“มัลลิกา มากสลุด” ผู้บริหาร และกรรมการบริษัท คิวอาร์เอส เอ็ดดูเคชั่น จำกัด บริษัทผู้ดำเนินการ QRS Global ในไทย คือ 1 ใน 2 บุคคลซึ่งถูกศาลอาญา อนุมัติหมายจับ ในคดีร่วมกันหลอกลงทุน Forex ตามที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กำลังดำเนินการสอบสวน
โดย “มัลลิกา” ถูก พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ยืนยันต่อสื่อว่า เป็นผู้ถูกกล่าวหาระดับโบรกเกอร์ “รายสำคัญ”
ศาลให้เหตุผลว่า ข้อกล่าวหามีอัตราโทษสูง มูลค่าความเสียหายมีจำนวนมาก ลักษณะเป็นการร่วมกันกระทำความผิดเป็นขบวนการ โดยแบ่งหน้าที่กันทำ กรณีเป็นเรื่องร้ายแรงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง เมื่อพิจารณาประกอบข้อคัดค้านของพนักงานสอบสวนและผู้เสียหายแล้ว มีเหตุอันควรเชื่อว่า ผู้ต้องหาอาจหลบหนี หรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ในชั้นนี้เห็นสมควรรอฟังผลการสอบสวนก่อน ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างสอบสวน ให้ยกคำร้อง
เดิมดีเอสไอขอหมายจับไป 30 ราย แต่ศาลไม่อนุมัติ 28 ราย โดยเห็นว่าบุคคลที่เหลือสามารถออกหมายเรียกได้ หนึ่งในนั้นคือ “ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ซึ่งถูกกล่าวหาพัวพันกับเรื่องนี้ เดิมถูกตรวจสอบพบเส้นเงินราว 28 ล้านบาท ต่อมาดีเอสไอขยายผลอ้างว่า เจอเส้นเงินเพิ่มเติม มูลค่าสูงกว่า 833 ล้านบาท
สำหรับ QRS Global นั้น เคยถูกระบุในสำนวนการสอบสวนเบื้องต้นของดีเอสไอ พบว่า กระแสเงินจำนวนมากที่หมุนเวียนอยู่ในระบบมีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจ Forex จึงได้ดำเนินการตรวจสอบที่มาของการดำเนินธุรกิจดังกล่าว รวมถึงสถานะการได้รับอนุญาตตามกฎหมาย
โดยได้รับการยืนยันจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่า ไม่มีผู้ประกอบธุรกิจ Forex รายใดได้รับอนุญาตจาก ธปท.อย่างถูกต้อง ประกอบกับมีผู้เสียหายเข้าร้องเรียนว่าได้รับความเสียหายจากการถูกโบรกเกอร์ Forex ชื่อ QRS Global HFM GOFX Eterwealth และกลุ่มผู้แนะนำโบรกเกอร์ (IB) ประกอบด้วย อาจารย์พี โค้ชเจมส์ JP Global แอคมี่ และบริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับการรับ – ส่งเงินและการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์อีก 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท เรนนี่ คอปเปอเรชั่น จำกัด บริษัท เพย์โซลูชั่น จำกัด ทำการหลอกลวงให้ซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (Forex) กล่าวคือ หลอกให้ลงทุน
โดยแอบอ้างเป็นโบรกเกอร์ที่ได้รับอนุญาต มีเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ มีการโชว์ไลฟ์สไตล์หรูหรา ท่องเที่ยวต่างประเทศ รถยนต์สปอร์ต รวมถึงแสดงผลพอร์ทที่ได้ผลกำไรสูงเพื่อจูงใจให้ฝากเงินเข้าทำการเทรด โดยมีการจัดเซลล์ประกบดูแลลูกค้าเป็นราย ๆ ซึ่งช่วงแรกถอนเงินได้จริง ต่อมาอ้างเงื่อนไขหรือ ขายคอร์ส ฝากเทรด หรือเรียกเก็บค่าธรรมเนียมต่าง ๆ จนไม่สามารถถอนเงินได้จริง
นำไปสู่การสืบสวนพบว่ามีบุคคลที่มีชื่อเสียงหลายราย ประกอบด้วย นักการเมืองที่เป็นผู้จัดตั้งบริษัท โดยให้ผู้อื่นถือครอง อินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) ชื่อดัง และมีบุคคลในวงการบันเทิงมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายดังกล่าว โดยมีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจรับชำระเงินในธุรกิจเทรดและให้คำปรึกษาด้านการลงทุน รวมถึงเคยมีบทบาทในการจัดตั้งและส่งเสริมโบรกเกอร์ Etherwell ซึ่งจดทะเบียนในต่างประเทศ
โดยในส่วนของ QRS Global ซึ่งดำเนินการในไทยคือ บริษัท คิวอาร์เอส เอ็ดดูเคชั่น จำกัด ได้ใช้บริการระบบชำระเงิน (Payment Gateway) ของบริษัท เพย์ โซลูชั่น จำกัด (Pay Solutions) ที่นายภาวุธ เคยเป็นผู้ถือหุ้น เพื่อรับโอนเงินจากลูกค้าที่เข้ามาลงทุน โดยดีเอสไอ ตรวจพบเส้นทางการเงินเครือข่ายโบรกเกอร์ Forex ที่ธปท.ไม่อนุญาตให้ประกอบธุรกิจในประเทศไทย
ขณะเดียวกันยังเคยมีการเผยแพร่คลิปวีดีโอ “ภาวุธ” บอกเล่าประสบการณ์การปรับมุมมองจากนักธุรกิจ สู่การเป็นนักเทรดมืออาชีพใน QRS Global โดยระบุว่า หลังเข้าเรียนในคลาสเทรดเพียง 2-3 เดือน ทำให้มีความเข้าใจการลงทุนมากขึ้น การเทรดถือเป็นเครื่องมือเสริมที่ดีสำหรับผู้ประกอบธุรกิจ เพราะช่วยให้ได้เรียนรู้และติดตามภาวะเศรษฐกิจโลก อีกทั้งยังได้โชว์รางวัลเป็นโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ ซึ่งระบุว่าได้รับจากการสะสมแต้มผ่านการเทรด พร้อมแสดงความสนใจในแคมเปญสะสมแต้มเพื่อแลกรับสิทธิ์เดินทางท่องเที่ยวประเทศฝรั่งเศสฟรีอีกด้วย
อย่างไรก็ดี “ภาวุธ” ยังชี้แจงหลายครั้ง ยืนยันว่า ได้ลงทุนเรื่อง “เทรดทองคำ” กับ QRS Global แต่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อครหาฟอกเงิน หรือชักชวนร่วมหลอกลงทุนแต่อย่างใด
ด้าน “มัลลิกา” เคยโพสต์ผ่านโซเชียลมีเดีย ชี้แจงภายหลังตกเป็นข่าวพัวพันคดี Forex ว่า ได้เข้าพบกับดีเอสไอเพื่อหารือกันแล้ว สัญญาณดี ทั้งนี้กราฟ การเทรด ออเดอร์ การฝาก การถอน ยังดำเนินการได้ตามปกติ เพราะไลเซนส์ที่ต่างประเทศเรามี และไม่ติดปัญหาใด ๆ นะคะ โบรกเกอร์ Forex ในไทย ไม่มีเจ้าไหนได้รับใบรับรองอยู่แล้วค่ะ ในส่วนนี้เรายอมรับ ว่ากันไปตามข้อมูล ขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันขยายความจริงนะคะ
ขณะเดียวกัน QRS Global ชี้แจงผ่านเว็บไซต์ของตัวเอง ยืนยันว่า บริษัทดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส และพร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบทุกขั้นตอนอย่างเต็มที่ เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฎตามกระบวนการยุติธรรม
ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่า บริษัท คิวอาร์เอส เอ็ดดูเคชั่น จำกัด จดทะเบียนเมื่อ 4 ก.ย. 2567 ทุนปัจจุบัน 3 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่ 49 ถนนสุคนธสวัสดิ์ แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กทม. วัตถุประสงค์ ให้บริการเป็นที่ปรึกษาทางด้านการตลาด ปรากฏชื่อ นายนิติพนธ์ สำกำปัง เป็นกรรมการ และร่วมถือหุ้น 2% ส่วน น.ส.มัลลิกา มากสลุด ถือหุ้นใหญ่สุด 98% และเป็นกรรมการด้วย
ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุอีกว่า บริษัทแห่งนี้ตอนเริ่มต้นจดทะเบียน 4 ก.ย. 2567 มีทุนจดทะเบียนเพียง 1 ล้านบาท อย่างไรก็ดีเมื่อ 17 มิ.ย. 2569 ที่ผ่านมา ในช่วงเกิดข่าวคดี Forex มีการเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 3 ล้านบาท
นำส่งงบการเงินล่าสุดปี 2568 สินทรัพย์รวม 18,691,115 บาท หนี้สินรวม 20,514,375 บาท รายได้รวม 28,848,873 บาท รายจ่ายรวม 31,261,845 บาท เสียภาษีเงินได้ 6,717 บาท ขาดทุนสุทธิ 2,419,689 บาท
นอกจากนี้ น.ส.มัลลิกา มากสลุด ยังปรากฏชื่อร่วมถือหุ้นในบริษัท เดอะ วิสดอม เวย์ จำกัด จดทะเบียนเมื่อ 16 ก.ค. 2557 ทุนปัจจุบัน 1 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่เดียวกับบริษัท คิวอาร์เอส เอ็ดดูเคชั่น จำกัด วัตถุประสงค์ ให้เช่าอาคารสำนักงาน ปรากฏชื่อ นายนิติพนธ์ สำกำปัง เป็นกรรมการ และร่วมถือหุ้น 2% ส่วน น.ส.มัลลิกา มากสลุด ถือหุ้นใหญ่สุด 98% และเป็นกรรมการ
นำส่งงบการเงินล่าสุดปี 2568 สินทรัพย์รวม 33,401,648 บาท หนี้สินรวม 32,699,000 บาท รายได้รวม 103,552 บาท รายจ่ายรวม 823,204 บาท ขาดทุนสุทธิ 719,651 บาท


