วันพฤหัสบดี ที่ 9 กรกฎาคม 2569

Login
Login

‘กฤษฎางค์‘ ชี้นิรโทษฯ เลือกข้าง-คนรุ่นใหม่สู้ ม.112 ยากขึ้น ลุยล่าชื่อ พ.ร.บ.ล้างผลพวง 6 ตุลา

“กฤษฎางค์” ทนายความสิทธิมนุษยชน ชี้สภาฯ ปิดช่องไม่นิรโทษฯ ม.112 เป็นการนิรโทษฯ เลือกข้าง ปล่อยคนรุ่นใหม่สู้คดียากขึ้น เตรียมใช้แคมเปญ 50 ปี 6 ตุลา 19 ล่าชื่อภาคประชาชนเสนอ ร่าง พ.ร.บ.ล้างผลพวงรัฐประหาร ลดโทษ ม.112

เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2569 นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความเครือข่ายศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่สภาผู้แทนราษฎรยืนตามวุฒิสภาโดยเห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ซึ่งมีการปิดช่องไม่ให้นิรโทษกรรม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา112 และไม่ให้ลบล้างความผิดของเยาวชนอายุต่ำกว่า18 ปีที่กระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ว่า การผ่านร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ไม่ได้มีผลอะไรต่อเยาวชนที่กระทำผิดตามมาตรา112 อีกทั้งยังเป็นการนิรโทษกรรมเลือกข้าง แตกต่างจากสมัยเหตุการณ์ 6 ต.ค. 2519 ที่เคยมีการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเหตุการณ์ 6 ต.ค.2519 อย่างสิ้นเชิง  ซึ่งหลังจากนี้กลุ่มเยาวชนที่ชุมนุมทางการเมืองแล้วกระทำผิดมาตรา112  จะต้องสู้คดีตามกระบวนการในชั้นศาลต่อไป ทำให้การทำงานของคดีมีความยากขึ้น ดังนั้น ร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ที่ผ่าน สส.และ สว. คนที่ได้ประโยชน์คือกลุ่มคนที่ล้มการเลือกตั้ง แม้ตนจะไม่ติดใจต่อการนิรโทษกรรมกลุ่มผู้ชุมนุมทั้งเสื้อเหลือง เสื้อแดงก็ตาม แต่ยังเห็นว่าการผ่านร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเป็นเพียงนิรโทษกรรมเลือกข้างเท่านั้น

“คดีมาตรา112 มีคนลี้ภัยทางการเมือง มีคนรุ่นใหม่อดอาหารจนเสียชีวิต ขณะที่ นายอานนท์ นำภา จบเนติบัณฑิตก็ต้องมาถูกติดคุกในคดีมาตรา 112 ทั้งที่น่าจะออกมาทำประโยชน์ให้ประเทศมากกว่า ปัญหาหลักน่าจะอยู่ความคิดไม่ตรงกันมากกว่า ทั้งนี้การปฏิรูปสถาบันนั้น ผมไม่ได้บอกเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย แต่ถ้าคดีมาตรา112 มีการให้อภัย ยกเลิกกันได้ ถ้ามีการทำผิดค่อยมาว่าอีกที จะทำให้สถานภาพของสถาบันพระมหากษัตริย์ ความเข้าใจระหว่างประเทศเกี่ยวกับศักดิ์ศรีของประเทศไทยดีขึ้น” 

เมื่อถามว่าร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข จะคืนความสามัคคีได้หรือไม่ นายกฤษฎางค์ ระบุว่า กลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ ที่กระทำผิดมาตรา112 รวมทั้งได้ลี้ภัยทางการเมือง กลุ่มเหล่านี้ญาติเขายังมีชีวิต ซึ่งเหมือนเหตุการณ์ 6 ต.ค. 2519 ครั้งนั้นมีการใช้มาตรา112 เอาผิดเรื่องการแสดงละครแขวนคอรัชทายาท แต่เวลาต่อมาสังคมกลับมาเป็นปกติ ทั้งที่สถานการณ์มีความรุนแรง พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยมีกำลังมหาศาลเกิดการสู้รบระหว่างประชาชน แต่ก็จบลงไม่มีการสร้างความแตกแยก มีการให้อภัยกัน 

‘กฤษฎางค์‘ ชี้นิรโทษฯ เลือกข้าง-คนรุ่นใหม่สู้ ม.112 ยากขึ้น ลุยล่าชื่อ พ.ร.บ.ล้างผลพวง 6 ตุลา

ขณะเดียวกัน นายกฤษฎางค์ ยังกล่าวถึงแคมเปญในวาระครบรอบ 50 ปี 6  ต.ค. 2519 ที่มีการรณรงค์ลบล้างรัฐประหาร 6 ต.ค. 2519 ที่มีการล่าชื่อภาคประชาชนในการยกเลิกคำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่41 ที่มีการเพิ่มโทษความผิดมาตรา112 ว่า แคมเปญดังกล่าวเป็นบทเรียนที่เกิดขึ้นเมื่อ50 ปีที่แล้วจากเหตุการณ์ 6 ต.ค. 2519 เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน ที่เยาวชนคนรุ่นใหม่รับรู้ว่า เคยมีเหตุการณ์ฆ่าแขวนคอ ตอกอก และมีการกระทำผิด มาตรา 112 ซึ่งสมัยก่อน มี พ.ร.บ.ป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์มีโทษสูงสุดประหารชีวิต 

แต่สมัยหลังเหตุการณ์ 6 ต.ค. 2519 พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ นายกรัฐมนตรีขณะนั้นเห็นว่าอาจเกิดความขัดแย้งขึ้นอีก จึงเสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม แก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องในการชุมนุม ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ระหว่างวันที่ 4-6 ต.ค.2519 พ.ศ.2521 โดยเห็นว่าความผิดที่เกิดจากเยาวชนรุ่นใหม่ ซึ่งหวังดีต่อชาติแต่ยังขาดประสบการณ์ หากยังต้องต่อสู้คดีกันพิจารณายืดเยื้อต่อไปก็จะไม่แล้วเสร็จ  พล.อ.เกรียงศักดิ์ จึงเสนอให้นิรโทษกรรม และมีการปล่อยนายสุธรรม แสงประทุม แกนนำนักศึกษาในสมัยนั้นกระทั่งมา เป็นรัฐมนตรี  

นายกฤษฎางค์ กล่าวว่า 6 ต.ค.2519 มีข้อกล่าวหาที่เกิดตามมาตรา 112 ทั้งที่ก่อนรัฐประหาร 6 ต.ค. 2519 โทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา112 มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี เมื่อมีการรัฐประหาร พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่ หัวหน้าคณะรัฐประหารได้ออกคำสั่ง คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 ทำให้โทษมาตรา 112 จำคุกอย่างต่ำ 3-15ปี  การเคลื่อนไหวในขณะนี้ที่มีการล่าชื่อกันนั้น เราไม่ได้เสนอให้แก้ไขมาตรา112 แต่เราต้องการให้ยกเลิกประกาศคำสั่งดังกล่าว เพราะเป็นการออกประกาศโดยไม่ได้มีการลงพระปรมาภิไธย ไม่ได้ผ่านสภาฯ ดังนั้นเพื่อให้เกิดความสมานฉันท์และสอดคล้องกับที่ พล.อ.เกรียงศักดิ์ได้เสนอให้นิรโทษกรรม เราเรียกร้องธรรมดามาก คือ ให้ลบล้างผลพวงรัฐประหาร 6 ต.ค. 2519ที่เกิดจากคำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่41 ให้เป็นคำสั่งไม่มีผลรองรับ หากมีการยกเลิกได้จะทำให้การต่อสู้คดีมาตรา 112 ของคนรุ่นใหม่ในปัจจุบันง่ายขึ้นกว่าเดิม

 

สำหรับแคมเปญล่ารายชื่อนั้น นายกฤษฎางค์ ระบุว่ามีกลุ่มน้องๆทำเรื่องนี้โดยต้องการให้ภาคประชาชน 10,000 รายชื่อเข้าชื่อกันเสนอเป็น ร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่ยดิน ที่ลงนามโดย พล.ร.อ.สงัด และคงไม่มีการเสนอผ่านพรรคการเมืองใดเพราะอาจจะมีผลทำให้ถูกยุบพรรคได้ ถ้าเราลบล้างผลพวง 6 ต.ต. 2519 ได้หากทำสำเร็จจะเป็นการทำให้กับวีรชน 6 ตุลา ที่เคยเป็นคนรุ่นใหม่มาก่อนไม่แตกต่าง จากที่นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกฯ และ นพ.พรหมมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตเลขาธิการนายกฯ เคยได้รับการนิรโทษกรรมมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แคมเปญรณรงค์ได้เปิดเว็บไซต์ให้ประชาชนร่วมลงยกเลิกคำสั่งคณะรัฐประหาร ฉบับที่ 41 มรดกจาก 6 ตุลา 2519 ที่เพิ่มโทษขั้นต่ำของมาตรา 112 และทำให้ประชาชนต้องเผชิญโทษจำคุกหนักขึ้น จากการใช้สิทธิเสรีภาพ ผ่าน  https://decoup6octsins.com/ โดยต้องการ 50,000 รายชื่อในการสนับสนุน ภายใน 6 ต.ค. 2519 ซึ่งครบรอบเหตุการณ์ 50 ปี โดยล่าสุดเมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 9 ก.ค. 2569  มีประชาชนลงชื่อแล้ว 3,137 คน 

‘กฤษฎางค์‘ ชี้นิรโทษฯ เลือกข้าง-คนรุ่นใหม่สู้ ม.112 ยากขึ้น ลุยล่าชื่อ พ.ร.บ.ล้างผลพวง 6 ตุลา

‘กฤษฎางค์‘ ชี้นิรโทษฯ เลือกข้าง-คนรุ่นใหม่สู้ ม.112 ยากขึ้น ลุยล่าชื่อ พ.ร.บ.ล้างผลพวง 6 ตุลา