วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

นัดโหวต 'หมอสรณ' ปธ.กสทช. วันนี้ 'สุภัทร' จี้ลงมติแบบเปิดเผย

คณะกรรมการสรรหา โหวตชี้ชะตา “หมอสรณ“ ปธ.กสทช. อยู่หรือไป ด้าน “หมอสุภัทร” หอบหลักฐานชี้ชัด ยังเป็นลูกจ้างมหาวิทยาลัย จี้กก.ลงมติเปิดเผย

ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ  (กสทช.) ที่มีนายเกียรติพงศ์ อมาตยกุล ผู้พิพากสาอาวุโสในศาลแรงงานภาค 7 เป็นประธานกรรมการสรรหา โดยมีวาระชี้ขาดคุณสมบัติของ 'หมอสรณ' นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ว่าต้องพ้นจากตำแหน่งหรือไม่ หลังมีเรื่องถูกร้องเรียนว่ามีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กสทช.

โดยก่อนการพิจารณา นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ที่ปรึกษาของประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ได้ยื่นหนังสือ พร้อมพยานหลักฐานต่อคณะกรรมการสรรหา ซึ่ง เป็นหลักฐานที่ชี้ว่า นพ.สรณ แม้จะลาออกจากมหาวิทยาลัยแล้ว แต่ยังคง มีสถานะเป็นลูกจ้างชั่วคราว ในตำแหน่งแพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค.  2565-12 เม.ย. 2565 

ทั้งนี้ นพ.สุภัทร ให้สัมภาษณ์ว่า จากการรวบรวมหลักฐานทั้งหมด ทั้งหลักฐานการเสียภาษี ภ.ง.ด.90 การรับเงินรายได้จากมหาวิทยาลัย และระเบียบ ข้อบังคับ เรื่องลูกจ้างเงินรายได้ 2561 ของมหาวิทยาลัยมหิดล ชัดเจนว่า ลูกจ้างชั่วคราวนั้น หมายถึงลูกจ้างรายเดือน รายวัน และรายชั่วโมง ดังนั้น การเป็นแพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมง ถือเป็นลูกจ้างของมหาวิทยาลัย ซึ่งขัดกับกฎหมาย  ดังนั้น หลักฐานทั้งหมดนี้ถือว่ามีความเพียงพอ ที่ชี้ชัดว่า นพ.สรณ ยังคงเป็นลูกจ้างของมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ การเป็นแพทย์ของโรงพยาบาลรามาธิบดี จะต้องมีการสมัครและได้รับการอนุญาตเพื่อตรวจและรักษาผู้ป่วยภายในโรงพยาบาลได้ อยู่ดีๆจะไม่สามารถเป็นแพทย์จิตอาสาเข้ามารักษาผู้ป่วยได้ 

นพ.สุภัทรกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีหลักฐานว่า นพ.สรณ มีคนไข้ประจำ เข้าทำการรักษาทุกวันจันทร์และพฤหัสบดี และเว็บไซต์ของโรงพยาบาลสมิติเวช มีข้อมูลว่านพ.สรณ เข้าไปตรวจทุกวันอาทิตย์ ขณะที่เว็บไซต์ โรงพยาบาลพระราม 9 มีข้อมูลว่าเข้าไปตรวจในวันเสาร์ และปัจจุบันเว็บไซต์ดังกล่าวไม่สามารถเข้าไปหาดูได้แล้ว ดังนั้น นพ. สรณ ต้องเลือกว่าอยากเป็นหมอหรือเป็นประธาน กสทช. 

นพ.สุภัทร กล่าวด้วยว่า นอกจากนั้นยังพบว่า นพ.สรณะ ยังได้สมัคร และได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมการอิสระของธนาคารกรุงเทพ ก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นประธาน กสทช. ในวันรุ่งขึ้น แต่ไม่ได้แสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยการลาออก กลับทำหนังสือขอชะลอเพื่อไปสอบคณะกรรมการกฤษฎีกาก่อนว่าสามารถควบตำแหน่งได้หรือไม่ ก่อนที่จะดึงเรื่องกลับจากกฤษฎีกา ซึ่งเข้าใจว่า คณะกรรมการคงตีความไปในทางที่ไม่เป็นประโยชน์ จึงรีบชิงถอนเรื่องออกมาก่อน

“คาดหวังว่าวันนี้จะได้รับคำตอบจากคณะกรรมการสรรหา และต้องลงมติเป็นการเปิดเผย และหวังว่าในครั้งนี้คณะกรรมการสรรหาจะมีมติชี้ขาดเป็นที่สุด เพราะพยานหลักฐานชัดเจนมาก เพื่อให้ กสทช. สามารถเดินหน้าต่อไปได้ เพราะเรื่องนี้คาราคาซังมาหลายปีแล้ว”นพ.สุภัทรกล่าว