"โฆษก กมธ.งบฯ70" เห็นตรง"ฝ่ายค้าน" ตัดงบกลาง 1.2หมื่นล้าน หากซ้ำซ้อน พ.ร.ก.กู้เงิน พร้อมตั้ง 7อนุ ถกรายละเอียด พร้อมวางแนวให้ตัดทิ้งทั้งโครงการหากไม่ตอบโจทย์ประเทศ
ที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 สภาฯ กล่าวถึงกรณีที่กมธ.งบฯ70 ซีกฝ่ายค้าน เตรียมตัดงบกลาง วงเงิน 1.2หมื่นล้านบาท รายการเพื่อแก้ปัญหา ฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม และรองรับผลกระทบจากวิกฤติความผันผวนของราคาพลังงาน เพราะโครงการซ้ำซ้อนกับ พ.ร.ก.กู้เงิน ส่วนของการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ว่า การพิจารณาของกมธ.ฯ ดูถึงความจำเป็นเป็นหลัก หากโครงการไหนที่ซ้ำซ้อน คิดว่าทุกพรรคยินดี เพื่อจะให้การใช้งบประมาณเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ดังนั้นถ้างบไหนที่เป็นงบกลาง และซ้ำซ้อนกับเงินกู้หรือซ้ำซ้อนกับโครงการอื่น มีเจตนาเดียวกันคือปรับลด ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
นายกรวีร์ ยังกล่าวถึงการตั้งอนุกมธ. เพื่อพิจารณารายละเอียดงบประมาณ ว่า ได้ตั้งอนุกมธ. 7 คณะ คือ 1.อนุกมธ.ฝึกอบรม สัมมนา ประชาสัมพันธ์ ค่าจ้างเหมาบริการ ค่าจ้างที่ปรึกษา ค่าเช่า ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการต่างประเทศ งบดำเนินงาน งบเงินอุดหนุน และงบรายจ่ายอื่น 2. อนุกมธ.ครุภัณฑ์ ไอซีที และทุนหมุนเวียน 3. อนุกมธ.ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 4. อนุกมธ.ท้องถิ่น เทศบาลนคร เทศบาลเมือง เทศบาลตำบล และเงินอุดหนุน ที่จัดสรรให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (องค์การบริหารส่วนตำบล) ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
5.อนุกมธ.จังหวัด กลุ่มจังหวัด องค์การบริหารส่วนจังหวัด กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และรัฐวิสาหกิจ 6.อนุกมธ.ด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและการถ่ายทอดเทคโนโลยี และ7 อนุกมธ.แผนงานบูรณาการ หน่วยงานของรัฐสภา หน่วยงานของศาล หน่วยงานขององค์กรอิสระและองค์กรอัยการ และกองทุนในกำกับ และหลังจากที่อนุกมธ.ทั้ง 7 คณะ ทำงานไปได้ระยะหนึ่งจะตั้งคณะที่ 8 อนุกมธ.เพื่อจัดทำข้อสังเกต
"การทำงานของคณะอนุกมธ.ได้มีการวางกรอบ ไม่เกิน 30 วัน เพื่อให้ทั้ง 7 คณะอนุฯได้พิจารณารายละเอียด ของแต่ละหน่วยงานตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย โดยได้มีการกำหนดกรอบใหญ่ คือ มุ่งเน้นให้ การพิจารณางบประมาณตอบโจทย์ตรงเป้าต่อภารกิจต่างๆ ที่เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล และตรงเป้าในการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน ตรงเป้าในการทำภารกิจสำคัญของรัฐบาลให้บรรลุวัตถุประสงค์ คำนึงถึงจำนวนปริมาณ ในการใช้ งบประมาณให้เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์" นายกรวีร์ กล่าว
นายกรวีร์ กล่าวอีกว่า กมธ. ได้หารือถึงแนวทางพิจารณาของ อนุกมธ. ให้พิจารณาตามกรอบภารกิจสำคัญของรัฐบาล นโยบาย แผนยุทธศาสตร์ชาติ ถ้าหน่วยงานไหนมีการเสนองบประมาณที่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่นสามารถปรับลดโครงการได้ เป็นรายโครงการ ไม่ใช่เป็นการปรับลดยอดล่ำซำ เช่นในปีที่ผ่านมาอาจมีบางหน่วยงานขอปรับลดเป็นก้อนแล้วให้หน่วยงานเกลี่ยงบประมาณเอาเอง หรือบางครั้งมีการปรับลดโดยพิจารณาเป็นรายเปอร์เซ็นต์ แล้วให้หน่วยงานไปพิจารณาเองว่าจะปรับอย่างไร
"การปรับครั้งนี้จะไม่ได้ปรับลอยๆ แต่ดูถึงความจำเป็นโครงการไหนที่ไม่จำเป็น แม้จะมูลค่ากี่ร้อยล้านบาทก็แล้วแต่ ถ้าไม่ตอบโจทย์ประเทศให้ตัดทิ้งทั้งโครงการ ดังนั้นการปรับลดโครงการลักษณะแบบนี้ จะทำให้ประชาชนสามารถตรวจสอบการทำงานของกมธ.งบฯได้ว่าเป็นการปรับลดงบแบบตรงไปตรงมาหรือไม่ หรือปรับเพื่อช่วยการเมือง หรือสนับสนุนกลุ่มการเมืองใดเป็นพิเศษหรือไม่" นายกรวีร์ กล่าว





