การประชุมนัดแรกของ “พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์” ผบ.ทหารสูงสุด ผู้อำนวยการศูนย์บูรณาการด้านความมั่นคงชายแดน (ผอ.ศบค.ชด.) ที่จัดตั้งขึ้นตามคำสั่ง “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ภายใต้ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)
โดยมี พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผบ.ทร. พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผบ.ทอ. และ พลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พร้อมด้วยผู้แทนจากส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
หลัง สมช.ได้ติดตามและประเมินสถานการณ์ความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนไทยรอบประเทศ มีแนวโน้มทวีความรุนแรงต่อเนื่อง ส่งผลกระทบความมั่นคงและความปลอดภัยประชาชน ทั้ง “อาชญากรรมข้ามชาติ”แม้ปัจจุบัน “รัฐบาลไทย” ยกระดับปราบปรามจริงจัง โดยเฉพาะปัญหา แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ขบวนการหลอกลวงออนไลน์ และทุนสีเทา
ทว่า ฐานที่ตั้งอาชญากรรมเหล่านี้กระจายอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน แม้รัฐบาลไทยจะใช้กลไกต่างประเทศ ดึงนานาชาติเข้ามามีส่วนร่วมกดดันให้กวาดล้าง แต่เครือข่ายเหล่านี้ใช้วิธีการย้ายฐานจากพื้นที่หนึ่งไปยังอีกพื้นที่หนึ่ง มุดลงดินรอวันหวนคืนกลับมาใหม่
ขณะที่ “ยาเสพติด” ทะลักเข้าไทยต่อเนื่องผ่านชายแดนภาคเหนือติดกับเมียนมา และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณแม่น้ำโขงยาวหลาย 100 กิโลเมตรกั้น สปป.ลาวกับไทย ส่วนเจ้าหน้าที่มีไม่เพียงพอ ควบคุมได้ไม่ทั่วถึง ทำให้เล็ดลอดเข้าสู่พื้นที่ตอนใน นำไปพักคอย กทม.และปริมณฑล ก่อนลำเลียงสู่ภาคใต้ ส่งต่อไปประเทศที่สาม แต่บางส่วนกระจายขายภายในประเทศ
ส่วนด้านความขัดแย้งตามแนวชายแดน โดยเฉพาะ “ไทย-กัมพูชา” ยังต้องประเมินช็อตต่อช็อตจะเปิดรอบสามหลังหมดหน้าฝนหรือไม่ ท่ามกลางการกระแสข่าว“เติมของ”กันเป็นระยะ สอดรับสมรภูมิการทูตและข่าวสารที่ทั้ง 2 ประเทศต่างชิงไหวชิงพริบคงความได้เปรียบ
เช่นเดียวกับการ “สู้รบทหารเมียนมา-ชนกลุ่มน้อย” จะกลับมาปะทุหลังหมดหน้าฝน ส่งผลกระทบประชาชนตามแนวชายแดนได้รับผลกระทบกระสุนตก สร้างความเสียหายบ้านเรือนและความปลอดภัย รวมถึงคลื่นอพยพ
ขณะที่ความไม่สงบ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รอยต่อไทย-มาเลเซีย เกิดเหตุรายวันซ้อนทับภัยคุกคามหลากหลายรูปแบบ สร้างความเดือดร้อนให้ความประชาชนเป็นวงกว้าง
ทั้งนี้ ศบค.ชด จะทำหน้าที่บูรณาการความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับศักยภาพและประสิทธิภาพการป้องกันและแก้ไขปัญหา ส่งเสริมความมั่นคงชายแดน ให้ปราศจากภัยคุกคามทุกรูปแบบและแก้ไขปัญหาข้ามพรมแดนร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน และประเทศในภูมิภาค สร้างความสงบสุขให้กับสังคมไทย
โดยที่ประชุม ศบค.ชด ได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อสังเกตที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานของศูนย์บูรณาการด้านความมั่นคงชายแดนในทุกมิติ โดยเฉพาะการบูรณาการการปฏิบัติระหว่างหน่วยงานด้านความมั่นคง หน่วยงานพลเรือน และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีเอกภาพ ลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาภัยคุกคามตามแนวชายแดนของประเทศ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบในประเด็นสำคัญ ดังนี้
1.) จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจปราบปรามการค้ามนุษย์และอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ โดยมี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้ปฏิบัติหลัก
2.) แต่งตั้งคณะที่ปรึกษาด้านกฎหมาย เพื่อรองรับการปฎิบัติตามนโยบายความมั่นคงและนโยบายความมั่นคงชายแดน
3.) เชิญผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ร่วมเป็นคณะผู้บริหาร (รอง ผอ.ศบค.ชด. (8)) เพื่อให้สามารถบูรณาการ และแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกับหน่วยงานต่างๆ
“การประชุมในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงานของศูนย์บูรณาการด้านความมั่นคงชายแดนให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้การบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานดำเนินงานอย่างใกล้ชิด เป็นเอกภาพ และยึดประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ เพื่อยกระดับการป้องกันและแก้ไขภัยคุกคามตามแนวชายแดนในทุกมิติให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและยั่งยืน”
ทั้งนี้แม้ ศบค.ชด จะถูกมองว่า เป็นการรื้อฟื้น “ศูนย์อำนวยการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน” (ศอ.ปชด.)ยุค“นายกฯแพทองธาร ชินวัตร ” แก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ประเทศเมียนมา โดยมี พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผบ.ทหารสูงสุด เป็น ผอ.ศอ.ปชด. และ พล.อ.อุกฤษฎ์ รองผบ.ทหารสูงสุด รับหน้าที่หลัก
และภายหลังเกิดปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ศอ.ปชด. พลิกบทบาทเข้ามาทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญเสนอมาตรการต่างๆ เพื่อขออนุมัติต่อ สมช. ในการเตรียมความพร้อมรบ และออกมาตรการต่างๆ ในการคุมเข้มชายแดน
แต่ข้อมูลอีกด้านหนึ่ง “ศบค.ชด.”แปลงสภาพ มาจาก ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง(ศบก.) รับมือผลกระทบการสู้รบระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอลกับอิหร่าน ที่ “นายกฯอนุทิน”ตั้งขึ้นมา
ศบค.ชด ภายใต้กำกับ“พลเอก อุกฤษฎ์ ” ต้องประสานข้ามผ่านกระทรวง เช่น สมช.ปลัดมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ ผบ.เหล่าทัพ ตลอดจนถึงระดับกองกำลังป้องกันชายแดน ถูกคาดหวังจากรัฐบาลแก้ปัญหาความมั่นคงรอบประเทศ
ขณะที่ การประชุม สภากลาโหมล่าสุด พลโท อดุลย์ บุญธรรม รมว.กลาโหม ได้รับทราบการประเมินสถานการณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน และความเคลื่อนไหวด้านความมั่นคงในภูมิภาคเพื่อสนับสนุนการกำหนดนโยบายและการเตรียมความพร้อมในการปกป้องอธิปไตย รักษาผลประโยชน์ของชาติและสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้แก่ประชาชนโดยที่ประชุมย้ำให้ทุกหน่วยติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
พร้อมเน้นย้ำ หน่วยขึ้นตรงกลาโหม และ ผบ.เหล่าทัพ ร่วมบูรณาการการปฏิบัติงานผ่านศบค.ชด. ซึ่งมี ผบ.ทหารสูงสุด เป็น ผู้อำนวยการฯ เพื่อให้การบริหารจัดการสถานการณ์เป็นไปอย่างมีเอกภาพรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้กำลังเป็นที่จับตาว่า ศบค.ชด. ของ “รัฐบาลอนุทิน” จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและแก้ปัญหาได้ความมั่นคงชายแดนรอบประเทศไทยได้อย่างเบ็ดเสร็จยั่งยืนหรือไม่


