วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม 2569

Login
Login

‘อนุทิน’ ฉุนสื่อ จี้ถาม ลาออก ‘มท.1’ เซ่นไฟไหม้โรงเบียร์ ไร้เหตุผล

“อนุทิน” ชี้ ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว จนสื่อนอกตีข่าวไทยไม่เข้มงวด เกิดซ้ำซาก เหตุ คนตั้งใจทำผิดกม. เมินตอบ ลาออก มท.1 ฉุนสื่อ ถามไม่มีเหตุผล ทำให้เกิดอารมณ์

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณี กระแสข่าวที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. เสนอให้ปรับโซนนิ่งสถานบันเทิงว่า เดี๋ยวหารือ ในส่วนของโซนนิ่งอยู่กับกทม.และเจ้าหน้าที่ตำรวจจะพยายามให้เขาดูว่าปรับตรงไหนเหมาะสมอย่างไร พอบอกให้เขาปรับเขาก็บอกว่าหากยึดกฎหมายเดิมต้องอยู่ห่างจากโรงเรียนห่างวัดไม่เกินกี่กิโลเมตร ปรับไปตรงไหนก็ปรับไม่ได้ เราต้องมาดูว่าจะแก้ไขอย่างไรอาจต้องแก้ไขกฎหมายหรือไม่ แต่ตอนนี้โซนนิ่งที่ถูกต้องในกทม.มี 2 ที่คือบริเวณ ถนนข้าวสาร และ RCA หากว่ากันไปแล้วที่อื่นๆต้องทำตามกฎหมายหากไม่อยู่ในโซนนิ่งก็เปิดได้ถึง 24.00น. มีมหรสพไม่ได้ แต่เรื่องมหรสพตนก็เห็นด้วย ยังงงอยู่ว่าใครทำกฎหมายนี้ขึ้นมา ดนตรีเล่นถึง 24.00น.ต้องเลิก แต่คาราโอเกะเปิดได้ฟังได้แต่ลุกขึ้นเต้นรำไม่ได้ ตนก็ไม่รู้ตอนที่ออกกฎหมายถึงมีเหตุผลเช่นนี้ อย่างตามร้านอาหารต่างๆถ้าแขกลุกขึ้นมาโยกไปโยกมาหากเดินเรื่องกฎหมายจริงจังก็ผิดอย่างนี้ไม่ไหวยุคสมัยมันเปลี่ยนไป ตนให้คนไปศึกษาอยู่ว่าจะปรับอย่างไรซึ่งคำตอบที่ได้คือปรับได้แต่หลักเดิมจะเปลี่ยนไปเยอะ อยู่ใกล้วัดใกล้โรงเรียนไม่ได้ ในกรุงเทพฯตรงไหนไม่ใกล้วัดใกล้โรงเรียน หากอยู่ในกรุงเทพฯก็ใกล้วัดใกล้โรงเรียน 2 กิโลเมตรทั้งนั้น คงต้องไปว่ากันใหม่ 

เมื่อถามว่า แบบนี้ต้องปรับกฎหมายใหม่ทั้งหมดหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า หากมองว่านักดนตรีคืออาชีพอย่างหนึ่ง คนเราหากจะเมาสุรา กินเหล้า สูบบุหรี่ เกี่ยวกับดนตรีหรือไม่ ทำไมต้องไปห้ามนักดนตรี ตนก็เป็นนักดนตรีก็งงอยู่ว่าทำไมต้องห้ามให้เล่นได้แค่ 24.00น. เล่นจนปิดร้านไม่ได้ ตนก็งงอยู่ก็เถียงเขาเพราะนักดนตรีเล่นเป็นรอบๆวันหนึ่งถ้าวิ่งได้ 3 รอบ รอบละชั่วโมงครึ่งรายได้ก็จะได้เพิ่มขึ้นและเขาไม่ได้ขายสุรา ไม่ได้ทำให้คนอยากดื่มสุราเพราะดนตรีเป็นส่วนประกอบนี้คือความคิดตน เวลาตนไฟต์ให้ ตนก็ไฟต์ในเรื่องนี้

เมื่อถามย้ำว่าการแก้กฎหมายต้องทำอย่างไรให้สอดคล้องกับปัจจุบัน นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องดูทุกมิติ สภาพสังคม วัฒนธรรม ประเพณี ตอนนี้เป็นอย่างไร ความเป็นไทยต้องมีอยู่แต่ทุกคนก็ทำมาหากิน คนที่เป็นศิลปินในปัจจุบันก็ใช้ความสามารถไปสร้างโอกาสเช่น น.ส.รัตติกานต์ อำลอย หรือ น้องเนเน่ ที่ไปประกวด ดนตรีในรายการ American's Got Talent ก็เป็นศิลปิน ยุคนี้เรารับได้แต่เมื่อก่อนเด็กหญิงอายุ 16 ปีต้องอยู่บ้านเป็นผ้าพับไว้ แต่ตอนนี้ไม่ใช่ต้องปรับ ความสามารถของคนมันมีเขาไม่ได้ไปปล้นใครหรือทำผิดศีลธรรมไม่ได้ขายยาเสพติด แต่เล่นดนตรีจะไปห้ามได้อย่างไร 

เมื่อถามว่า รัฐบาลจะจัดระดมความเห็นเพื่อไปแก้ปัญหาตรงนี้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มีหน่วยงานที่เขาทำอยู่ก็ต้องทำเสนอตนขึ้นมา 

เมื่อถามอีกว่าสื่อต่างประเทศเล่นข่าวว่าไทยไม่เข้มงวดจนมีเหตุซ้ำ นายอนุทิน ตอบว่า “เกิดเหตุซ้ำซากก็คือคนตั้งใจทำผิดกฎหมาย ใบอนุญาติต้องมีการต่อทุกปีไม่ใช่ออกแล้วเปิดได้ตลอดชาติเสียเมื่อไหร่ ผมก็ถามตอนตรวจเป็นอย่างไร เขาบอกตอนตรวจครบหมดทุกอย่างแต่พอเกิดเหตุก็ต้องไปดูว่าครบจริงหรือไม่ มันไม่ใช่คณะรัฐมนตรีเป็นคนตรวจสถานที่ ทุกวันนี้ที่มีปัญหาคือคนตั้งใจทำผิดกฎหมายด้วยความหวังว่าจะได้เงินมากขึ้น มีกำไรเพิ่มขึ้น แต่ตั้งอยู่บนความเสี่ยงไม่ยั่งยืนแน่นอน วันหนึ่งต้องมีคนเข้าไปตรวจ วันนี้หากใครยังทำเช่นนี้อยู่ก็เตรียมรอรับได้ ซึ่งนายชัชชาติได้สั่งตรวจสอบแล้ว ทั่วประเทศก็เหมือนกัน ผู้ว่าฯ ก็ตรวจสอบ หากมีเหตุอย่างนี้ใครจะไปอยู่ได้ไม่มีอะไรมาแก้ตัวแล้ว ทุกคนไปดำเนินการเต็มที่ อย่างกรณีนี้ต้องดำเนินคดีเจ้าของถึงที่สุด ผมสั่งการไม่ได้แต่มอบนโยบายได้ ถ้าผมสั่งได้ก็ต้องลงไปตรวจทุกที่ด้วยตัวเองทั้งหมด กรณีนี้ประตูหนีไฟทำไมมีกลอนล็อกสองชั้นก็ตอบว่ากลัวลูกค้ากินฟรีแล้วหนีแบบนี้ฟังได้ที่ไหนมันฟังไม่ได้ คนที่ทำอย่างนี้ก็ต้องดำเนินคดีคือเจ้าของ ผู้จัดการ ผู้ประกอบกิจการ ใบอนุญาติไม่ต้องพูดร้านนี้เปิดไม่ได้อีกต่อไปแล้วต้องทำอาชีพอื่นแล้ว สถานที่นี้จะไม่ให้ทำเป็นสถานบันเทิงอีกแล้ว” 

เมื่อถามว่าเห็นบางร้านเปิดเกินเวลา 24.00น. ต้องย้ายผู้อำนวยการเขตหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องถามผู้ว่าฯกทม. ในกรุงเทพฯอำนาจอยู่ที่ผู้ว่าฯกทม.แต่ต่างจังหวัดก็เห็นอยู่มหาดไทยตำรวจเข้าไปจับและดำเนินการ 

เมื่อถามว่า ในฐานะ รมว.มหาดไทย มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากเช่นนี้ต้องลาออกหรือไม่ นายอนุทิน หัวเราะพร้อมกล่าวว่า

“คำถามต่อไป คำถามที่ไม่มีเหตุมีผล ตั้งขึ้นมาเพื่อทำให้เกิดอารมณ์เกิดอะไรไม่ควรถาม ต้องเป็นมืออาชีพเหมือนกันนะน้อง หลายครั้งแล้ว” 

เมื่อถามถึงกรณีดราม่าชายแต่งกายคล้ายทหาร เดินประกบระหว่าง ที่นายกฯลงพื้นที่เหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าวในคืนเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 12 ก.ค. และให้ข้อมูลว่าลูกค้าต้องจ่ายเงินก่อนถึงจะออกจากร้านได้ และยังให้ข้อมูลเป็นตุเป็นตะทั้งที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ นายอนุทิน กล่าวว่า ในที่เกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่บ้านเมืองอยู่เต็มไปหมด ตนไม่ได้เห็น แต่เขามาอยู่ข้างๆ มาให้ข้อมูล ตนไม่ได้ดู ตนพูดกับผู้สื่อข่าว เมื่อถามว่าเขาให้ข้อมูลเป็นตุเป็นตะ นายอนุทินกล่าวว่า เขามาให้ข้อมูลในฐานะอะไร ใช่เจ้าหน้าที่รัฐหรือเปล่าอันนี้ไม่รู้ไง แต่ถ้าเขาเป็นExpert (ผู้เชี่ยวชาญ) มาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ตนก็โอเค แต่ผิดกฎหมายหรือไม่ตนไม่รู้ และการแต่งเครื่องแบบต้อง มีพ.ร.บ.รองรับหรือไม่ตนก็ไม่ได้รู้ เพราะไม่ได้เห็น