วันศุกร์ ที่ 3 กรกฎาคม 2569

Login
Login

‘กลุ่มนักวิชาการ-สปช.’ จี้ ‘กกต.’ เร่งส่งคดีฮั้ว สว. ถึงศาล

“กลุ่มนักวิชาการอาวุโส-สปช.” ออกแถลงการณ์จี้ “กกต.” เร่งสอบ-ส่งคดีฮั้ว สว. ถึงศาล หวั่นล่าช้ากระทบการปกครอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่นำโดย นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร นายชาติชาย ณ เชียงใหม่  นายศักรินทร์ ภูมิรัตน์ นายเนาวรัตนพงษ์ไพบูลย์ น.ส.รสนา โตสิตระกูล นายคุรุจิต นำครทรรพ  และกลุ่มนักวิชาการอาวุโส ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เร่งรัดส่งสำนวนคดีทุจริตเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เข้าสู่การพิจารณาของศาลฎีกา เพื่อยับยั้งการครอบงำกลไกนิติบัญญัติและองค์กรอิสระอย่างเบ็ดเสร็จ โดยระบุสาระสำคัญ ว่า การเลือกกันเอง ของ สว. เมื่อกลางปี67ปรากฏพฤติการณ์ ข้อบ่งชี้ และพยานหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า เกิดการทุจริตเชิงระบบที่ไร้ความสมบูรณ์ชอบธรรม มีลักษณะการตกลงร่วมมือและสมยอมคะแนนในลักษณะกระบวนการ จัดตั้ง หรือ การฮั้วเลือกตั้งอย่างกว้างขวาง ในฐานะสมาชิก สปช.ซึ่งก่อกำเนิดและปฏิบัติหน้าที่ศึกษา วิเคราะห์ และวางรากฐานการปฏิรูปประเทศให้ตั้งมั่นอยู่บนความโปร่งใส เที่ยงธรรม และหลักธรรมาภิบาล มีความวิตกกังวลอย่างยิ่งต่อสภาวการณ์ปัจจุบันที่กำลังกัดเซาะความมั่นคงของสถาบันการเมือง จึงขอเรียกร้องไปยัง กกต.และสังคมไทย ดังต่อไปนี้

1. วิกฤติแทรกแซงและยึดครององค์กรตรวจสอบต้นน้ำการปล่อยให้กระบวนการเลือกตั้ง สว. ดำเนินไปจนเสร็จสิ้นและมีการรับรองผล โดยปราศจากการกลั่นกรองและคัดแยกผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง ส่งผลให้สภาสูง                ซึ่งเป็นต้นน้ำ ของอำนาจนิติบัญญัติและมีหน้าที่สรรหาบุคคลเข้าสู่องค์กรอิสระถูกยึดครองโดยตัวแทนแฝงเร้นของกลุ่มการเมือง พรรคการเมือง และกลุ่มทุนอิทธิพล การปล่อยปละละเลยพฤติการณ์ดังกล่าวให้ล่วงเลยมากว่าสองปี ได้เปิดโอกาสให้กลไกการตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจรัฐถูกแทรกแซงจนบิดเบือน นำไปสู่ วิกฤตศรัทธาต่อองค์กรอิสระและความสั่นคลอนของระบบนิติรัฐที่ยากจะเยียวยา

2.พยานหลักฐานเชิงประจักษ์ล่วงเลยเวลาที่ควรนิ่งเฉย กกต. ในฐานะองค์กรอิสระที่มีหน้าที่และอำนาจตามรัฐธรรมนูญในการควบคุมดูแลให้การเลือกตั้งเป็น ไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม มิอาจเพิกเฉยหรือประวิงเวลาให้กระบวนการอันมิชอบด้วยกฎหมายนี้  บ่อนทำลายรากฐานของชาติ ได้อีกต่อไป บัดนี้ ระยะเวลาได้พิสูจน์แล้วว่า ข้อเท็จจริง ข้อมูลเชิงลึก และหลักฐานเชิงประจักษ์ ที่ปรากฏต่อสาธารณะ ล้วนบ่งชี้ไปในทางเดียวกันว่ากระบวนการได้มา ซึ่ง สว. ชุดนี้ มีความด่างพร้อยและส่อทุจริตในวงกว้าง

3.มาตรการเร่งด่วนที่กกต. ต้องทำทันที คือ เร่งรัดส่งสำนวนคดีสู่ศาลฎีกา  นำสำนวนการสืบสวนและพยานหลักฐานทั้งหมดเกี่ยวกับบุคคลที่มีพฤติการณ์บล็อกโหวต หรือสมยอมคะแนนที่มีความชัดเจน ส่งฟ้องต่อศาลฎีกาเพื่อเข้าสู่กระบวนการไต่สวน วินิจฉัยเพิกถอนสิทธิ และให้พ้นจากตำแหน่งโดยเร็วที่สุด  และดำเนินคดีอาญาจนถึงที่สุดกับผู้สมัคร ผู้สนับสนุน และผู้อยู่เบื้องหลังขบวนการทุจริตเลือกตั้ง สว. ทุกรายอย่างไม่มีข้อยกเว้น เพื่อรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายและสร้าง   บรรทัดฐานที่ถูกต้อง

"กลุ่มสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติมุ่งหวังที่จะเห็นกลไกของวุฒิสภาเป็นสภาของผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเป็นกลาง มีเกียรติภูมิ และปราศจากการครอบงำจากฝ่ายบริหารหรือฝ่ายการเมือง การปล่อยให้ผู้ที่มาจากการทุจริตทำหน้าที่ชี้นำทิศทางประเทศยาวนานถึงสองปี ถือเป็นการทำลายเจตนารมณ์ของการปฏิรูปประเทศและทรยศต่อความหวังของประชาชนอย่างร้ายแรง" แถลงการณ์สปช. ระบุ