“การดี” เผยทดลองใช้ TH-AI Passport แล้ว ฟังก์ชันหลายส่วนคล้าย AI ฟรีต่างประเทศ พร้อมจี้ให้เปิดสูตรคำนวณราคา-ความโปร่งใสการเบิกจ่าย
ที่รัฐสภา นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงความคืบหน้าการติดตามโครงการ TH-AI Passport ว่า เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ตนได้รับอีเมลจากบริษัทผู้พัฒนาโครงการ เพื่อเข้าไปทดลองใช้งาน TH-AI Passport ในเวอร์ชันเริ่มต้น จากการทดลองเบื้องต้นพบว่าหน้าตาการใช้งานสวยงาม มีฟังก์ชันการใช้งาน รวมถึงระบบการเรียนรู้ด้านเอไอที่ดูครบถ้วน แม้ว่ายังไม่ได้ทดลองใช้ทุกฟังก์ชัน ทั้งนี้ตนได้หารือกับผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี พบสิ่งที่น่าประหลาดใจว่า ฟังก์ชันหลายอย่างที่มีอยู่ในระบบนั้น คล้ายกับบริการเอไอเวอร์ชันฟรีที่มีให้ใช้งานอยู่แล้วในต่างประเทศ จึงยังไม่เข้าใจว่าทำไมประเทศไทยต้องใช้งบประมาณจำนวนมากกับโครงการดังกล่าว
นางการดี กล่าวต่อว่าปัจจุบันอาจารย์และผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายเริ่มเข้าไปทดลองใช้งานระบบมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้สามารถตอบคำถามเรื่องความคุ้มค่าทางการเงินของโครงการได้ชัดเจน อย่างไรก็ดีที่ผ่านมาได้รวบรวมความคิดเห็นจากสมาคมวิชาชีพต่างๆ และจัดส่งเป็นข้อเสนอแนะอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร พบว่ามีการปรับปรุงรายละเอียดบางส่วนของโครงการแล้ว หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงที่ได้รับทราบ คือ รูปแบบสัญญาจะมีการปรับจาก Pay per Use มาเป็น Pay per Active User เพื่อคำนวณตามจำนวนผู้ใช้งานจริง ทั้งนี้ยังมีคำถามต่อกระบวนการตรวจรับงานและการเบิกจ่ายงบประมาณจะดำเนินการอย่างไร เพื่อให้เกิดความโปร่งใสสูงสุด รวมถึงจะกำหนดอัตราค่าบริการอย่างไรให้เหมาะสมที่สุด
นางการดี กล่าวด้วยว่า อีกประเด็นที่น่ากังวล คือ รูปแบบของระบบที่รวมทั้งส่วนการเรียนรู้และการใช้งานไว้ด้วยกัน จึงต้องพิจารณาว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนเข้าไปใช้งานได้อย่างคุ้มค่า เพราะหากประชาชนจำนวนมากไม่เลือกใช้งานตั้งแต่ต้น ก็จะยิ่งสะท้อนคำถามสำคัญว่า การใช้งบประมาณจำนวนมากจะก่อให้เกิดความคุ้มค่าได้อย่างไร ทั้งนี้ตนมีข้อเสนอให้หน่วยงานใช้ข้อมูลจากรายงานด้าน AI Adoption ของผู้ให้บริการรายใหญ่ เช่น Gemini และ Microsoft ที่มีข้อมูลเกี่ยวกับประเทศไทยเป็นค่าอ้างอิงพื้นฐาน เพื่อใช้วัดผลว่า เมื่อใช้งบประมาณกว่า 1,600 ล้านบาทแล้ว ประเทศไทยมีการพัฒนาด้านเอไอเพิ่มขึ้นหรือไม่


