ฝ่ายค้านประสานเสียงโหวตคว่ำงบปี 70 'ศิริกัญญา' ปูดมีตัดสวัสดิการ-งบวิจัย โกยเงินโปะ 'บิ๊กโปรเจกต์ AI' รัฐบาลมึน ตอบคำถามไม่ได้
เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2569 เวลา 13.00น. ที่รัฐสภา พรรคประชาชน (ปชน.) นำโดยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) พร้อมด้วย น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค และ น.ส.ภคมน หนุนอันต์ โฆษกพรรค แถลงว่า วิปฝ่ายค้านมีมติเป็นเอกภาพ ไม่เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ในวาระแรก ด้านพรรคประชาชนประกาศจุดยืนชัดเจน ลงมติ "ไม่เห็นชอบ" พร้อมเดินหน้าตรวจสอบชั้นกรรมาธิการ ชี้งบประมาณปีนี้มีแผลเรื้อรังทางการคลัง แต่รัฐบาลกลับแก้ปัญหาด้วยการหั่นงบประมาณแบบปูพรมทุกกระทรวง กระทบสวัสดิการประชาชนและงบพัฒนาประเทศอย่างรุนแรง
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวภายหลังการอภิปรายงบประมาณปี 2570 ตลอด 3 วันที่ผ่านมาว่า แม้รัฐบาลจะยอมรับว่าปัญหาวิกฤติคลังเป็นเรื่องจริง แต่ดุลยพินิจในการจัดสรรงบประมาณกลับมีปัญหาอย่างมาก พบว่างบสวัสดิการที่จำเป็นต่อประชาชนหลายตัวถูกตัดลด รวมถึงงบด้านวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ซึ่งเป็นกองทุน (ววน.) ที่ถูกหั่นลงถึงร้อยละ 30 ขณะที่งบจัดซื้อครุภัณฑ์ คอมพิวเตอร์ และโครงการด้าน AI กลับเพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าสังเกต
"งบต่างๆเพิ่มขึ้นแต่ไม่เพียงพอต่อการจ่ายงบสวัสดีการแห่งรัฐ แม่ว่างบจังหวัดและกลุ่มจังหวัดถูกปรับลดลงถึง 22,000 ล้านบาท โดยอ้างเรื่องการกระจายอำนาจ แต่งบที่ส่งตรงถึงท้องถิ่นจริง ๆ กลับเพิ่มขึ้นเพียง 7,000 ล้านบาท นอกจากนี้งบสวัสดิการเด็กแรกเกิดยังถูกตัดลดลง 500 ล้านบาท ซึ่งทั้ง 3 วันนี้เรายังไม่ได้รับคำตอบ ทั้งหมดนี้ทำไมรัฐบาลถึงจัดแบบนี้ จึงเป็นข้อกังขาเป็นอย่างยิ่งว่า สุดท้ายแล้วงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัด แต่สุดท้ายรัฐบาลไม่ได้ถูกจัดลำดับความสำคัญเรื่องใดก่อนเรื่องใดหลัง เรื่องสำคัญๆ กลับไม่ได้งบประมาณเพิ่มขึ้น กลับถูกปรับลดลง ถือว่าเป็นข้อผิดพลาดอย่างรุนแรง จึงไม่เป็นชอบต่อร่างประมาณ งบปี 70 ได้ นี่คือมิติของพรรคประชาชน " น.ส.ศิริกัญญา กล่าว
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวอีกว่า หลังจากนี้ต้องเป็นหน้าที่ของกรรมาธิการฯที่จะต้องไปตรวจสอบ สอบถามยังการทำหน้าที่ของรัฐมนตรีหลายกระทรวงทำไมถึงปรับลด หรือเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่งบประมาณเพิ่มขึ้นกว่า 3,000 ล้านบาท และมีโครงการระบบคลาวด์สูงถึง 5,000 ล้านบาท แต่รัฐมนตรีกลับไม่ลุกขึ้นชี้แจงความคุ้มค่าต่อสภาอย่างตรงไปตรงมา จนทำให้เกิดข้อกังขาว่ารัฐมนตรีเจ้ากระทรวงอาจไม่ได้เป็นคนจัดทำงบประมาณเอง ซึ่งหลังจากนี้ในชั้นกรรมาธิการ ฝ่ายค้านจะเดินหน้า "รีดไขมัน" เพื่อดึงงบประมาณกลับมาจัดสรรให้กับโครงการสวัสดิการที่จำเป็นต่อประชาชน
ส่วน น.ส.ภคมน กล่าวถึงภาพรวมการประชุมที่มีการประท้วงจากฝั่งรัฐบาลอย่างดุเดือดว่า การพิจารณางบประมาณครั้งนี้ถือเป็นการประชุมที่มีการประท้วงมากที่สุดครั้งหนึ่ง แต่ประชาชนทางบ้านดูออกว่าเป็นการประท้วงเพื่อเบี่ยงเบนประเด็นสำคัญ ไม่ใช่เพราะผู้อภิปรายนอกเรื่อง พฤติกรรมดังกล่าวทำให้ผู้ประท้วงกลายเป็นตัวตลกในสายตาประชาชน เพียงเพื่อต้องการเช็คชื่อและทำหน้าที่ขัดขวางการตรวจสอบเท่านั้น


