วันศุกร์ ที่ 3 กรกฎาคม 2569

Login
Login

'ไอซ์ รักชนก' ยอมขอโทษ หมิ่นประมาท 'สุชาติ' ถอนฟ้องแล้ว

ศาลนัดไกล่เกลี่ยครั้งที่ 2 'ไอซ์ รักชนก' ยอมขอโทษ ปมหมิ่นประมาท 'สุชาติ' ปมกล่าวหาเป็น รมต.จากการโกงเลือกตั้ง ล่าสุดถอนฟ้องแล้ว

เมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2569 ที่ศาลอาญาตลิ่งชัน  ถ.เลียบทางรถไฟ ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้อง คดีที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นโจทก์ฟ้อง น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) และประธาน กมธ.ศึกษาติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร เป็นจำเลย ฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา กรณี น.ส.รักชนก กล่าวหา นายสุชาติทำนองว่า "ไอ้รัฐมนตรีมาจากการโกงเลือกตั้ง" และข้อความอื่น ๆ

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา ศาลได้นัดคู่ความทั้งสองฝ่ายให้มาไกล่เกลี่ยก่อนไต่สวนมูลฟ้อง โดยน.ส.รักชนกเดินทางมาศาลขณะที่นายสุชาติ ติดราชการที่ประเทศญี่ปุ่น ศาลจึงกำหนดนัดไกล่เกลี่ยอีกครั้งในวันนี้ โดยกำชับให้คู่ความทั้งสองฝ่ายมาตามหมายนัด 

วันนี้ (3 ก.ค.) นายสุชาติมอบอำนาจให้ผู้แทนเดินทางมาศาล พร้อมนายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ทนายความ เนื่องจากนายสุชาติติดราชการไปต่างจังหวัด ขณะที่ น.ส.รักชนก เดินทางมาพร้อมนายนิธิ ละเอียดดี ทนายความ

นายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ทนายความของนายสุชาติ ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ศาลได้นัดคู่ความทั้งสองฝ่ายเพื่อไกล่เกลี่ยและสืบพยาน โดยฝ่ายโจทก์ได้เดินทางมาศาลพร้อมพยานแล้ว ขณะที่นายสุชาติได้มอบอำนาจให้ผู้แทนมาศาลแทน ที่ผ่านมานายสุชาติได้รับความเสียหายจากการกระทำของ น.ส.รักชนก อย่างแท้จริง อีกทั้งยังมีการกระทำในลักษณะเดิมซ้ำหลายครั้ง ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเนื่อง โดยนอกจากคดีนี้แล้ว ยังมีคดีที่เกี่ยวเนื่องอยู่ที่ สน.ทองหล่ออีก 2 คดี และอีก 1 คดีอยู่ระหว่างการสืบพยานในศาลอาญา

นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า การไกล่เกลี่ยผู้เสียหายมีความพร้อมที่จะประนีประนอมและพูดคุยตามกระบวนการกฎหมาย แต่ต้องพิจารณาว่า จำเลยมีความสำนึกต่อการกระทำหรือไม่ พร้อมอ้างว่า ทีมกฎหมายพบว่า น.ส.รักชนก ยังคงโพสต์ข้อความพาดพิงและเสียดสีอย่างต่อเนื่อง ทำให้ความเสียหายยิ่งเพิ่มขึ้น ทั้งต่อชื่อเสียงของนายสุชาติและครอบครัว โดยมารดาของนายสุชาติต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจากผลกระทบที่เกิดขึ้น

นายณัฐวุฒิ กล่าวด้วยว่า คดีนี้ไม่ใช่การฟ้องปิดปาก แต่เป็นการใช้สิทธิทางกฎหมายหลังจากมีการแจ้งความกล่าวโทษแล้ว โดยเห็นว่าการนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ส่งผลให้ข้อมูลแพร่กระจายเป็นวงกว้าง กระทบต่อชื่อเสียง เกียรติยศ และความน่าเชื่อถือของนายสุชาติในฐานะรัฐมนตรี การใช้คำว่า “ชื่อเฮ้ง” ในข้อความที่เป็นประเด็นว่า เป็นคำที่ประชาชนสามารถเชื่อมโยงถึงนายสุชาติได้อย่างชัดเจน เพราะเป็นชื่อเล่นที่ปรากฏในข้อมูลสาธารณะ และมีข้อความต่อเนื่องประกอบกัน

จึงเชื่อว่าพยานหลักฐานที่มีอยู่เพียงพอที่จะพิสูจน์ข้อกล่าวหาในชั้นศาล หากทั้งสองฝ่ายไม่สามารถตกลงยุติคดีกันได้

ล่าสุด เมื่อเวลา 14.20 น. มีรายงานว่า ฝ่ายผู้แทนนายสุชาติและ น.ส.รักชนก เจรจากัน มีผู้พิพากษาเป็นคนกลางในการไกล่เกลี่ย ปรากฏว่า ผลการเจรจาไปในทิศทางที่ดี เมื่อ น.ส.รักชนก ยอมขอโทษนายสุชาติ โดยศาลได้ให้นายณัฐวุฒิโทรศัพท์ และมีการพูดคุยกับนายสุชาติ พร้อมเชิญนายสุชาติมาที่ศาลอาญาตลิ่งชัน หลัง น.ส.รักชนกพร้อมกล่าวขอโทษ ทำให้นายสุชาติเดินทางมาศาลทันที

ต่อมา นายสุชาติ เปิดเผยภายหลังการไกล่เกลี่ยคดีว่า ศาลได้เสนอให้ทั้งสองฝ่ายพูดคุยทำความเข้าใจ เนื่องจากคดีดังกล่าวสืบเนื่องมาจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา มีการกล่าวหาว่าตนทุจริตการเลือกตั้งในเขต 1 จังหวัดชลบุรี และใช้ถ้อยคำพาดพิงว่าเป็น “รัฐมนตรีเฮ้งซวย” ทั้งที่ภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ตรวจสอบและยืนยันแล้วว่าตนได้รับชัยชนะจากคะแนนเสียงที่บริสุทธิ์

นายสุชาติ กล่าวว่า ในฐานะนักการเมืองยอมรับการตรวจสอบได้ แต่สิ่งที่กระทบจิตใจมากที่สุดคือผลกระทบที่เกิดขึ้นกับครอบครัว โดยเฉพาะพ่อแม่ที่มีอายุมากและเจ็บป่วยจนต้องเข้ารักษาตัวในห้อง ICU รวมถึงลูกที่ต้องเผชิญกับการถูกเพื่อนล้อเลียนจากข่าวที่เผยแพร่ออกไป จึงเห็นว่าความเสียหายไม่ได้เกิดขึ้นกับตัวเองเพียงคนเดียว แต่ขยายวงไปถึงคนในครอบครัว อย่างไรก็ตาม วันนี้คู่กรณีได้เดินทางมาขอโทษด้วยตนเองต่อหน้าศาล โดยกล่าวขอโทษที่ทำให้ตนและครอบครัวได้รับความเสียหายและเสื่อมเสียชื่อเสียง ซึ่งตนในฐานะผู้ใหญ่กว่าเห็นว่าเมื่ออีกฝ่ายสำนึกและกล่าวขอโทษแล้ว ก็ถือว่ายุติเรื่องนี้

นายสุชาติ กล่าวอีกว่า จะถอนฟ้องเฉพาะคดีที่เกี่ยวข้องกับการกล่าวหาเรื่องการเลือกตั้งเท่านั้น เนื่องจากเห็นว่าเป็นคดีที่สามารถให้อภัยกันได้ แต่คดีอื่นที่เกี่ยวข้องกับการกล่าวหาทุจริตคอร์รัปชันยังคงดำเนินการตามกฎหมายต่อไป เพราะเป็นข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงและส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของตนมาเป็นเวลานาน

นายสุชาติ ยังฝากถึงผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์และประชาชนว่า การโพสต์ข้อความหมิ่นประมาทหรือกล่าวหาใคร ไม่ควรมองว่าเป็นเพียงเรื่องสนุกหรือทำเพื่อสร้างคอนเทนต์ เพราะทุกคนล้วนมีครอบครัว มีพ่อแม่ และมีลูกที่ได้รับผลกระทบจากข้อมูลที่เผยแพร่ออกไป แม้นักการเมืองจะพร้อมรับการตรวจสอบ แต่การนำข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงไปเผยแพร่ย่อมสร้างบาดแผลทางความรู้สึกแก่คนในครอบครัวได้

นายสุชาติ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้รู้สึกสบายใจที่เรื่องดังกล่าวจบลง และต้องการนำเวลาไปทุ่มเทให้กับการทำงานมากกว่าการต่อสู้คดีที่สามารถให้อภัยกันได้ ส่วนคดีอื่นที่เกี่ยวกับข้อกล่าวหาทุจริตคอร์รัปชันนั้น ยังคงยืนยันจะดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายต่อไป เนื่องจากเป็นเรื่องที่ไม่สามารถยอมรับได้

ด้าน น.ส.รักชนก กล่าวว่า การพูดคุยภายในศาลเป็นไปด้วยดี และได้กล่าวขอโทษนายสุชาติ รวมถึงขอโทษมารดาและบุตรของนายสุชาติที่ได้รับผลกระทบจากการสื่อสารและกระแสข่าวที่เกิดขึ้น

“ต้องขออภัยและขอโทษครอบครัวของท่าน หากการสื่อสารของเราส่งผลกระทบต่อคุณแม่หรือบุตรของท่าน” น.ส.รักชนกกล่าว

น.ส.รักชนก กล่าวด้วยว่า หลังจากนี้จะยังคงทำหน้าที่ในฐานะ สส.และประธาน กมธ.ติดตามงบประมาณฯ ต่อไป โดยจะเดินหน้าตรวจสอบการใช้งบประมาณและโครงการภาครัฐตามบทบาทหน้าที่

ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายสามารถตกลงกันได้ภายในชั้นไกล่เกลี่ย โดยไม่มีการยื่นคำขอโทษเป็นลายลักษณ์อักษรต่อศาล และเตรียมดำเนินการถอนฟ้องตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป.