วันพฤหัสบดี ที่ 9 กรกฎาคม 2569

Login
Login

ป.ป.ช.รับคดีพิเศษ ‘โกงสอบท้องถิ่น’ โยง 6,014 คน + 2 อดีตอธิบดี สถ.

ในที่สุดก็มีความคืบหน้า พลันที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติอย่างเป็นทางการ ดำเนินการไต่สวน “คดีทุจริตสอบท้องถิ่น” ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ประจำปี 2568 โดยอาศัยมาตรา 51 แห่ง พ.ร.ป.ป.ป.ช. รับไว้ไต่สวนเป็น “คดีพิเศษ”

นับเป็นการไต่สวนโดย “คดีพิเศษ” ครั้งแรกเท่าที่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ หลังจากกฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้มานานหลายปี โดยการไต่สวนแบบคดีพิเศษนั้น จะดำเนินการเฉพาะในเรื่องสำคัญที่มีผลกระทบอย่างกว้างขวาง โดยเปิดช่องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.แต่งตั้ง “ผู้ทรงคุณวุฒิ” ที่เชี่ยวชาญในสาขาที่เกี่ยวข้อง มาร่วมเป็น “ที่ปรึกษา” หรือร่วมนั่งเป็นคณะกรรมการไต่สวนได้

โดยกรณี “โกงสอบท้องถิ่น” นั้น สำนักงาน ป.ป.ช. ได้ประสานความร่วมมือไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อขอพนักงานเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานดังกล่าว มาเป็นผู้ช่วยเหลือคณะกรรมการไต่สวนต่อไป

ขณะที่เหตุผลในการรับไต่สวนเป็น “คดีพิเศษ” สำนักงาน ป.ป.ช. ระบุว่า จากข้อเท็จจริงมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กับพวก ดำเนินโครงการจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568 โดยแก้ไขคะแนนสอบและเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบเพื่อช่วยเหลือให้สอบผ่าน ซึ่งมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตต่อไปได้

อีกทั้งเรื่องดังกล่าวยังเป็นเรื่องกล่าวหาที่มีความสำคัญระดับประเทศที่อยู่ในความสนใจของประชาชน และเป็นเรื่องที่มีผลกระทบอย่างกว้างขวาง เข้าลักษณะเป็นคดีพิเศษตามแนวทางในการพิจารณาและการบริหารคดีพิเศษ จึงนำเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณารับเรื่องกล่าวหาดังกล่าวไว้ไต่สวนเป็นคดีพิเศษในวันนี้

คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาแล้ว มีมติให้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง กรณีดำเนินโครงการจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568 โดยแก้ไขคะแนนสอบและเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบเพื่อช่วยเหลือให้สอบผ่าน ไว้ไต่สวนเป็นคดีพิเศษ โดยตั้งคณะกรรมการไต่สวน ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 51 เพื่อดำเนินการไต่สวนกลุ่มบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ดังนี้

1. ผู้บริหารระดับสูงของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 2. กลุ่มบุคคลที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดสอบ และประกาศผลสอบ 3. กลุ่มบุคคลที่ไม่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ได้แก่ กลุ่มบุคคลที่แก้ไขคะแนนของผู้เข้าสอบ กลุ่มนายหน้าเรียกรับเงินจากผู้เข้าสอบ และกลุ่มบุคคลที่ได้รับการแก้ไขคะแนนในกระดาษคำตอบ 4. บุคคลอื่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด

ทั้งนี้ มีรายงานว่า ผู้ถูกกล่าวหาคดีดังกล่าวมีถึง 6,014 คน แบ่งเป็นกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐ 22 คน ในจำนวนนี้มีรายชื่อระดับอธิบดี 2 คน กลุ่มผู้ร่วมแก้ไขกระดาษคำตอบ และนายหน้า 33 คน

โดยรายชื่อ 2 อธิบดีที่ถูกกล่าวหา 1. ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ระหว่างวันที่ 29 ก.ค.-11 พ.ย. 2568 และ 2. ธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ระหว่างวันที่ 12 พ.ย. 2568-24 มิ.ย. 2569

นอกจากนี้ยังปรากฎชื่อของนางวรสุดา รัตนสุคนธ์ ผู้แทนปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ซึ่งเป็นภรรยานายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ อดีตอธิบดีกรมการปกครอง ปัจจุบันเป็นกรรมการ ป.ป.ช.ด้วย

ทำให้นายแมนรัตน์ กรรมการ ป.ป.ช. ได้ขอถอนตัวออกจากที่ประชุมคดีพิเศษในวันนี้ เนื่องจากมีส่วนได้ส่วนเสียในการพิจารณา ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.อนุญาต

 ประเด็นที่น่าสนใจคือ ผู้บริหารระดับสูงใน สถ.โดยเฉพาะ “ระดับอธิบดี” โดนร่างแหแค่ 2 คนเท่านั้นคือ “ภพชนก” ซึ่งถูกแต่งตั้งขึ้นสมัย “ภูมิธรรม เวชยชัย” เป็น รมว.มหาดไทย โดยดำรงตำแหน่งเพียงแค่ 4 เดือน อีกคนคือ “ธีรุตม์ ศุกวิบูลย์ผล” ที่เพิ่งมานั่งเก้าอี้ก่อน “ครม.อนุทิน 1” จะหมดวาระไม่นาน

หากนับตามไทม์ไลน์การสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ปี 2568 ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ 7 มี.ค. 2568 จนถึงการประกาศผลสอบคือ 20 ก.พ. 2569 หรือกินระยะเวลาเกือบ 1 ปี ได้แก่ ระหว่างวันที่ 7-28 มี.ค. 2568 เปิดรับสมัครบุคคลเพื่อสอบแข่งขัน เมื่อวันที่ 6 พ.ค. 2568 เปิดประกาศเชิญชวนเอกชนให้มาประกวดราคาจ้างเหมาดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) กำหนดราคากลาง 139,328,258 บาท

เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2568 ประกาศรายชื่อผู้ชนะการประกวดราคา มีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโวฒ (มศว) เป็นผู้ชนะ ด้วยวงเงิน 133,236,208 บาท เมื่อวันที่ 24 ต.ค. 2568 สถ.ลงนามทำสัญญากับ มศว เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 2568 เปิดสอบภาค ก และภาค ข วันเดียวกัน โดยภาค ก สอบช่วงเช้า และภาค ข สอบช่วงบ่าย ทั่วประเทศ (ยกเว้น 2 เขตภาคใต้ เนื่องจากเกิดมหาอุทกภัย) เมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2569 สอบภาค ก และภาค ข ใน 2 เขตพื้นที่ภาคใต้ เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2569 ประกาศผลการสอบแข่งขัน

พบข้อสังเกตที่น่าสนใจ ในช่วงการตั้งคณะกรรมการจัดทำร่างขอบเขตของงาน (TOR) รวมถึงขั้นตอนการเปิดประกวดราคา ทั้ง “ภพชนก-ธีรุตม์” มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด เนื่องจากทั้ง 2 คน เข้ามาในยุคที่การจัดซื้อจัดจ้าง จบลงไปแล้ว นอกจากนี้ ทั้ง 2 คน ยังเป็นผู้รับข้อร้องเรียนต่าง ๆ ในเรื่องความไม่ชอบมาพากลในการจัดสอบ สถ.เอาไว้ด้วย

ทว่ายังมีอธิบดี สถ.อีก 2 คน ที่อยู่ในไทม์ไลน์ในยุคเตรียมการทำ TOR และในช่วงการจัดประกวดราคา ได้แก่ 1. ขจร ศรีชวโนทัย เป็นอธิบดีระหว่างวันที่ 1 ต.ค. 2565-16 พ.ย. 2567 2. นฤชา โฆษกศิวิไลซ์ เป็นอธิบดีระหว่างวันที่ 17 พ.ย. 2567-28 ก.ค. 2568 (ปัจจุบันเป็นอธิบดีกรมการปกครอง) แต่ทั้ง 2 คน ไม่ถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช.ดำเนินการไต่สวนแต่อย่างใด 

นอกจากนี้ “นฤชา” ยังเคยออกเอกสารข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าว โดยปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้แต่อย่างใด

อีกทั้งยังปรากฎว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.กลับไปโฟกัสการสอบสวนที่ “คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น” หรือ กสถ.เป็นหลัก โดยในการตั้งผู้ถูกกล่าวหาเรื่องนี้มี กสถ.หลายสิบคนติดโผด้วย ซึ่งรวมไปถึง "วรสุดา รัตนสุคนธ์" ผู้แทนปลัดกระทรวงมหาดไทย ใน กสถ. ภริยา “แมนรัตน์” อดีตอธิบดีกรมการปกครอง ปัจจุบันเป็นกรรมการ ป.ป.ช.

ขณะที่ผู้ถูกกล่าวหาในส่วนของ “มศว” ซึ่งเป็นเอกชนผู้ชนะการประกวดราคา และดำเนินการจัดสอบ และเก็บกระดาษคำตอบนั้น ปรากฏว่า มีชื่อ "เรืองเดช ศิริกิจ" ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มศว ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาด้วย

ส่วนบรรดา “นักการเมือง-ข้าราชการท้องถิ่น” โดนยกกระบิ กว่า 30 คน ในจำนวนนี้กว่า 10 คน คือเครือข่ายของ “จ่าพิชิต ทั้งพรม” ที่ถูกเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. และตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) บุกจับกุมที่บริษัทแห่งหนึ่งใน จ.นนทบุรี เมื่อปลายเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา

ล่าสุด ช่วงเช้าวันที่ 8 ก.ค.2569 เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ยังสนธิกำลังร่วมกับตำรวจกองปราบปราม (บก.ป.) บุกค้นห้องพักในคอนโดมีเนียมหรูย่านพระราม 8 ถูกระบุว่าเป็นห้องของ“รองผู้ว่าราชการจังหวัด”คนหนึ่ง ในพื้นที่ภาคอีสาน ซึ่งอายมีความเกี่ยวข้องพัวพันกับคดีทุจริตสอบท้องถิ่นหรือไม่ เพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม แต่กลับพบแค่ “ห้องเปล่า” เนื่องจากไม่มีผู้ใดอาศัยอยู่เกินครึ่งปีแล้ว

ทั้งหมดคือความพยายามของรัฐบาล-องค์กรอิสระ ในการตรวจสอบขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่น ที่กำลังเป็นมหากาพย์ เซาะกร่อนบ่อนทำลายความเชื่อมั่นด้านคอร์รัปชัน “รัฐนาวาสีน้ำเงิน” อยู่ในตอนนี้

บทสรุปเรื่องนี้จะเอาจริงเอาจัง หรือกลายเป็นมวยล้มต้นคนดู อาจเป็นเดิมพันของนายกฯอนุทิน ที่นั่ง มท.1 มาถึง 2 รัฐบาล