วันเสาร์ ที่ 18 กรกฎาคม 2569

Login
Login

'พร้อมพงศ์' ยัน 'ยิ่งลักษณ์' พบผู้นำอินโดไร้นัยแอบแฝง

'พร้อมพงศ์' ขอความเป็นธรรม 'ยิ่งลักษณ์' พบผู้นำอินโดไร้นัยแฝง ย้ำไทยเผชิญความท้าทายทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ทุกฝ่ายต้องร่วมมือ วอนพวกเห็นต่าง อย่าผูกโยงความขัดแย้ง

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีกลุ่ม คปท. ยื่นหนังสือต่อกระทรวงการต่างประเทศเกี่ยวกับ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งร่วมคณะของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางไปพบประธานาธิบดีอินโดนีเซียว่า ตนเคารพสิทธิของทุกฝ่ายในการแสดงความคิดเห็นและใช้สิทธิตามกฎหมาย ซึ่งเป็นหลักการสำคัญของระบอบประชาธิปไตย แต่การพิจารณาประเด็นดังกล่าวควรตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง หลักกฎหมาย และข้อมูลที่รอบด้าน

"การพบปะของบุคคลในต่างประเทศอาจเกิดขึ้นได้จากความสัมพันธ์ส่วนบุคคลหรือเครือข่ายระหว่างอดีตผู้นำ ขณะที่ความร่วมมือระหว่างประเทศต้องดำเนินไปตามกฎหมายของแต่ละประเทศ พันธกรณีระหว่างประเทศ และกระบวนการของหน่วยงานที่มีอำนาจ"
 

ทั้งนี้จากข้อมูลเท่าที่ปรากฏต่อสาธารณะ การเดินทางครั้งนี้เป็นการหารือและแลกเปลี่ยนมุมมองด้านเศรษฐกิจ การลงทุน และความร่วมมือระหว่างกัน โดยไม่ปรากฏข้อเท็จจริงที่ชี้ว่ามีนัยทางการเมืองตามที่มีการกล่าวอ้าง ที่ผ่านมา นางสาวยิ่งลักษณ์ไม่ได้ปรากฏการแสดงท่าทีต่อสาธารณะที่มุ่งสร้างความเสียหายต่อประเทศ และได้แสดงความห่วงใยต่อบ้านเมืองในหลายโอกาส
 

นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า ในช่วงที่ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายด้านเศรษฐกิจ การสร้างรายได้ การดึงดูดการลงทุน การขยายการค้า และการส่งเสริมการท่องเที่ยว เป็นภารกิจสำคัญของประเทศ ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นผู้นำ อดีตผู้นำ นักธุรกิจ นักลงทุน หรือคนไทยที่มีประสบการณ์และเครือข่ายในเวทีระหว่างประเทศ หากสามารถใช้ศักยภาพดังกล่าวสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจภายใต้กรอบของกฎหมาย ความโปร่งใส และผลประโยชน์ของชาติ ก็ควรเปิดใจรับฟังและพิจารณา เพราะไม่ควรปล่อยให้ความเห็นต่างทางการเมืองมาปิดกั้นโอกาสของประเทศไทยและพี่น้องประชาชน

"วันนี้สิ่งที่ประชาชนคาดหวังคือการฟื้นฟูเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้ สร้างความเชื่อมั่น และยกระดับคุณภาพชีวิต ประเทศไทยจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน นักลงทุน นักธุรกิจ และผู้ที่สามารถประสานความร่วมมือกับต่างประเทศได้ หากทุกอย่างดำเนินไปภายใต้กรอบของกฎหมายและก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน ก็ถือเป็นโอกาสที่ประเทศไทยควรใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด" นายพร้อมพงศ์กล่าว

สำหรับกระบวนการทางกฎหมาย ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่มีอำนาจดำเนินการตามกฎหมายและพันธกรณีที่เกี่ยวข้อง หลักนิติธรรมไม่ได้มีไว้เพื่อเอาชนะกันทางการเมือง แต่มีไว้เพื่อคุ้มครองสิทธิ สร้างความเป็นธรรม และเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรม

"ประเทศไทยสูญเสียโอกาสจากความขัดแย้งทางการเมืองมานานแล้ว วันนี้ถึงเวลาที่ทุกฝ่ายจะร่วมกันลดความขัดแย้ง ปล่อยให้กฎหมายทำหน้าที่ และเปิดโอกาสให้ทุกความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศเดินหน้าภายใต้กรอบของกฎหมาย เพราะเมื่อประเทศเดินหน้าได้ ผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุดคือพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน"