"กมธ.งบฯ 70" เผยถกภาพรวมศก.-งบกลาง ชี้ "ธปท." ห่วงเงินเฟ้อกระทบศก. แต่เชื่ออุตสาหกรรมเอไอ ช่วยหนุน มองขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา กระทบภาพรวมเศรษฐกิจต่ำ
ที่รัฐสภา น.ส.ณัฐธิดา เทพสุทิน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีปีงบประมาณ พ.ศ.2570 สภาฯ แถลงภายหลังการประชุม กมธ.ฯ ว่า ที่ประชุมได้พิจารณารายละเอียดในส่วนของภาพรวมเศรษฐกิจและมาตรา 6 งบกลาง โดยเชิญหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ 4 หน่วยงานมาชี้แจงถึงภาวะเศรษฐกิจภาพรวม ได้แก่ 1. สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 2. กระทรวงการคลัง 3. ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) 4. สำนักงบประมาณ
ทั้งนี้ ในภาพรวม ธปท. ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยในระยะสั้นมีทิศทางขยายตัว แม้เผชิญแรงกดดันเชิงลบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาสินค้า ราคาน้ำมัน และวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้น ก่อให้เกิดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ซึ่งคาดว่าอาจสูงกว่า 4% ในไตรมาสที่4 ก่อนจะทยอยลดลงในปีหน้า
น.ส.ณัฐธิดา กล่าววต่อว่า นอกจากนั้นยังมีปัจจัยเชิงบวกสำคัญจากการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ AI ที่ขยายตัวทั่วโลก ส่งผลให้ความต้องการสินค้าเทคโนโลยีและการส่งออกของไทยเพิ่มขึ้น โดยการส่งออกสินค้าเทคโนโลยีขยายตัว 34.2% ในปี 2568 และคาดว่าจะเติบโต 43.8% ในปีนี้ และ 17.2% ในปีหน้า
"ธปท. คาดว่าแม้การบริโภคจะได้รับผลกระทบจากเงินเฟ้อแต่แรงหนุนจากการลงทุนและอุตสาหกรรมเอไอ จะช่วยให้เศรษฐกิจไทยเติบโต 2.3% ในปีและ 1.8% ในปีหน้า โดยต้องติดตามการใช้จ่ายของผู้บริโภคและผลของมาตรการภาครัฐอย่างใกล้ชิด" น.ส.ณัฐธิดา กล่าว
น.ส.ณัฐธิดา กล่าวต่อว่า ที่ประชุมกมธ. ได้สอบถามถึงสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างไทย-กัมพูชา ต่อประเด็นกระทบด้านเศรษฐกิจ ซึ่งสภาพัฒน์ฯ ชี้แจงว่า ความขัดแย้งชายแดนมีผลกระทบทางเศรษฐกิจน้อยมาก ปริมาณการค้าชายแดนทางเศรษฐกิจไม่ได้มากพอที่จะกระทบกับเศรษฐกิจภาพใหญ่ของประเทศ


