“ปธ.สภาฯ" แถลงผลงาน 1สมัยประชุม ปลื้มดันกฎหมายมากสุด-คุมประชุมไม่ล่ม วางงานอนาคตดันกฎหมายปลดล็อก-แก้ปัญหาประเทศ ขอ สส. สังวร การตัดสินใจในสภามีผลกับประชาชน
ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ แถลงผลงานสภาผู้แทนราษฎร 122 วัน พลิกโฉมของสภาฯ แก้ปัญหาของประชาชน ตอนหนึ่งว่า ในหนึ่งสมัยประชุม งานนิติบัญญัติภายใต้การกำกับของตนและ รองประธานสภาฯ ทั้งสองคน เป็นที่พึ่งต่อการแก้ปัญหาของประชาชน ทั้งกฎหมาย ที่สมัยที่ผ่านมาฟนร่างกฎหมาย จำนวน 14 ฉบับ ถือว่ามากที่สุดในรอบ 10 ปี ซึ่งเป็นความร่วมมือของทุกฝ่าย ส่วนที่วิจารณ์ว่าสภาไม่มีผลงานถือว่าวิจารณ์ด้วยความอคติ ขณะที่การตอบกระทู้ของรัฐมนตรี พบว่ามาตอบมากที่สุด โดยสมัยที่ผ่านมากระทู้สดด้วยวาจา 36 กระทู้ มาตอบ 33 กระทู้ ทั้งนี้ตนได้ขอความร่วมมือให้มาตอบ โดยไม่ใช้อำนาจบังคับ ส่วนกรณีที่มีคนนบอกว่าคนนั้น คนนี้ไม่มาตอบ ข้อบังคับเขียนให้มอบได้ เมื่อเป็นเช่นนั้น ครม. ที่มีหน้าที่เห็นสมควรก็มมอบ แต่สำคัญคือความรับผิดชอบมาตอบความเดือดร้อนของประชาชน
นายโสภณ กล่าวต่อว่าในสภาฯชุดที่ 27 ยุคของตน สภาไม่ล่ม ซึ่งไม่ใช่ความสามารถของตน แต่เป็นพัฒนาการของสมาชิกสภา รวมถึงประธานในที่ประชุมที่ควบคุม รักษาบรรยากาศการประชุมให้เดินหน้า หากไม่รักษาบรรยากาศอาจเกิดกรณีนับองค์ประชุม วอร์คเอาท์เหมือนสภายุคก่อน แต่ สภาชุดที่ 27 ไม่มี ส่วนกรณีที่มีข้อทักท้วงถึงการไม่อนุญาติให้ฉายวีดีโอ หรือนำเสนอภาพระหว่างการอภิปราย ที่ผ่านมาการเซ็นเซอร์มีมาทุกยุค และมีกรรมการพิจารณา หากพบการทำงานบกพร่องตนต้องรับผิดชอบ กรณีที่เกิดขึ้นในสภาฯ รับผิดชอบทุกกรณีตามอำนาจหน้าที่ การเซ็นเซอร์ไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นเรื่องเกิดมานานแล้ว แต่ที่มีปัญหาเพราะไม่ยอมรับสิ่งที่กระทบสิทธิของบุคคลอื่นทำให้กรรมการไม่อนุญาต
นายโสภณ กล่าวถึงกรณีที่มีผู้วิจารณ์ว่าตนให้ทำกิจกรรมที่ไม่ควรทำ หรือโครงการที่อยู่นอกเหนือหน้าที่ เช่นให้เคารพธงชาติ แอโรบิค กิจกรรมปฏิบัติธรรม สวดมนต์ ทั้งนี้เป็นแนวทางของการพัฒนาบุคคลที่ตรงปก เพราะหากยืนเคารพธงชาติ เพียง 1 นาทีไม่ได้ ไม่เชื่อว่าจะรักชาติจริง หรือ กรณีทำโครงการแก้ปัญหายาเสพติด แม้ไม่ใช่ภารกิจของประธานสภา แต่ตนไม่ได้ใช้เวลาของสภา ลงพื้นที่ ทั้งนี้ตนมองว่าสภาต้องทำงานเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชน และในเร็วๆนี้ จะทำเวิร์คชอปการศึกษา ในวันที่ 3 ส.ค. ทั้งนี้ประธานไม่เกี่ยวพรรคการเมือง แต่ได้หารือกับทุกภาคส่วนเพื่อแก้วิกฤติประเทศ
ประธานสภาฯ กล่าวต่อว่า ปลูกฝังประชาธิปไตยไปสู่เยาวชน โดยใช้งบส่วนตัว เช่น ประกวดทำคลิปสภาในดวงใจของฉัน ที่ตนได้ตัดสินผู้ชนะประกวดแล้ว ซึ่งระบุความสำคัญตอนหนึ่งว่าทุกการตัดสินใจของสภาฯ ในห้องประชุมมีผลกับประชาชน ตนจึงอยากให้ สส.พึงสังวร นอกจากนั้นในการบริหารพื้นที่ตนยังมีแนวคิดเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ ให้กลุ่มผู้กอบการชุมชนขายสินค้า และมีโครงการปรับปรุงพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ขณะที่มาตรการประหยัดพลังงานของสภาฯ ช่วง 4 เดือนที่ผ่านมาลดการใช้ไฟได้รวม 4 ล้านบาท
“อนาคตของสภาในยุคของผม ผมอยากเห็นฝ่ายนิติบัญญัติร่วมแก้ปัญหาโดยกระบวนการนิติบัญญัติ มาลงแรง ไม่ต้องลงทุนมาแก้ปัญหายามวิกฤติ กฎหมายใดที่มีผลกระทบ เป็นอุปสรรคต่อประเทศต้องแก้ไขปรับปรุง กฎหมายใดที่ส่งเสริมการลงทุนต้องบรรจุโดยเร็ว ดังนั้นการใช้เวลาของสภาต้องใช้ให้คุ้มค่าเพื่อทำกฎหมายให้ประชาชน ส่วนรัฐบาลต้องลงทุนเดินหน้าแก้กฎหมาย เพื่อให้ประเทศเดินหน้า ถือเป็นภารกิจหลัก ส่วนภารกิจรอง คือ ทำให้สภาเป็นหน้าเป็นตาของประเทศ ในอดีตที่ผ่านมาผมไม่รู้ แต่สัปปายะสภาสถานต้องเป็นหน้าเป็นตา เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ มุ่งหวังดันเต็มที่เพื่อให้สภาฯ เป็นแหล่งท่องเที่ยว ศึกษาดูงาน บ่มเพาะประชาธิปไตย เดินหน้า อย่าติดอยู่กับอดีต เมื่อสมัยแรกทำได้ขนาดนี้ ผมขอยกความดีให้ส่วนรวมทั้งหมด” นายโสภณ กล่าว
เมื่อถามถึงการประกันงานก่อสร้างอาคารรัฐสภาที่หมดสัญญา เมื่อ 15 ก.ค. ที่พบความชำรุด แต่ไม่ได้ถูกแก้ไข นายโสภณ กล่าวว่า เมื่อ 2เดือนก่อนให้เร่งแจ้งให้ผู้รับจ้าง เป็นนโยบายให้แก้ไข ดังนั้นเร่งรัดไปแล้ว ส่นาละเอียด่อมอย่างไร ตนก้าวล่วง แทรกแซงไไม่ได้ ต้องเป็นไปตามกฎหมาย


