เลขาสภาฯ โต้'ภัณฑิล 'ยัน'โสภณ' ไม่ได้ใช้รถประจำตำแหน่ง พร้อมแจงตั้งงบปี70 จำนวน4คัน ทดแทนของเดิมใช้งาน6ปี หลัง 'รองประธานฯ-ผู้นำฝ่ายค้าน' แจ้งความประสงค์ใช้รถ
ที่รัฐสภา นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีคำขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ 2570 ในส่วนค่าเช่ารถประจำตำแหน่งของประธานสภาผู้แทนราษฎร ตามที่นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม.พรรคประชาชนตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับคำขอตามงบประมาณของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรในส่วนของค่าเช่ารถประจำตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยกล่าวถึงความเหมาะสมในการเช่ารถในปีละ 1 ล้านบาท
โดยเลขาธิการสภาฯ กล่าวว่า สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดทำคำขอตั้งงบประมาณดังกล่าวจำเป็นต้องชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจให้ถูกต้องถึงที่มาของการตั้งงบประมาณเนื่องจากรถประจำตำแหน่งของประธานสภาผู้แทนราษฎรคันปัจจุบันทางสำนักงานได้ทำการจัดซื้อตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2564
ส่วนรถประจำตำแหน่งของรองประธานสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 2 คน และของผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรคันปัจจุบัน ได้ทำการจัดซื้อตั้งแต่ 16 เมษายน 2564 ซึ่งรถทั้ง 4 คันดังกล่าวได้มาตั้งแต่สมัยที่นายชวน หลีกภัย ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยนายชวน หลีกภัย และรองประธานสภาทั้ง 2 คน และผู้นำฝ่ายค้านในขณะนั้น ได้มีการใช้รถประจำตำแหน่งมาโดยตลอด
กระทั่งในสมัยของวันมูหะมัดนอร์ มะทา ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภาผู้แทนทั้ง 2 คน ในขณะนั้นได้ใช้รถประจำตำแหน่งต่อเนื่อง จนกระทั่งรถประจำตำแหน่งทั้ง 4 คัน จะครบอายุการใช้งาน 6 ปี ในวันที่ 5 มกราคม 2570 และวันที่ 16 เมษายน 2570 ตามลำดับ ซึ่งมาอยู่ในสมัยปัจจุบันของ โสภณ ซารัมย์ ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร
นายศิโรจน์ กล่าวว่า ตั้งแต่การเข้ารับตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร นายโสภณ ได้แจ้งต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรว่ามีความประสงค์จะใช้รถส่วนตัวในการปฏิบัติภารกิจในตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยไม่ประสงค์จะใช้รถประจำตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจัดให้ เพื่อเป็นการจัดประหยัดงบประมาณในการจ่ายเป็นค่าน้ำมัน และค่าบำรุงรักษาซ่อมแซมต่างๆ
สำหรับรองประธานสภาผู้แทนราษฎรทั้ง คนที่หนึ่ง และรองประธานสภาผู้แทนราษฎรทั้ง คนที่สอง และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ทั้ง 3 ได้แจ้งความประสงค์ต่อสำนักงานว่าจะใช้รถประจำตำแหน่งในการปฏิบัติภารกิจ
เมื่อรถประจำตำแหน่งทั้ง 4 คันเดิมที่ครบการใช้งาน 6 ปี ตามระเบียบราชการ ประกอบกับรองประธานสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 2 คน และผู้นำฝ่ายค้านได้แจ้งความประสงค์ว่าจะใช้รถ ทางสำนักงานจึงเห็นว่ามีความจำเป็นที่จะต้องขอตั้งงบประมาณเพื่อจัดหารถประจำตำแหน่งใหม่มาทดแทนคันเดิมเพื่อให้มีรถประจำตำแหน่งที่เหมาะสมพร้อมสำหรับการรองรับปฏิบัติราชการสำหรับอายุการใช้งาน 6 ปีของรถประจำตำแหน่ง ของประธานสภา รองประธานสภาและผู้นำฝ่ายค้านเป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยรถราชการ พ.ศ. 2523 ดังนั้นการทำคำของบประมาณดังกล่าวจึงเป็นกระบวนการจัดหาเพื่อตามระเบียบราชการปกติ
เลขาธิการสภาฯ ยังกล่าวถึงสาเหตุที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเปลี่ยนวิธีการจัดหารถคันใหม่จากจัดซื้อเป็นจัดเช่านั้นเนื่องจากการจัดเช่าจะช่วยลดภาระในการดูแลรักษา และการซ่อมบำรุงในระยะยาว ซึ่งเป็นวิธีที่หน่วยงานรัฐบาลหลายแห่งนำไปใช้ในการจัดหารถประจำตำแหน่งในปัจจุบัน ส่วนงบประมาณค่าเช่ารถประจำตำแหน่งในคำของบปี 2570 จำนวน 5,421,600 บาท เป็นค่าใช้จ่ายผูกพันงบประมาณพ.ศ. 2570-2575 รวมระยะเวลา 5 ปี ซึ่งการตั้งงบประมาณดังกล่าวเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงการคลัง
ด้านพล.ต.ต.วิชัย ได้ฝากถึงผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ว่า "เวลาจะพูดอะไรที่พูดไปนั้นมีความคิดหรือสิ้นคิดหรือเปล่า เพราะกรณีที่ท่านประธานโสภณ ได้มาปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประธานรัฐสภายังไม่เคยใช้รถหลวงแม้แต่ครั้งเดียว ไม่เคยเบิกน้ำมันซึ่งเป็นการประหยัดงบประมาณของแผ่นดินแต่อย่างไร ดังนั้นต้องไปดูว่าคนที่ฉันรถมีใครบ้างท่านไปคิดก่อนแล้วถึงจะพูดนะครับ"


