วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม 2569

Login
Login

ผ่าผลโพล ‘เพื่อไทย-ยศชนัน’ วัดเรตติ้งขาขึ้น ชิงน้ำเงิน

“นิด้าโพล” ได้สำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 2/2569 โดยเผยแพร่เมื่อ 5 ก.ค.2569 หากเจาะไปที่คะแนนนิยมของพรรคเพื่อไทย พบว่าคะแนนเพิ่มขึ้นกว่าการสำรวจครั้งแรกเมื่อเดือนมี.ค.2569 ล่าสุดได้ร้อยละ 16.84 ขณะที่ครั้งแรกได้ ร้อยละ 12.04 แต่ผลคะแนนนิยมยังตามหลังพรรคประชาชน และพรรคภูมิใจไทย ตามลำดับ

ขณะที่คะแนนนิยมของตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีนั้น “นิด้าโพล” ในไตรมาส 2 ให้ “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” แคนดิเดตของพรรคเพื่อไทย และปัจจุบันเป็นรองนายกรัฐมนตรี และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) มาอันดับ 4 โดยไตรมาสที่ 2 นี้ ความนิยมขยับขึ้นมาร้อยละ 11.64% ขณะที่ไตรมาสแรก เดือนมี.ค.ได้ร้อยละ 8.08

แม้ผลสำรวจยังคงตาม “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคประชาชน “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย รวมทั้งยังตาม “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ทว่า ก็เป็นสัญญาณขาขึ้นสำหรับว่าที่ผู้นำพรรคเพื่อไทย

ผ่าผลโพล ‘เพื่อไทย-ยศชนัน’ วัดเรตติ้งขาขึ้น ชิงน้ำเงิน

ตัดมาที่ “สวนดุสิตโพล” ที่เผยแพร่ ผลสำรวจล่าสุดวันเดียวกัน 5 ก.ค.2569 เกี่ยวกับดัชนีการเมืองไทย เดือน มิ.ย.2569 โดยสอบถามถึงนักการเมืองในฝ่ายรัฐบาลที่โดดเด่นที่สุด อันดับ 1 อนุทิน ร้อยละ 35 อันดับ 2 เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ร้อยละ 27.84 อันดับ 3 ยศชนัน ร้อยละ 16.11 อันดับ 4 สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ร้อยละ 13.02 อันดับ 5 ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ร้อยละ 8.03

ผ่าผลโพล ‘เพื่อไทย-ยศชนัน’ วัดเรตติ้งขาขึ้น ชิงน้ำเงิน

จุดหนึ่งที่เพื่อไทยยังตามหลังพรรคน้ำเงิน และพรรคส้ม เพราะด้วยผลการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อ 8 ก.พ.2569 พรรคเพื่อไทย เพลี่ยงพล้ำพ่ายแพ้การเลือกตั้ง 2 สมัยติดต่อ แถมเคราะห์ซ้ำกระแสนิยมพรรคการเมืองลดลงอย่างน่าตกใจ เป็นผลมาจากการเดิมเกมทางการเมืองที่ผิดพลาดของ “ผู้นำจิตวิญญาณสูงสุด” ค่ายแดง

ทั้งจากการดีด “พรรคภูมิใจไทย” ออกจากพรรคร่วมรัฐบาล และยึดกระทรวงมหาดไทย มาไว้ในอ้อมกอดตัวเอง ช่วงปลายรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร

รวมทั้งยังพ่ายแพ้ให้กระแสชาตินิยม ไทย-กัมพูชา จากกรณีคลิปเสียง “สมเด็จฮุน เซน-แพทองธาร” ในช่วงเลือกตั้ง ทำให้พรรคภูมิใจไทย อาศัยความได้เปรียบในการโหมกระแสรักชาติ กวาดคะแนนจากภาคอีสานอย่างเป็นกอบเป็นกำ กวาด สส.ทั่วประเทศไป 192 เสียง

ขณะที่การชูแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย แม้ “ยศชนัน” จะสดใหม่ ก็ยังไม่สามารถเรียกคะแนนนิยมให้กลับคืนมาได้ในช่วงเลือกตั้ง

ขณะเดียวกัน ปัจจัยที่ทำให้เพื่อไทยพ่ายแพ้ เพราะมีฐานเสียงเสรีนิยมประชาธิปไตยที่ไปทับซ้อนกับพรรคประชาชน ทำให้หลายพื้นที่ทั้งเชียงใหม่ กรุงเทพฯ หัวเมืองใหญ่ตามภูมิภาคเหนือ และอีสาน “พรรคเพื่อไทย” พ่ายแพ้ชนิดสู้ไม่ได้

บรรดา สส.เพื่อไทย ที่เข้ามาได้ ก็เพราะปัจจัยเป็น สส.เกรดเอ ทำพื้นที่แข็งแรง รวมทั้งการออกอาวุธในพื้นที่เข้าเป้ามากกว่า สส.ที่สอบตก

สส.เกรดเอ ค่ายแดงรายหนึ่ง ยอมรับว่า ตัวเองไม่สามารถพ่ายแพ้การเลือกตั้งได้ เพราะแพ้เท่ากับจบชีวิตทางการเมือง ดังนั้น มีปัจจัยเท่าไร ต้องอัดเต็มที่ เพื่อไม่ให้แพ้

แนวทางการฟื้นเรตติ้งของพรรคเพื่อไทย จึงจำเป็นต้องเลือกทางเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย โดยใช้โอกาสการเป็นรัฐบาลเพื่อทำผลงาน จะเห็นได้ว่า ผู้นำจิตวิญญาณของพรรค ได้จัดวางรัฐมนตรีที่ล้วนแล้วเป็นสายตรงบ้านจันทร์ส่องหล้า สายตรงมาดามทั้งสิ้น

อย่างไรก็ตาม มีเสียงวิเคราะห์จากคนในพรรคเพื่อไทย ที่มองการเดินหมากฟื้นแต้มนิยมในเวลานี้ ยังไม่เห็นผลงานที่จับต้องได้เท่าที่ควร โดยกระทรวงสำคัญที่คุมอยู่ทั้ง กระทรวงอุดมศึกษาฯ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ เป็นเพียงการลงพื้นที่ในจุดที่พรรคเพื่อไทยแข็งแรงเท่านั้น ยังไม่ได้ให้ความสำคัญพื้นที่ผู้สมัคร สอบตก เท่าที่ควร 

รวมทั้งมีการจัดเกรด อดีตผู้สมัคร สส.สอบตก ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า มีโอกาสที่พรรคเพื่อไทยจะไม่คาดหวังชัยชนะเลือกตั้งในอนาคต และอาจทำให้โอกาสที่จะได้ สส.มากกว่า 70 เสียงเป็นเรื่องยาก

จุดหนึ่งต้องยอมรับว่า กระทรวงสายสังคมที่พรรคเพื่อไทยได้รับการจัดสรร ไม่ใช่กระทรวงที่สร้างกระแส ทำผลงานจับต้องได้อย่าง กระทรวงเศรษฐกิจ ทั้งกระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม ทำให้เวลานี้ รัฐมนตรีค่ายแดงจึงต้องเน้นผลักดันนโยบายของพรรคที่เป็นเรือธงลงไปสู่พื้นที่เป็นหลัก

การใช้ “ยศชนัน” เป็นตัวชูโรงของพรรค และแคนดิเดตนายกฯ เพราะตัวเลือกรายอื่นๆ ที่กระชากเรตติ้งได้ หาได้ยากในเวลานี้

ผ่าผลโพล ‘เพื่อไทย-ยศชนัน’ วัดเรตติ้งขาขึ้น ชิงน้ำเงิน

ขณะที่ ผศ.ดร.สุวิชา เป้าอารีย์ ผู้อำนวยการนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) วิเคราะห์ผลโพลไตรมาสที่ 2 ว่า คะแนนของพรรคเพื่อไทยที่เพิ่มขึ้นจากครั้งก่อน เพราะพรรคเพื่อไทยไม่มีเรื่องถูกโจมตีเท่ากับพรรคภูมิใจไทย ทำให้เป้าประเด็นโจมตีไปตกอยู่พรรคภูมิใจไทย

แต่สิ่งที่น่าสังเกตก็คือ พรรคภูมิใจไทยคะแนนหายไปในกลุ่มอายุ 46-60 ปี กลุ่มเจนเอ็กซ์ และเบบี้บูมเมอร์ หายไปเยอะ คาดว่าจะเกิดจากความไม่พอใจเกี่ยวกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่มีข่าวก่อนหน้านี้ว่า จะไม่ให้ลูกใช้สิทธิลดหย่อนภาษี หากพ่อแม่มีบัตรสวัสดิการ

ขณะเดียวกัน พรรคเพื่อไทยได้แต้มเพิ่มขึ้นในภาคเหนือ โดยเฉพาะกลุ่มแรงงาน-เกษตรกร โดยเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 สะท้อนว่าตัวบุคคลทั้ง “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ - จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” อาจมีผล ทั้งนี้เดิมทีพรรคภูมิใจไทยมีแต้มมากจากคนอายุ 46-60 ปี แต่ไตรมาสนี้กลับเสียแชมป์ 

ดังนั้น จึงต้องรอดูไตรมาส 3 หลังผ่านการใช้งบ “ไทยช่วยไทยพลัส” รวมทั้งการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ แต้มเหล่านี้จะกลับมาที่พรรคภูมิใจไทยหรือไม่

ผ่าผลโพล ‘เพื่อไทย-ยศชนัน’ วัดเรตติ้งขาขึ้น ชิงน้ำเงิน

ส่วนกลุ่มอายุ 18-25 ปียังสามารถไปกระชากเรตติ้งให้กับพรรคภูมิใจไทยได้ แม้จะร่วงหล่นในกลุ่มแรงงาน-เกษตรกร คาดว่ามาจากผลของการใช้นโยบายไทยช่วยไทยพลัส

แน่นอนว่าเรื่องผลงานของพรรคเพื่อไทย “ผอ.นิด้าโพล” ยังคงชี้ชัดว่า ยังไม่เห็นผลงานอะไรที่เด่นเป็นรูปธรรม ขณะที่แต้มนิยมในภาคอีสานกระเตื้องขึ้นมาพอๆ กับพรรคภูมิใจไทย แต่เรตติ้งแต้มกระแสยังตามห่างพรรคประชาชนอยู่เช่นเดิม ซึ่งแต้มนิยมที่เกิดขึ้นเป็นเพียงแรงเหวี่ยงที่มาจากพรรคภูมิใจไทยในกลุ่มอายุ 46-60 ปีเท่านั้น จึงยังไม่สามารถชี้วัดได้ว่า จะเป็นแต้มถาวรหรือไม่

ผ่าผลโพล ‘เพื่อไทย-ยศชนัน’ วัดเรตติ้งขาขึ้น ชิงน้ำเงิน

ผลโพลไตรมาส 2 จะเป็นโจทย์หินโจทย์ยากให้กับคีย์แมน และศาสดาแกนนำพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง ว่าจะปรับหมาก วางกลยุทธ์ใหม่อย่างไรให้พรรคเพื่อไทย และ“ยศชนัน” ฟื้นความนิยมขึ้นเรื่อยๆ ในภาวะที่ยังไม่เห็นผลงานเป็นดอกเป็นผล เพราะสถานการณ์ปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้ว่า ไม่ทรุดลง แค่ทรงตัว และมีโอกาสไต่ขยับสู่ขาขึ้นได้ 

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์