วันอังคาร ที่ 28 กรกฎาคม 2569

Login
Login

'ชนนพัฒฐ์' รับทราบ 2 ข้อหาหนัก 'อั้งยี่-โยงอาชญากรรมข้ามชาติ'

'ชนนพัฒฐ์' พบพนักงานสอบสวน รับทราบ 2 ข้อหาหนัก 'อั้งยี่-โยงอาชญากรรมข้ามชาติ' คดีโยงเว็บพนันออนไลน์ ดีเอสไอขยายผลเส้นทางการเงิน เตรียมส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดพิจารณา

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกแถลงการณ์ ระบุว่า โดยพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในความผิดฐาน ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และ ร่วมกันเป็นอั้งยี่

การแจ้งข้อกล่าวหาครั้งแรกเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้แจ้งข้อหา ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันทางอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 และที่แก้ไขเพิ่มเติม สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน ร่วมกันฟอกเงิน ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประกอบกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 91

ส่วนการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในครั้งที่ 2 เป็นการดำเนินการตามข้อสั่งการของอัยการสูงสุด ซึ่งให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษแจ้งข้อหาเพิ่มเติม 2 ฐานความผิด ได้แก่ ความผิดฐานเป็นอั้งยี่ ตามมาตรา 209 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 140,000 บาท และความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ. 2556 ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 4-15 ปี หรือปรับตั้งแต่ 80,000-300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ จะดำเนินการสรุปสำนวนการสอบสวน เพื่อเสนอพนักงานอัยการต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชนนพัฒฐ์ เดินทางมาพร้อมกับครอบครัวและทีมงานฝ่ายกฎหมาย ก่อนที่เจ้าหน้าที่ดีเอสไอจะพาก้าวขึ้นไปยังห้องสอบสวนเพื่อดำเนินการตามขั้นตอน
 

ทั้งนี้ แหล่งข่าวจากคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า ภายหลังการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมและสอบปากคำเสร็จสิ้น พนักงานสอบสวนไม่ได้มีการควบคุมตัวชนนพัฒฐ์ไว้ เนื่องจากผู้ต้องหาเดินทางมาแสดงตนตามนัดหมาย มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งชัดเจน และไม่มีพฤติการณ์หลบหนี จึงเข้าหลักเกณฑ์การปล่อยตัวชั่วคราว

โดยหลังจากนี้ดีเอสไอจะเร่งสรุปสำนวนการสอบสวนพร้อมความเห็นทางคดี ส่งไปยังสำนักงานอัยการคดีพิเศษ เพื่อให้อัยการสูงสุดพิจารณามีคำสั่งทางคดีต่อไป