สภาฯ เสียงแตก หั่นสิทธิ์ เยาวชน ติดคดีม.112 ออกจากร่างกม.ล้างผิด “ปชน.” ซัดเลือกเฉพาะฝ่าย ด้าน “พท.” หนุนให้ผ่าน ย้ำอย่าให้หลักการการเมืองขวางอิสระคนได้รับสิทธิ
ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาฯ ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาฯ คนที่สอง ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องด่วนน ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.... ซึ่งเป็นเรื่องที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม และส่งคืนสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาตามข้อบังคับการประชุมสภาฯ พ.ศ.2562 ข้อ 137
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวที่ผ่านการพิจารณาจากชั้น สว. ได้แก้ไขเพิ่มเติมที่สำคัญในประเด็น มาตรา 11 ที่กำหนดเงื่อนไขสำหรับบุคคลที่กระทำผิดซึ่งอายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ในขณะที่กระทำความผิด ซึ่งเป็นคดีที่ไม่ระบุไว้ในบัญชีแนบท้าย สามารถเข้าสู่การได้รับการพิจารณาสั่งยุติคดีได้ ซึ่งสว. ได้เพิ่มวรรคท้าย ว่า ไม่ให้ใช้บังคับกับการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในที่ประชุมสภาฯ มี สส. ขออภิปรายเสนอความเห็นเกือบ 30 คน โดยมีความเห็นที่แตกต่างกัน ทั้งในส่วนที่เห็นด้วยกับการแก้ไขของวุฒิสภา และส่วนที่ไม่เห็นด้วย
ทั้งนี้ในส่วนที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขของสว. เป็นในส่วนของพรรคประชาชน ที่มองว่าการตัดการนิรโทษกรรม มาตรา 112 ออกจากร่างกฎหมายไม่ได้สร้างความปรองดองทางการเมืองที่แท้จริง
โดยนายสหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี พรรคประชาชน อภิปรายตอนหนึ่งว่า ช่วงที่ประเทศมีความขัดแย้งรุนแรง มาตรา 112 ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองให้ประชาชนกลายเป็นจำเลยของรัฐ เพราะการวิจารณ์แสดงความเห็น เรียกร้องการเปลี่ยนแปลงการเมืองโดยสันติ ทั้งนี้การดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุม ด้วยมาตรา 112 ที่ผ่านมาถือว่าทำเกินกว่าเหตุ และแสดงให้เห็นว่ารัฐไทยเคยใช้กฎหมายอาญาจัดการปัญหาขัดแย้งทางการเมืองเกินกว่าเหตุ หากนิรโทษกรรมคดีทางการเมือง อย่างจริงใจต้องไม่คดีมาตรา 112 ไม่ถูกตัดออกจากการพิจารณาอัตโนมัติ เพราะการนิรโทษกรรมที่มองไม่เห็นคนที่ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 คือการปรองดองที่ไม่ครบถ้วนเป็นการเลือกปรองดองเฉพาะบางฝ่าย ให้อภัยเฉพาะบางคน และหากไม่นิรโทษกรรมจะไม่สามารถปิดบาดแผลทางการเมือง และไม่มีเห็นสัญญาณที่การเมืองจะเลิกใช้กฎหมายจัดการความเห็นต่าง
ขณะที่ในการอภิปรายของพรรคเพื่อไทย สนับสนุนการแก้ไขของสว. โดย นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาความขัดแย้งทางการเมืองตลอดระยะเวลา 2 ทศวรรษ ผู้ประท้วงทั้งแนวร่วมของประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) แนวร่วมประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (นปช.) กลุ่มราษฎร แสดงคววามเห็นและเรียกร้องให้ประเทศอยู่ในครรลองของประชาธิปไตยด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์และด้วยความหวังว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะทำให้ประเทศและสังคมน่าอยู่ มีความเท่าเทียม ผู้ชุมนุมจำนวนมากถูกบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด บางคนก็ถูกใช้ความรุนแรงในการชุมนุม จำนวนมากที่บาดเจ็บสาหัส สูญเสียอวัยวะ บางคนถึงกับเสียชีวิต ผู้ชุมนุมเสื้อแดงจำนวนมากที่ถูกกระทำความรุนแรง ทั้งนี้ร่างกฎหมายดังกล่าวหากพิจารณาตามบัญชีแนบท้ายจะมีคนพ้นโทษ 6,000 กว่าคนทั้งความผิดในทางแพ่ง อาญา ตั้งแต่ปี 2553 - 2563
“พี่น้องคนเสื้อแดงและเยาวชนจำนวนมากตั้งตารอร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข เพื่อคืนความเป็นธรรม หวังว่าสภาแห่งนี้จะให้ความเห็นชอบกับร่างพ.ร.บ.ที่วุฒิสภาแก้ไข” นางมนพร อภิปราย
ทางด้าน นายธงธรรม เวชยชัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายต่อหนึ่งว่า ขณะนี้ไม่มีเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี โดนคดีมาตรา 112 ดังนั้นหากสภาฯ จะตั้งกรรมาธิการร่วม โดยการพิจารณาอาจไม่ได้เปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญ ดังนั้นการตัดสินใจคือ จะให้ประเทศเดินหน้าหรือหยุดรอ สิ่งที่คาดหวังจะให้เกิดขึ้นคือการก้างไปให้ไกลที่สุดเท่าที่สังงคมไทยยอมรับร่วมกันได้ แต่ไม่มีใครได้ทั้งหมด หรือ สูญเสียทุกอย่าง ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวไม่ใช่ปลายทางแต่เป็นก้าวแรกที่เกิดขึ้นได้จริงมากกว่าก้าวที่สมบูรณ์แบบไม่เคยเกิดขึ้น
“เรื่องนี้ไม่ใช่หลักการ หรือสัญลักษณ์ทางการเมือง แต่เป็นชีวิตจริง วันนี้สามารถเลือกให้คนอีกหลายพันคนเป็นอิสระภาพเร็วขึ้นหรือรอโดยไม่มีหลักประกันว่าได้อะไรเพิ่มขึ้น อย่าให้การต่อสู้เชิงหลักการพลาดโอกาสคนหลายพันคนแม้เพียงหนึ่งวัน” นายธงธรรม อภิปราย
ขณะที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี อภิปรายว่าตนสนับสนุนร่างพ.ร.บ.ที่สว.แก้ไข แต่กังวลในบัญชีแนบท้าย ที่กำหนดให้นิรโทษกรรมความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 124 มาตรา 184 และ มาตรา 190 ซึ่งว่าด้วยความผิดที่เกี่ยวกับความลับประเทศ การช่วยให้ผู้อื่นไม่ให้รับโทษ และ ช่วยเหลือผู้หลบหนี ซึ่งตนกังวลว่าเกี่ยวข้องกับการชุมนุมอย่างไร หรือต้องการเอื้อประโยชน์ให้ใครหรือไม่ ดังนั้นตนขอฝากไปยังกรรมการตามกฎหมายที่ต้องใช้ดุลยพินิจพิจารณานิรโทษกรรมด้วยว่า หากใช้ดุลยพินิจที่เอื้อประโยชน์ทางกฎหมายใน 3 มาตราดังกล่าว และใช้ดุลยพินิจไม่ชอบ อาจทำให้เกิดความขัดแย้งรอบใหม่ได้
ขณะที่นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า มีคำถามต่อการเติมบัญชีแนบท้ายที่ให้นิรโทษกรรมเกี่ยวกับกฎหมายเลือกตั้ง และการเลือกสว. ที่ไม่เกี่ยวกับการชุมนุมของคนเสื้อเหลือง เสื้อแดง หรือ กลุ่ม กปปส. มีคำถามว่าระบุไว้ทำไม ทั้งนี้มีคนตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีประเด็นเกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว. ทำให้ผู้ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา ที่รวมถึงกลุ่มการเมืองที่มีคนดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งไม่ทราบว่าจะถูกแจ้งข้อกล่าวหาในประเด็นใด แต่หากที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาในประเด็นอื่นที่ไม่เกี่ยวกับการทุจริตอาจได้รับประโยชน์
ส่วนการอภิปรายของสส.พรรคภูมิใจไทย สนับสนุนการแก้ไขของวุฒิสภา ที่ปักหมุดไม่ให้รวมคดีมาตรา 112 ให้ได้รับสิทธิ์นิรโทษกรรม


