วันพุธ ที่ 15 กรกฎาคม 2569

Login
Login

ผ่าผลงาน 'อุดม' ปธ.ศาล รธน.ใหม่ ชี้ชะตาคดีใหญ่สะเทือนเมือง

ผ่าผลงาน 'อุดม สิทธิวิรัชธรรม' ก่อนที่ประชุมตุลาการ โหวตเป็นว่าที่ประธานศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ ชี้ชะตาคดีใหญ่สะเทือนเมือง!

เมื่อวันที่ 15 ก.ค.2569 ที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเสียงข้างมาก โหวตเลือกนายอุดม สิทธิวิรัชธรรม เป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ โดยเขามีประวัติการลงมติในคดีการเมืองสำคัญที่น่าสนใจ สรุปความเห็น และแนวทางการลงมติแยกตามคดีที่ รวมถึงคดีสำคัญเพิ่มเติมไว้ดังนี้

1.คดียุบพรรคก้าวไกล (พ.ศ.2567)

การลงมติ: เห็นชอบให้ยุบพรรค

นายอุดมร่วมเป็นหนึ่งในองค์คณะตุลาการที่มีมติเป็นเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 เสียง ให้ยุบพรรคก้าวไกล และตัดสิทธิทางการเมืองของกรรมการบริหารพรรค เนื่องจากเห็นว่าพรรคมีพฤติการณ์ใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จากแคมเปญการรณรงค์แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 

2. คดีศักดิ์สยาม ชิดชอบ ซุกหุ้นบุรีเจริญฯ (พ.ศ.2567)

การลงมติ: เป็นเสียงข้างน้อย เห็นว่าความเป็นรัฐมนตรี "ไม่สิ้นสุดลง"

ในคดีที่ศาลมีมติเสียงข้างมาก 7 ต่อ 1 ให้นายศักดิ์สยาม พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี นายอุดมเป็น ตุลาการเพียง 1 เสียงข้างน้อย โดยทำความเห็นส่วนตนวินิจฉัยว่าการโอนหุ้นทำถูกต้องตามกฎหมาย และผู้รับโอนมีฐานะการเงินรองรับเพียงพอ ไม่มีหลักฐานชี้ชัดว่าเป็นนิติกรรมอำพราง จึงไม่ถือว่าฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 187 

3. คดีเศรษฐา ทวีสิน ขัดจริยธรรมแต่งตั้ง พิชิต ชื่นบาน (พ.ศ.2567)

การลงมติ: เป็นเสียงข้างมาก เห็นว่าความเป็นรัฐมนตรี "สิ้นสุดลง"

นายอุดมร่วมลงมติในกลุ่มเสียงข้างมาก 5 ต่อ 4 เสียง วินิจฉัยให้นายเศรษฐา ทวีสิน พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยเห็นว่าการแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรีนั้น เป็นการกระทำที่ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง

4. คดีอุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร ปมคลิปเสียงสนทนากับ ฮุน เซน (พ.ศ.2568)

การลงมติ: เป็นเสียงข้างมาก เห็นว่าความเป็นรัฐมนตรี "สิ้นสุดลง"

คดีที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ถูกยื่นถอดถอนกรณีฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงจากคลิปเสียงสนทนาที่หลุดออกมากับสมเด็จ ฮุน เซน อดีตผู้นำกัมพูชา ซึ่งนายอุดมได้เข้าร่วมลงมติในกลุ่มเสียงข้างมากที่สั่งให้นางสาวแพทองธาร พ้นจากตำแหน่งผู้นำรัฐบาล

5. คดี พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 4 แสนล้านบาท (พ.ศ.2569)

การลงมติ: เป็นเสียงข้างมาก เห็นว่า "ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ"

ในการวินิจฉัยร่าง พ.ร.ก. กู้เงินเพื่อแก้ไขวิกฤติพลังงาน และเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี นายอุดมลงมติร่วมกับฝ่ายเสียงข้างมาก 7 ต่อ 2 เสียง ชี้ว่ากฎหมายฉบับนี้ออกโดยชอบตามเงื่อนไขความจำเป็นเร่งด่วนในมาตรา 172 ของรัฐธรรมนูญ ทำให้รัฐบาลชุดปัจจุบันสามารถเดินหน้ากู้เงินต่อไปได้ 

คดีใหญ่ๆ เพิ่มเติม เช่น

คดีวาระนายกรัฐมนตรี 8 ปี ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (พ.ศ.2565)

นายอุดมอยู่ในฝ่าย เสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 เสียง ที่วินิจฉัยให้ พล.อ.ประยุทธ์ ทำหน้าที่นายกฯ ต่อไปได้ โดยให้เริ่มนับวาระตั้งแต่ปี พ.ศ.2560 ซึ่งเป็นปีที่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันประกาศใช้ 

คดีล้มล้างการปกครองของแกนนำคณะราษฎร (อานนท์-ไมค์-รุ้ง) (พ.ศ.2564)

นายอุดม ลงมติว่าการกระทำ ณ ตอนนั้นยังไม่ถึงขั้นล้มล้างการปกครอง แต่วินิจฉัยสั่งการให้ "ห้ามกระทำการในลักษณะดังกล่าวอีกในอนาคต" เพื่อป้องกันเหตุล่วงหน้า 

คดีคุณสมบัติ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ปมเคยต้องคำพิพากษาศาลออสเตรเลีย

นายอุดมร่วมในองค์คณะที่วินิจฉัยว่า คำพิพากษาของศาลต่างประเทศไม่มีผลผูกพันกับลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญไทย ส่งผลให้ ร.อ.ธรรมนัส ไม่ขาดคุณสมบัติในเวลานั้น

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์