ข้อมูลของตัวเองไม่จบสิ้น ไม่มีทางที่จะแก้ปัญหาได้ถึงแม้จะยืดระยะเวลาออกไป ก็ขอให้รัฐบาลตรวจสอบจุดนี้ รวมถึงพิจารณา กศน. ในสังกัดของกระทรวงศึกษาธิการอีกด้วย ที่มีปัญหาเช่นกัน ต้องเร่งตรวจสอบข้อมูลของภาครัฐเอง ให้ถูกต้องก่อน ก่อนมารับเรื่องร้องเรียนอุทธรณ์ของประชาชน