วันจันทร์ ที่ 6 กรกฎาคม 2569

Login
Login

วิบาก‘อนุทิน-ภท.’ จุดเริ่มขาลง ติดหล่มผลงาน เผชิญครหาถอนทุน

การขึ้นมามีอำนาจเป็นฝ่ายบริหารของอนุทิน ชาญวีรกูล ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กับหมวกอีกใบคือ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในรัฐบาล "อนุทิน 2" กำลังจะครบ 3 เดือนเต็ม นับตั้งแต่แถลงนโยบายต่อรัฐสภา

ความนิยมทางการเมืองของอนุทิน และภูมิใจไทย ทิศทางเป็นขาลงอย่างชัดเจน หากอ้างอิงผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนของ นิด้าโพล ที่เช็กเรตติ้งนักการเมือง และพรรคการเมืองทุกไตรมาส

การสำรวจล่าสุด ไตรมาส 2/2569 ตัวเลขออกมาค่อนข้างน่าตกใจสำหรับพลพรรคสีน้ำเงิน เมื่อความนิยมทางการเมืองรอบนี้ลดต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับผลสำรวจในไตรมาสแรกของปี

หัวข้อที่ “นิด้าโพล” ใช้เหมือนกันในการสำรวจทั้ง 2 ครั้ง คือ บุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี และพรรคการเมืองที่ประชาชนจะสนับสนุนในวันนี้ โดยช่วงเวลาสำรวจไตรมาสแรก เกิดขึ้นระหว่าง 19-24 มี.ค.2569 หลังเลือกตั้งใหญ่ 8 ก.พ.2569

ตอนนั้น อนุทินเพิ่งนำทัพภูมิใจไทยเสร็จศึกเลือกตั้ง พร้อมผลงานชนะเป็นพรรคอันดับ 1 ได้ 193 สส. กระแสช่วงนั้น ถือว่ายังค่อนข้างดีต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง กับกลยุทธ์ชูจุดขายเรื่องชาตินิยม สู้รบกัมพูชา รวมถึงการวางตัวบุคคลมืออาชีพเข้ามาบริหารงาน ทั้ง เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว และศุภจี สุธรรมพันธุ์

ช่วงขาขึ้น “ภูมิใจไทย” ในสมัยแรกของการเป็นรัฐบาล ปลายปี 2568 ถึงต้นปี 2569 ถูกมองว่า ทำอะไรก็ใช่ไปหมด การเตรียมความพร้อมเลือกตั้งตั้งแต่รัฐบาล"อนุทิน 1" แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการมหาดไทยล่วงหน้า ซึ่งมีส่วนสำคัญในการคว้าชัยชนะ

ผลโพลความนิยม 3 เดือนแรกของอนุทิน 29.40% ถือว่าสูงมาก เมื่อเทียบกับอนุทิน ในบริบทก่อนๆ ที่ร่วมหลายรัฐบาลที่ผ่านมา ซึ่งปกติคอการเมืองจะรู้ดีว่า นักการเมืองคนนี้ ไม่ใช่คนที่มีกระแสอะไรในตัวเปรี้ยงปร้างขนาดนั้น ส่วนความนิยมของพรรคภูมิใจไทย อยู่ที่ 26.60% ตอนนั้นก็ถือว่าสร้างปรากฎได้เป็นครั้งแรกๆ เพราะตัวเลขสูงกว่าพรรคเพื่อไทย

ผ่านไปเพียง 3 เดือน หลังอนุทินฟอร์มรัฐบาลเสร็จสิ้น โดยมีภูมิใจไทยเป็นแกนนำสมัย 2 เข้าปฏิบัติหน้าที่ มีอำนาจเต็มช่วงไตรมาส 2 แต่กลับไม่สามารถรักษาเพดานบินในเรื่องความนิยม ให้ใกล้เคียงกับไตรมาสแรกได้ ตัวเลขลดลงชัดเจน

ตัวของอนุทิน สัดส่วนความนิยมลดลงถึง 7.72% ส่วนภูมิใจไทย ลดลงสูงถึง 9.6% หรือตีกลมๆ เกือบ 10 หรือประมาณ 10% เลยทีเดียว ตัวเลขถือว่าสูงมาก

วิบาก‘อนุทิน-ภท.’ จุดเริ่มขาลง ติดหล่มผลงาน เผชิญครหาถอนทุน

ขณะที่ "ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ" หัวหน้าพรรคประชาชน จากเดิมสัดส่วนความนิยมอยู่ที่ 30.60% เทียบกับครั้งล่าสุด ลดลง 4.52% ถือว่าค่อนข้างสูง ส่วนความนิยมของพรรคสีส้ม จาก 35.80% ลดลง 1% ดูจะดรอปไปบ้าง แต่ภาพรวมก็ยังถือว่าทรงๆ ไม่ได้สวิงมาก

"อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" หัวหน้าพรรคประธิปัตย์ จากเดิม 10.92% เพิ่มขึ้น 0.88% ส่วนความนิยมพรรคสีฟ้า จาก 11.64% เพิ่มขึ้น 1.04% เปลี่ยนแปลงเล็กน้อยแทบไม่มีนัยสำคัญอะไร 

อีกคนที่น่าสนใจคือ "ยศชนนัน วงศ์สวัสดิ์" จาก 8.08% เพิ่มขึ้น 3.56% ส่วนพรรคเพื่อไทย จาก 12.04% เพิ่มขึ้น 4.8% เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวดีกว่า 3 พรรคแรก หลังเผชิญพิษคลิปอังเคิล จนแพทองธาร ชินวัตร หลุดเก้าอี้นายกฯ พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่

คำถามจึงมีอยู่ว่าเหตุใด “อนุทิน-ภูมิใจไทย” ไม่สามารถยืนระยะรักษาความนิยมได้ เรื่องนี้เจ้าของพรรคภูมิใจไทย ย่อมรู้แก่ใจดี ว่ากำลังเผชิญแรงเสียดทานหลายเรื่อง จนเป็นที่มาเรื่องการวัดผลงานรัฐมนตรี หลายคนงานยังไม่ออก

3 เดือนของ “รัฐบาลอนุทิน 2” ปฏิเสธไม่ได้ว่า มีแต่เรื่องให้เป็นที่ครหา เริ่มตั้งแต่สงครามในตะวันออกกลาง สหรัฐอเมริกา อิสราเอล กับอิหร่าน จนช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด ไม่สามารถขนส่งน้ำมันออกมาได้ ส่งผลให้สถานการณ์ในประเทศ ราคาพุ่งสูง น้ำมันขาดปั๊ม เกิดการกักตุน ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ ว่ามีไอ้โม่งฟันส่วนต่างราคา ลามไปจนถึงความไม่ไว้วางใจของประชาชนต่อตัว"พิพัฒน์ รัชกิจประการ" ที่มีธุรกิจครอบครัวอยู่ในอุตสาหกรรมนี้ ตอนนั้นคำว่า"ถอนทุนทางการเมือง"จึงกระฉ่อน

โครงการ แลนด์บริดจ์ ก็เป็นอีกเรื่องที่ภาคประชาชนสังคมต่อต้านอย่างหนัก กังวลเรื่องสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิตคนในท้องถิ่น ที่สำคัญมีข้อครหาว่าคนใกล้ชิดรัฐบาลที่รู้ข้อมูลภายในกว้านซื้อที่ดินเก็งกำไรล่วงหน้า จึงหนีไม่พ้นโดนครหาถอนทุนอีกตามเคย หรือ TH-AI Passport ที่เต็มไปด้วยคำถามมากมาย ถึงขั้นตอนที่มาที่ไปของโครงการ ข้อสังเกตเรื่องการเอื้อประโยชน์พวกพ้อง

เรื่องผลงานรัฐบาล ก็เป็นอีกความท้าทายของอนุทิน และภูมิใจไทย ว่าจะเก่งทำเหมือนเก่งเกมการเมือง ต่อสู้แย่งชิงมากน้อยแค่ไหน 3 เดือนที่ผ่านมา แม้จะมองว่าเป็นเวลาที่ไม่มาก แต่ก็เพียงพอที่จะระบุได้ว่า หลายคนยังต้องโชว์ฟอร์มให้ได้ตามความคาดหวังของสังคม ทั้ง"ก๊วนลูกเทพ" และเหล่า"รัฐมนตรีคนนอกมืออาชีพ" เพราะบางคนเริ่มเห็นแววชัดเจนว่า"ไม่ตรงปก" ไม่เหมือนที่พูดตอนหาเสียง

กรณี ล่าสุดการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ก็สะเทือนรัฐบาลอย่างจัง อนุทิน และคนของภูมิใจไทย วนเวียนเข้าไปบริหารกระทรวงมหาดไทย เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการบ้าง เป็นว่าการบ้าง แทบจะต่อเนื่องยาวนานมาตั้งแต่ปี 2562

เจอเรื่องโกงบรรจุสอบท้องถิ่นเข้าไป นับว่าหนักสำหรับพรรคสีน้ำเงินโดยแท้ แม้ผลสอบสวนไม่ได้ปรากฎว่า มีผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับพรรค หรือมีรัฐมนตรีอยู่ในข่าย แต่ความไม่เชื่อมั่นของสังคมที่สะสมจากหลายเรื่องรวมกัน อาจเข้าขั้นติดลบไปแล้วเรียบร้อย ยังไม่นับคดีฮั้ว สว. เขากระโดง และอื่นๆ

เดิมพัน “อนุทิน” จึงต้องลากคอตัวการตัวจริงโกงสอบบรรจุออกมาให้ได้ ฉายภาพแผนผังขบวนการทั้งหมดว่าเป็นอย่างไร นอกจากข้าราชการในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เกี่ยวข้องแล้ว ยังมี สส. ข้าราชการการเมืองในสาย เครือข่ายหัวคะแนนของพรรคเกี่ยวข้องหรือไม่ เนื่องจากเริ่มมีข้อครหาว่า เรื่องนี้อาจมีนักการเมืองใหญ่ ใช้ช่องทางนี้ดูแลลูกน้องไปหาประโยชน์

การขึ้นสู่จุดสูงสุดทางการเมืองของอนุทิน และภูมิใจไทย ในระยะเวลาอันรวดเร็ว กลับเผชิญแรงเสียดทานอย่างหนักหน่วง จนเข้าโซนสถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจ เพราะแค่ 3 เดือนแรก เรื่องฮันนีมูนไม่ต้องพูดถึง 

เรื่องที่จำเป็นที่สุดคือ ฟื้นความเชื่อมั่น ท่ามกลางเรตติ้งขาลง กับภาพลักษณ์ และสไตล์ทำการเมืองแบบภูมิใจไทย ที่ใครก็รู้ดีว่าเป็นอย่างไร