“อนุทิน” เซ็นคำสั่งนายกฯ ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ทุจริตสอบบรรจุขรก.ท้องถิ่น “ปกรณ์” นั่งประธาน ขีดเส้น30วัน โดยรายงานความคืบหน้าทุก10วัน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 263/2569 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี2568
ตามที่ปรากฏข่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นและจับกุมผู้เกี่ยวข้องกับการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 อันเนื่องมาจากได้รับการร้องเรียนว่า มีกลุ่มบุคคลและติวเตอร์บางกลุ่มแอบอ้างว่าสามารถช่วยเหลือผู้สมัครสอบให้ผ่านการคัดเลือกและเข้ารับราชการท้องถิ่นได้ โดยมีการเรียกรับเงินจากผู้เข้าสอบ ซึ่งจากการตรวจค้นเจ้าหน้าที่ได้พบพยานหลักฐานการแก้ไขสำเนากระดาษคำตอบของผู้เข้าสอบเพื่อปรับคะแนนให้ตรงกับรายชื่อของผู้สอบแข่งขันได้ อันเป็นกรณีมีมูลเหตุอันควรเชื่อได้ว่า อาจมีข้าราชการ ผู้รับจ้าง ผู้รับผิดชอบในการจัดสอบ รวมถึงบุคคลอื่น ร่วมกันกระทำการทุจริตแก้ไขคะแนนคำตอบของผู้เข้าสอบแข่งขัน ในลักษณะกระทำกันเป็นขบวนการ ซึ่งนอกจากจะส่งผลกระทบและสร้างความเดือดร้อนเสียหายโดยตรงต่อหน่วยงานของรัฐและผู้เข้าสอบแข่งขันแล้ว การทุจริตดังกล่าวยังทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในภาครัฐ สมควรที่จะต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและสังคม อันจะเป็นประโยชน์ในการกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตในการสอบบรรจุเข้ารับราชการหรือการเข้าปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐ เพื่อมิให้เกิดการกระทำความผิดอันมีผลต่อเนื่องที่ร้ายแรงต่อประเทศชาติและพี่น้องประชาชนส่วนรวมเช่นนี้อีกในอนาคต
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 (6) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 นายกรัฐมนตรีมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้
ข้อ1 ให้มีคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นปี 2568 ประกอบด้วย
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ กรรมการประกอบด้วย รมว.ยุติธรรม ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เลขาธิการ ก.พ.ร. เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อัยการสูงสุด เลขาธิการ ก.พ. กรรมการและเลขานุการ เจ้าหน้าที่สำนักงาน ก.พ. ซึ่งเลขาธิการ ก.พ. มอบหมาย จำนวน2คน กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
ข้อ2 ให้คณะกรรมการมีหน้าที่และอำนาจตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย
กรณีการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นปี2568 และทำรายงานเสนอต่อนายกรัฐมนตรีภายในสามสิบวันนับแต่วันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการแจ้งความคืบหน้าในการดำเนินการต่อนายกรัฐมนตรีทุกสิบวัน
รายงานตามวรรคหนึ่ง ให้เสนอมาตรการที่จำเป็นรวมทั้งข้อเสนอให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตในการสอบบรรจุเข้ารับราชการหรือการเข้าปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐ เพื่อมิให้เกิดการกระทำความผิดอันมีผล ต่อเนื่องที่ร้ายแรงต่อประเทศชาติเช่นนี้อีกในอนาคต
เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการ มีอำนาจเชิญเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงข้อเท็จจริง ให้ความเห็นหรือส่งเอกสารหลักฐานต่างๆ ที่เห็นว่าจำเป็นหรือเกี่ยวข้องมาเพื่อตรวจสอบ รวมทั้งอาจเชิญ บุคคลภายนอกและผู้เชี่ยวชาญมาให้ความเห็นประกอบการพิจารณาด้วยก็ได้
ข้อ3 คณะกรรมการอาจแต่งตั้งคณะทำงานเพียงเท่าที่จำเป็นเพื่อพิจารณาศึกษา
หรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่คณะกรรมการมอบหมายได้
ข้อ4 การเบิกจ่ายเบี้ยประชุมหรือค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ หรือคณะทำงานที่แต่งตั้งตามคำสั่งนี้ ให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาเบี้ยประชุมกรรมการ พ.ศ. 2547 หรือตามระเบียบของทางราชการ แล้วแต่กรณีโดยเบิกจ่ายจากงบประมาณของสำนักงาน ก.พ.





