วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

รมว.ยุติธรรม รับคดีฟอกเงิน 'โกง สว.' รอ กกต.ชี้ขาด ก่อนรวมสำนวน

รมว.ยุติธรรม รับคดีฟอกเงิน-อั้งยี่ 'โกง สว.' หลักฐานโยงกลุ่มแรกแค่ 8 คน ยันดีเอสไอต้องทำตามหนังสือคำสั่งอัยการคดีพิเศษ รอผล กกต.ชี้ขาดก่อน ค่อยรวมสำนวน

เมื่อวันที่ 14 ก.ค. 2569 ที่ศูนย์ราชการฯ อาคารเอ ถ.แจ้งวัฒนะ กทม. พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าคดีอั้งยี่-ฟอกเงินจากการ "โกง สว." ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งอยู่ระหว่างรอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วินิจฉัยชี้ขาด โดยเป็นหนึ่งในคำแนะนำของพนักงานอัยการคดีพิเศษ ที่ให้ไปรวบรวมกับสำนวนของ กกต. ด้วย ว่า กรณีดีเอสไอต้องรอ กกต. วินิจฉัยชี้ขาด เพราะว่าเป็นข้อสั่งการตามหนังสือสั่งการของพนักงานอัยการคดีพิเศษ เพื่อให้ดีเอสไอต้องดำเนินการเช่นนั้น จึงมองว่าดีเอสไอก็ต้องดำเนินการตามข้อสั่งการ

เมื่อถามว่าหากท้ายสุด กกต. มีมติวินิจฉัยชี้ขาดว่าทั้ง 229 ราย ไม่มีการกระทำความผิดในการฮั้วเลือก สว. เป็นไปได้หรือไม่ว่าดีเอสไอต้องเห็นด้วยทุกประการนั้น รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องเป็นเช่นนั้น เพราะอย่างไรก็ต้องรอผลมาวิเคราะห์ในส่วนนี้ด้วย เพราะหนังสือคำสั่งของพนักงานอัยการคดีพิเศษ ขอให้ดีเอสไอนำผลการพิจารณาของ กกต. มาประกอบในสำนวนของดีเอสไอด้วย หลังจากนั้นดีเอสไอจะได้นำมาพิจารณาประกอบกับพยานหลักฐานหลายส่วน  ก็เป็นรายละเอียดภายในสำนวน จึงยังไม่ทราบ

เมื่อถามว่าสำนวนของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ส่วนกลาง คณะที่ 26 มีมติดำเนินคดีถึง 229 ราย ในคดีฮั้ว สว. ในขณะที่ดีเอสไอดำเนินคดีกับผู้ต้องหาในคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน จากการโกง สว. ได้เพียง 8 ราย เป็นตัวเลขที่แตกต่างจากจำนวนพยานของดีเอสไอกว่า 2,000 รายก่อนหน้านี้ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ก็ขึ้นอยู่กับว่าพยานหลักฐานไปถึงมากน้อยเพียงใด เพราะทางดีเอสไอก็ต้องดูว่าพยานหลักฐานถึงแค่ไหน จึงได้มีการสั่งฟ้องตรงนี้

ถามย้ำว่า แสดงว่าในปัจจุบันนี้พยานหลักฐานเชื่อมโยงถึงเพียงแค่ 8 รายเองใช่หรือไม่  รมว.ยุติธรรม ยอมรับว่า ก็คงเป็นอย่างนั้น เพราะทางดีเอสไอได้สั่งฟ้องไปเพียงเท่านี้