นับตั้งแต่มีการยืนยันจากปาก นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ว่าจะมีการประเมินผลงานรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมาธิการต่างๆ ภายใน 1 ปี ทำให้มีความเคลื่อนไหวภายใน “พรรคภูมิใจไทย” คึกคัก โดยเฉพาะบรรดารัฐมนตรีที่ถูกมองว่า “ไม่ผ่าน”
หลายคนขยับตัว ให้มีข่าวออกหน้าสื่อมากขึ้น โดยเฉพาะ “ก๊วนลูกเทพ” ภายใต้การนำของ “ไชยชนก ชิดชอบ” รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย เมื่อมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า ทำงานไม่โดดเด่นเหมือนตอนอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร
หากลองไล่สแกนบรรดารัฐมนตรีใน “ครม.อนุทิน 2” ก่อนที่นายกฯ อนุทิน จะให้ข่าวว่า จะประเมินผลงานรัฐมนตรีในช่วงครบ 1 ปี
จำแนกเป็นกลุ่ม เป็นโควตา และบุคคลที่เพิ่งย้ายพรรคเข้ามาร่วมกับภูมิใจไทย พอจะเห็นภาพคร่าวๆ ว่าใครเป็นอย่างไรในช่วงออกสตาร์ต
เริ่มจาก “ก๊วนลูกเทพ” ไม่นับ “ไชยชนก” ที่ถูกขยี้จากแผลโครงการ TH-AI Passport ซึ่ง “ไม่ผ่าน” ทั้งฝีมือการทำงาน และ “การรับมือ” ทางการเมือง แน่นอนว่าเก้าอี้แห่งอภิสิทธิ์ของ “ทายาทครูใหญ่” คงไม่สั่นคลอน แม้รัฐมนตรีในก๊วนสุ่มเสี่ยงจะสอบตกยกแผง
กระทรวงมหาดไทย พลพีร์ สุวรรณฉวี เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ และ “โกแพ” วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ 3 รัฐมนตรีช่วย ที่นายกฯหนู เปิดทางให้มาทำงานที่คลองหลอด แต่ไม่สามารถแสดงฝีมือได้เด่นชัด ทั้งที่ได้รับโอกาสอย่างเต็มที่จาก “มท.1”
โดยเฉพาะการทำงานเชิงรุกไม่เคยปรากฎ นอกจากการลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต เพื่อปราบปรามมาเฟีย เพราะได้รับมอบหมายจาก มท.หนู หลังจากการแก้ไขปัญหาไม่คืบหน้า
ต่อมากระทรวงคมนาคม “ภัทรพงษ์ ภัทรประสิทธิ์” รมช.คมนาคม ถูกจัดอยู่ในประเภท “รัฐมนตรีโลกลืม” ไม่มีบทบาทในกระทรวง แม้แต่การให้สัมภาษณ์ใดๆ
ขณะที่ “แนน บุณย์ธิดา สมชัย” รมช.ดีอี ถูกส่งมาช่วย “ไชยชนก” แต่ตอนเกิดเรื่อง TH-AI Passport ถูกตั้งข้อสังเกตว่า “ลอยตัว-ปลีกตัว” เหมือนกลัวถูกลูกหลง ทั้งที่มีสกิลการชี้แจง ตอบโต้ ในฐานะโฆษกพรรค
ขยับมาที่ระดับ “รองนายกฯ” ในส่วนของ “โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม กลายเป็น “สายล่อฟ้า” ประจำ “ครม.อนุทิน 2” ถูกจับจ้องทุกโครงการว่า มีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่
ตั้งแต่วิกฤติราคาน้ำมัน มาถึงแลนด์บริดจ์ ซ้ำร้ายยังถูกลดบทบาท โดนริบงานเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก “อีอีซี” ขณะที่บิ๊กข้าราชการในมหาดไทยหลายราย ที่เป็นสายแม่ทัพภาคใต้ของพรรค โดนเด้ง โดนโยกจากตำแหน่งอย่างต่อเนื่อง
ส่วนรัฐมนตรีคนนอก “ทีมสามแม่ครัว” 2 ใน 3 ถือว่า ทำได้ตามมาตรฐานที่ตั้งไว้ “สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” รองนายกฯ และรมว.การต่างประเทศ ถูกดึงเข้ามาเพื่อทำการทูตเชิงรุก สู้ศึกกัมพูชาในเวทีโลก เดินสายหาแนวร่วมต่างประเทศต่อเนื่อง ตอบโต้ได้ทันควัน มีแผนรอบรับรวดเร็ว โดยเฉพาะเรื่อง UNCLOS
“เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกฯ และรมว.คลัง ทำหน้าที่ขุนขลังได้ตามมาตรฐาน ดึงความเชื่อมั่นจากองค์การระหว่างประเทศให้ไทยดูดีขึ้นในสายตาโลก ทั้ง “มูดี้ส์-ฟิทซ์-เอสแอนด์พี” รวมถึงได้แต้มจากโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ในฐานะผู้รับผิดชอบโดยตรง
ขณะที่ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ที่ถูกคาดหวังมากที่สุดในบรรดา 3 คน ว่าจะเชิดหน้าชูตารัฐบาลในงานเศรษฐกิจ แต่มาถึงตรงนี้ ยังไม่มีโปรเจกต์อะไรออกมา หนำซ้ำยังถูกมองว่า ส่วนใหญ่ทำแต่งานรูทีน ทั้งที่กระทรวงพาณิชย์เกี่ยวข้องกับชีวิตประชาชนในช่วงค่าครองชีพสูงและราคาน้ำมันแพง
ฟาก “เด็กใหม่” ที่เพิ่งย้ายมาอยู่กับพรรคภูมิใจไทย “เสี่ยเฮ้ง” สุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทำตัวโลว์โปรไฟล์ เพราะรู้ตัวว่า ตกเป็นเป้าฝ่ายค้าน ล่าสุดมีเรื่องต้องเดิมพันคือ กรณี “ทับลาน” ที่มีทั้งเสียงคัดค้านและเสียงสนับสนุน
ในราย “เอกนัฏ พร้อมพันธุ์” รมว.พลังงาน รับศึกหนักจากวิกฤติราคาน้ำมันแพง แต่สไตล์ทำงานถึงลูกถึงคน ชนกับรัฐวิสากิจ-เอกชน ใช้กลไกควบคุมราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่น เพื่อนำกำไรส่วนเกินจากโรงกลั่น มาช่วยลดภาระค่าครองชีพประชาชน รวมไปถึงการออกมาเปิดเผยเรื่องค่าไฟทางสาธารณะ ที่ถูกนำมาคิดกับไฟฟ้าบ้านประชาชน ซึ่งมีการสั่งรื้อเกณฑ์ใหม่แล้ว สามารถกระตุ้นความนิยมให้ “ค่ายน้ำเงิน” ได้บ้าง
รายที่อาการน่าเป็นห่วง คือ “ลูกท็อป” วราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม ที่กำลังเผชิญมรสุมเรื่อง “ซินเคอหยวน” ซึ่งถูกประชาชนตำหนิรุนแรง และเรื่องดังกล่าวยังนำมาสู่รอยร้าวกับข้าราชการภายในกระทรวง
สำหรับ “สายตรงบุรีรัมย์” พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม แม้จะมีข่าวรายวัน มีงานออกมา แต่ถูกมองว่า ตอบโจทย์ทางการเมืองมากกว่า โดยเฉพาะกรณีคดี Forex ของ “ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน
ขณะที่ “บิ๊กดุลย์” พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ไม่ค่อยได้แสดงศักยภาพ รมว.กลาโหม เท่าใดนัก เรื่องชายแดนไทย- กัมพูชา สปอตไลต์ กลับสาดส่องไปที่ ผบ.เหล่าทัพ มากกว่า
อย่างไรก็ดี น่าจับตาอย่างมากว่า การประเมินผลงาน 1 ปี ที่ทำให้รัฐมนตรีอยู่ไม่เป็นสุข เร่งทำผลงาน เพื่อเปลี่ยนจาก “สอบตก” เป็น “สอบผ่าน”
ขณะที่ความเห็นต่างระหว่าง “2 บิ๊กน้ำเงิน” ที่มีกระแสออกมาเป็นระยะๆ หากถึงเวลาต้องประเมินผลงานเพื่อขยับปรับเปลี่ยน อาจได้เห็นการประลองกำลัง ที่น่าจับตา


