'ชัชชาติ' เข้ารับหนังสือรับรองผู้ว่าฯ กทมl เดินหน้าลุย 100 วันแรก ดัน 261 นโยบาย เร่งแก้ปัญหาฝุ่น-น้ำท่วม ยันทำโปร่งใส รับ 'อนุทิน' โทรยินดี เปิดประชุมสภา กทม.คงเจอกัน
เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ รับ หนังสือรับรองการดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. อย่างเป็นทางการ ภายหลัง กกต.ประกาศผลรับรองและกำหนดให้มารายงานตัวเพื่อรับหนังสือรับรองในวันนี้ โดยมี ว่าที่ร้อยตรี สัมพันธ์ แสงคําเลิศ ผู้อํานวยการการเลือกตั้งประจํากรุงเทพมหานคร เป็นผู้มอบใบรับรองดังกล่าว
นายชัชชาติ เดินทางมาถึงตั้งแต่เวลา 08.20 น. และได้พบปะพูดคุยกับทักทาย สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ที่วันนี้เดินทางมารับหนังสือรับรองด้วย ส่วนใหญ่จะเป็นการพูดคุยทักทาย และยินดีที่จะได้ทำงานร่วมกัน โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความเป็นกันเอง
ภายหลังนายชัชชาติ รับใบรับรองเสร็จสิ้น ให้สัมภาษณ์ว่า ขอบคุณทุกคะแนนเสียงทั้งที่เลือกเราและไม่เลือกเรา และดีใจที่ตนเองและทีมงานได้กลับมารับใช้พี่น้องประชาชนอีกครั้ง พร้อมทั้งขอบคุณ กกต.ที่ทำงานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ หลังจากนี้ก็จะเริ่มทำงานต่อทันที เพราะมีหลายเรื่องที่รออยู่
ผู้ว่าฯ กทม.สมัยที่ 2 กล่าวว่า เป้าหมายใน 100 วันแรก จะต้องนำนโนบาย 261 นโยบาย เข้ามาเป็นแผนยุทธศาสตร์และแต่ละนโยบายจะต้องมีความก้าวหน้าตามที่คาดการณ์ไว้โดยใน 100 วันแรก จะเป็นผลงานของโครงการทั้งหมดที่ได้เขียนไว้ ซึ่งจะมีทั้ง 4 ด้าน คนเมือง ระบบ เศรษฐกิจ และความโปร่งใส
ส่วนนโยบายที่จะต้องสานต่อนั้น ก็คงต้องเอาแผนยุทธศาสตร์มาถ่ายทอดเป็นนโยบายที่ให้ข้าราชการเดินไปได้ โดยเฉพาะช่วงแรกจะต้องถ่ายทอดแผนที่เป็นแนวปฏิบัติของการ เพื่อให้ทุกคนเดินพร้อมกัน ทั้งนี้ก็จะต้องมาดูเรื่องเร่งด่วน ทั้งฝุ่น น้ำท่วม ความโปร่งใส ถือเป็นเรื่องที่ดีมากที่ประชาชนให้ความสนใจเรื่องนี้ รวมถึงมีเรื่องโรงขยะอ่อนนุช ที่เพิ่มเข้ามา และเรื่องน้ำรั่วในอุโมงค์แถววงเวียนใหญ่คงต้องไปดูสถานการณ์ว่าเป็นอย่างไร
นายชัชชาติ กล่าวอีกว่า ในการประชุมบ่ายวันนี้ จะมีการประชุมหลายเรื่องที่ต้องเร่งดำเนินการ โดยจะเน้นการนำแผนนโนบายประกอบเป็นยุทธศาสตร์ เพราะถือเป็นหัวใจในการตั้งต้นให้ทุกคนก้าวไปด้วยกันในแผนเดียวกัน ซึ่งจะต้องรีบถ่ายทอดออกไป อาจจะมีเรื่องเร่งด่วนเรื่องการเปิดเผยข้อมูล และเรื่องที่ค้างมาจากช่วงเลือกตั้ง ก็จะต้องมาเร่งติดตาม
ส่วนกรณีเรื่องที่มีการร้องเรียนในช่วงที่หาเสียง โดยเฉพาะประเด็นการคุกคามทางเพศนั้น นายชัชชาติ ระบุว่า คงต้องนำมาติดตามทั้งหมด ทั้งประเด็นเรื่องของลู่วิ่งโรงขยะ แรงงานต่างด้าวก็จะต้องมาดูรายละเอียดต่อ ซึ่งก็ถือว่ามีเรื่องที่จะต้องดำเนินการตามเป้าหมายสำคัญหลายเรื่อง โดยเฉพาะช่วงที่ตนเองไม่ได้อยู่ในตำแหน่ง ก็มีเรื่องที่ต้องนำมาทบทวนว่ามีอะไรที่ทำให้ดีขึ้นได้หรือไม่ ทุกเรื่องจะต้องดูเหมือนกันหมด ส่วนจะมีการคาดโทษบุคคลที่ถูกกล่าวหาหรือไม่ ก็คงว่าไปตามเนื้อผ้า
เมื่อถามว่า ตลอดช่วงที่ผ่านมา มีการเน้นย้ำเรื่องความโปร่งใส เมื่อเข้ามาทำงานแล้วจะต้องรื้ออะไรใหม่เลยหรือไม่ นายชัชชาติ กล่าวว่า เราก็เน้นย้ำเหมือนเดิม ที่ผ่านมาเรามาถูกทางแล้ว อาจจะต้องเน้นย้ำเลยว่า เรื่องที่คนมากล่าวหา ทั้งเรื่องการแต่งตั้งโยกย้าย การรับเงิน ไม่เคยมี ต้องพูดย้ำแล้วย้ำอีก เอาเรื่องนี้เป็นอันดับหนึ่งเลย
เมื่อถามถึงเรื่องการทำงานร่วมกับ ส.ก. นายชัชชาติ กล่าวว่า ดีเลย ก็เหมือนเดิม เราก็มาตรงนี้แบบไม่มี ส.ก.อยู่แล้ว ครั้งที่แล้วเราก็ไม่มี ดังนั้นทุกคนก็คือคนที่ต้องทำงานร่วมกัน เพราะเป็นคนที่ประชาชนเลือกมา ซึ่ง ส.ก.เป็นตัวแทนที่ประชาชนเลือกมา ต้องให้เกียรติและฟังเขา เพราะถือว่าเรารับใช้ประชาชนทุกเขตเหมือนกัน ส่วนกังวลหรือไม่ว่าจะมีปัญหานั้น นายชัชชาติ บอกว่า เราต้องร่วมมือกัน ทำงานคุยกันด้วยเหตุผลเอาประชาชนเป็นที่ตั้ง
ส่วนกรณีที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย โพสต์แสดงความยินดีและพร้อมทำงานด้วยนั้น นายชัชชาติ กล่าวว่า ท่านก็กรุณาโทรมาด้วย ก็ขอบพระคุณท่าน และวันจันทร์ที่ 13 ก.ค. ที่จะมีการเปิดประชุมสภา กทม. คงจะได้เจอกัน
ส่วนกรณีนโยบายของผู้สมัคร ผู้ว่าฯกทม.จะนำมาปรับใช้หรือไม่ นายชัชชาติ บอกว่า แน่นอนเพราะนโยบายของผู้สมัครทุกคนก็เป็นสิ่งที่มีค่า เรารับเข้ามาปรับปรุง อย่างพรรคประชาชนมีเรื่องศูนย์เด็กเล็ก เราก็จะต้องร่างระเบียบ เรื่องศูนย์เด็กเล็ก และจะต้องพูดคัยกันเพราะ ส.ก.ก็ทำเรื่องนี้อยู่ด้วย ก็ต้องมาปรับปรุงกัน
นายชัชชาติ ยังกล่าวถึงปัญหาโครงสร้างเขตเมืองเก่าในการก่อสร้างรถไฟฟ้านั้น ด้วยว่า เป็นปัญหาเรื่องของการควบคุม การกระทบกระเทือน อาจจะทำให้มีปัญหาเรื่องการระบายน้ำ ในถนนราชดำเนินกลาง รถไฟฟ้ามาแล้วไปตัดท่อระบายน้ำเดิมอาจจะต้องไปดูแลทุกจุด และเรื่องห้องแถวเก่า ซึ่งการก่อสร้างอาจจะทำให้เกิดการสั่นสะเทือน ทำให้เกิดความไม่เสถียรภาพ จึงได้สั่งให้เตรียมข้อมูลตึกแถวเก่าทั้งหมดแล้ว และแถวไหนที่อายุเกิน 40-50 ปีก็จะให้เข้าไปตรวจสอบ


