วันพุธ ที่ 22 กรกฎาคม 2569

Login
Login

'สีหศักดิ์' มั่นใจกลไกประนอมภาคบังคับ ป้องผลประโยชน์ทางทะเลได้

"สีหศักดิ์" ขอสภาฯ อย่าหั่นงบ กต.  แจงต้องใช้ในหลายภารกิจเพื่อพัฒนาประเทศ รวมถึงหยุดขัดแย้งชายแดน มั่นใจการประนอมภาคบังคับ ปกป้องผลประโยชน์ทางทะเลได้

ที่รัฐสภา นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯและรมว.ต่างประเทศ  ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาฯ วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 วาระแรก ตอนหนึ่งว่า งบประมาณที่กระทรวงการต่างประเทศได้รับจัดสรร ขอสภาฯ อย่าได้ปรับลด เพราะก่อนหน้านี้ถูกลดลงแล้ว 10% ซึ่งงบประมาณที่ได้จะทำไปใช้เพื่อประโยชน์ของประเทศ ภายใต้ยุทธศาสตร์การทูต 2.0 ที่ประสานกับกระทรวงต่างๆ เพื่อตอบโจทย์ ขับเคลื่อนประเทศ พัฒนาเศรษฐกิจ หาตลาดใหม่ ส่วนประเด็นเรื่องการทูตกับประเทศกัมพูชา ขณะนี้ได้เข้าสู่การประนอมภาคบังคับภายใต้ อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (อันครอส) ซึ่งตนมั่นและพร้อมเต็มที่ที่จะปกป้องผลประโยชน์ทางทะเลของไทย

นายสีหศักดิ์ ชี้แจงต่องบประมาณส่วนของยุทธศาสตร์แก้ปัญหาพื้นที่ชายแดนภาคใต้ วงเงิน  8,400 ล้านบาท โดยยอมรับว่าตนได้รับหน้าที่ประธานคณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาลเพื่อแก้สถานการณ์ชายแดนใต้ ตนต้องศึกษาให้ถ่องแท้ ลงพื้นที่เพราะปัญหายืดเยื้อกว่า 20 ปี ถูกทุ่มงบประมาณจำนวนมาก แต่ประเด็นไม่ใช่งบประมาณเท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับว่าใช้งบที่ได้รับจัดสรรอย่างไร

“ปีนี้ไม่มีงบบูรณาการ แต่การจัดสรรงบทุกหน่วยงานทำแบบบูรณาการ ไปยังหน่วยงานต่างๆเพื่อให้เกิดผลงานให้มากที่สุด ว่าใครรับผิดชอบ โดยงบประมาณจัดทำภายใต้ยุทธศาสตร์ที่มีเอกภาพ ครอบคลุมทุกมิติปัญหาภาคใต้ กระบวนการพูดคุย และประชาชน รวมถึงการศึกษา สิ่งที่ท้าทายมากที่สุดทำให้การจัดสรรงบประมาณที่มีประชาชนศูนย์กลาง ประชาชนปลอดภัย กินดีอยู่ดี มีสิทธิเสียงกำหนดอนาคตของตนเอง” นายสีหศักดิ์ ชี้แจง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากนั้น นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี ซักถามถึงการเข้าร่วมประนอมภาคบังคับที่อาจทำให้เกิดประเด็นเสียผลประโยชน์ โดยนายสีหศักดิ์ ชี้แจงว่า การเจรจาภายใต้เอ็มโอยูที่ยกเลิก ทั้งไทย-กัมพูชาร่วมเป็นภาคีอันครอส โดยกัมพูชา เข้าร่วมเมื่อเดือนมี.ค.68 ดังนั้นจึงอยู่ภายใต้กติกาเดียวกัน

"โดยการยินยอมเข้าร่วมการประนอมภาคบังคับภายใต้อันครอส  เป็นเจตนารมณ์ที่ตกลงร่วมกันของผู้นำของประเทศไทย คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯไทย และ นายฮุน มาเนต นายกฯกัมพูชา ที่ตกลงกันที่เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ ช่วงประชุมสุดยอดอาเซียน ทั้งนี้ไม่ใช่กระบวนการทางศาล แต่คือการประนอมของทั้งสองฝ่าย

“หากไม่เข้ากระบวนการ การเจรจาต่างๆ เช่น เอฟทีเอ จะไม่มีความเช่ือมั่นในข้อตกลงที่มีพันธกรณี ที่สำคัญกระบวนการไม่ใช่ศาล แต่คือการประนอม ที่ผ่านผู้เชี่ยวชาญไม่ได้เน้นต่อสู้ทางคดี แต่เป็นการหาทางออกของกติการะหว่างประเทศและความเที่ยงธรรมทุกฝ่าย ส่วนข้อเสนอนั้นไม่ใช่สุดท้าย เพราะต้องคุยกันสองฝ่ายระหว่างไทยกับกัมพูชา ว่ามีอะไรที่รับกันได้หรือไม่” นายสีหศักดิ์ ชี้แจง