วันจันทร์ ที่ 29 มิถุนายน 2569

Login
Login

กกต.สรุปปิดหีบเลือกตั้ง กทม.-พัทยา เรียบร้อย ยังไม่เจอร้องเรียน

กกต.แถลงสรุปปิดหีบเลือกตั้ง กทม.-เมืองพัทยา ยังไม่เจอร้องเรียน ชี้พายุถล่มไม่กระทบ ลุ้นประกาศผลเร็วขึ้น เตือนคนไม่ได้ไปใช้สิทธิ รีบแจ้งเหตุภายใน 5 ก.ค. นี้

เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. แถลงสรุปภาพรวมการจัดเลือกตั้งท้องถิ่น กทม. และพัทยา โดยได้รับรายงานจากสำนักงานการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร และสำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้งประจำจังหวัดชลบุรี ว่ากปน. 6,628 หน่วยของ กทม. และ 113 ของเมืองพัทยา ปิดหน่วยแล้ว หลังเสร็จสิ้นการลงคะแนน สถานการณ์ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

โดยภาพรวมการเลือกตั้งตั้งแต่ 09:00 น. มีเหตุเกิดเพลิงไหม้ที่ซอยแจ้งวัฒนะ 10 แต่ไม่มีหน่วยเลือกตั้งในบริเวณนั้น จึงไม่กระทบต่อการใช้สิทธิ์เลือกตั้งของประชาชน จากนั้นเวลา 10:55 น. ลมพัดป้ายประชาสัมพันธ์ทับประชาชนทับ เขตบางกะปิ ซึ่งผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งบาดเจ็บเล็กน้อย มีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและส่งโรงพยาบาลอาการปลอดภัย ผอ. โรงเรียนวัดศรีบุญเรือน พร้อม ผอ. เขตบางกะปิ และสารวัตร สน. หัวหมากได้ไปตรวจเยี่ยมผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น

เวลา 15:00 น. ได้ติดตามเรื่องของภัยธรรมชาติเกี่ยวกับพายุฝน จะกระทบการเลือกตั้งในพื้นที่หรือไม่ ซึ่งปรากฏว่าเกิดผลกระทบในพื้นที่หน่วยที่ 28 - 31 เขตและแขวงลาดกระบัง แต่กระบวนการลงคะแนนเป็นไปด้วยความเรียบร้อยเสร็จสิ้นเป็นเวลา 17:00 น. ขณะนี้อยู่ระหว่างการนับคะแนนของทุกหน่วยเลือกตั้งทั้งกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา

รองเลขาธิการ กกต. ชี้แจงกรณี สส. บางคนและประชาชนบางคนอาจไม่เข้าใจคุณสมบัติผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง โดยมาตรา 38 ของ พระราชบัญญัติผู้บริหารท้องถิ่นและสมาชิกสภาท้องถิ่น กำหนดว่าผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้งผู้ว่า กทม. และสมาชิกสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร จะต้องเป็นผู้ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตติดต่อกันไม่น้อยกว่า1 ปีนับจนถึงวันเลือกตั้ง

“เพราะฉะนั้นใครก็ตามที่มีชื่ออยู่ในเขตทะเบียนบ้าน ในกรุงเทพมหานคร ในเขตเลือกตั้งนั้นๆ เป็นเวลาติดต่อกัน เกินกว่าหนึ่งปีหมายความว่าท่านมีสิทธิ์เลือกตั้งรับบัตรทั้ง 2 ประเภท ส่วนท่านใดย้ายทะเบียนบ้านในกรุงเทพมหานคร จากเขตหนึ่งไปอีกเขตหนึ่ง ไปอยู่เขตปัจจุบันไม่ถึง 1 ปี นั่นหมายความว่าท่านไม่สามารถใช้สิทธิ์เลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครของเขตนั้นได้ มีสิทธิ์เลือกเฉพาะผู้ว่า กทม. เท่านั้น แต่กรณีเช่นนี้กฎหมายกำหนดหากประสงค์ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ส.ก. สามารถขอเพิ่มชื่อ ณ.ที่สุดท้ายที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านติดต่อกันเกินกว่าหนึ่งปี แต่การขอเพิ่มชื่อต้องไปขอเพิ่มตอนนายทะเบียนท้องถิ่นนายทะเบียนอำเภอก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 10 วัน“ ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าว

ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวเชิญชวนประชาชนร่วมสังเกตการณ์นับคะแนนที่หน่วยหน่วยเลือกตั้งทุกแห่งทั้งกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา หากมีกระบวนการไหนที่คิดว่าคลาดเคลื่อนไม่เป็นไปตามระเบียบ กฎหมายสามารถทักท้วงคัดค้านต่อ กปน. เพื่อเป็นข้อมูลในการตรวจสอบของ กกต. ขณะเดียวกันก็สามารถติดตามผลการนับคะแนนได้ทางเว็บไซต์ของกทม. และของเมืองพัทยา

ส่วนประชาชนที่ไม่ได้ใช้สิทธิเลือกตั้งในวันนี้ เพื่อไม่ให้ถูกจำกัดสิทธิ์ต้องไปแจ้งเหตุจำเป็นอันไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ ตั้งแต่วันนี้ 28 มิ.ย.- 5 ก.ค.นี้ โดยแจ้งในแอปพลิเคชั่น Smart Vote เว็บไซต์ สำนักบริหารการทะเบียนกรมการปกครอง แจ้งด้วยตนเองหรือมอบหมายผู้อื่นไปยื่นต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น สามารถแจ้งทางไปรษณีย์ถึงนายทะเบียนท้องถิ่นได้ หากไม่แจ้งเหตุอันไม่อาจไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งได้จะถูกจำกัดสิทธิ์ทางการเมือง 2 ปี

ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวอีกว่า ส่วนการประกาศผลเลือกตั้ง กทม. และ เมืองพัทยา กฎหมายกำหนดว่ากรณีเขต ไม่มีเรื่องร้องเรียน หรือการร้องคัดค้านการเลือกตั้งหรือคัดค้านการนับคะแนน กกต. จะพิจารณาประกาศผลภายใน 30 วัน นับแต่วันเลือกตั้ง หากมีเรื่องร้องเรียนร้องคัดค้าน อาจจะมีการสั่งให้มีการเลือกตั้ง หรือใหม่หรือกระบวนการใด อย่างช้าที่สุดจะต้องประกาศผลภายใน 60 วัน ก่อนจะทิ้งท้ายกล่าวขอบคุณผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งและ กปน. ปฏิบัติหน้าที่ ภายใต้สถานการณ์ภัยธรรมชาติที่อาจเกิดเกิดขึ้น

เมื่อถามว่ากรณีผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ใช้สิทธิแค่ผู้ว่ากทม. แต่ไม่ได้ใช้สิทธิเลือกสก. จะเกิดปัญหาบัตรเขย่งหรือไม่ ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า กกต.ได้มีการเน้นย้ำว่าบุคคลพิเศษที่มีสิทธิเลือกตั้งประเภทเดียว กรรมการก็จะมีกระบวนการควบคุม ดังนั้น จึงมีการแจกบัตรเพียงแค่ใบเดียว โอกาสที่จะเกิดบัตรเขย่งนั้นน้อยมาก หรือแทบไม่เกิดขึ้นเลย แต่ถ้าเกิดขึ้น กกต.จะต้องนำเรื่องนี้มาพิจารณาว่าจะให้มีการสั่งเลือกตั้งใหม่หรือไม่ เมื่อผลการนับคะแนนออกมาแล้วว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีจำนวนไม่ตรงกัน กรณีนี้จะนำไปสู่การสั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่หรือนับคะแนนใหม่ หรือกรณีการนับคะแนนอาจเป็นไปด้วยความไม่ถูกต้อง ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง

เมื่อถามว่า หลังการนับคะแนนจะต้องมีการจับตาผลการนับคะแนนของกรรมการประจำหน่วยหรือไม่ ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า อยากเชิญชวนประชาชนให้ช่วยกันตรวจสอบว่ากระบวนการนับคะแนนว่าเป็นไปด้วยความถูกต้องหรือไม่ เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย เมื่อสังเกตการณ์และพบว่าการคะแนนกับขีดคะแนนไม่ตรงกัน หรือการวินิจฉัยของกรรมการอาจจะไม่เป็นที่ถูกใจ ก็สามารถทักท้วงหรือคัดค้านต่อกรรมการได้เลย และกรรมการจะวินิจฉัย และแจกเอกสารทักท้วงโดยสามารถนำเอกสารดังกล่าวนำมาร้องให้กับกกต.ได้หากไม่สบายใจหรือคิดว่ากระบวนการไม่ถูกต้อง ซึ่งจะเป็นข้อมูลในการประกอบการพิจารณาของกกต. ด้วยความรวดเร็ว

ส่วนเหตุพายุฝนกระหน่ำจะส่งผลกระทบให้บัตรเลือกตั้งเกิดความเสียหายหรือไม่นั้น ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นทุกหน่วยพบว่าบัตรเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย หากไม่สามารถนับคะแนนได้ หรือนับคะแนนไปแล้วบางส่วนหรือยังไม่เริ่มกระบวนการนับคะแนน กฎหมายให้กรรมการประจำหน่วยประกาศงดการนับคะแนน และผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดก็จะประกาศให้มีการนับคะแนนใหม่ภายใน 3 วัน หากกระบวนการลงคะแนนไม่เรียบร้อย ก็จะเข้าสู่กระบวนการนับคะแนนใหม่ แสดงว่ากระบวนการทุกอย่างยังเหมือนเดิมแต่จะต้องนับคะแนนให้ถูกต้อง อยากให้เกิดความสบายใจว่ากระบวนการควบคุมหรือกระบวนการเก็บรักษาเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย

เมื่อถามว่ากรณีบิดาของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ไม่มีชื่อในหน่วยเลือกตั้งนั้น ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าว กล่าวว่า อยากขอชี้แจงเพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน โดยในการตรวจสอบการเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

1.) ต้องตรวจสอบบัญชีรายชื่อ

2.) ตรวจสอบจากหนังสือแจ้งเจ้าบ้าน ซึ่งจะระบุว่าท่านมีสิทธิเลือกตั้งที่ไหน

3.) ตรวจสอบได้จากแอพลิเคชั่น Smart vote หรือเว็บไซต์ของกรมการปกครอง

โดยในกรณีนี้หากมีการเปลี่ยนเลขที่บ้าน มีการย้ายทะเบียนบ้าน แสดงว่าหน่วยเลือกตั้งอาจไม่ใช่หน่วยปัจจุบัน อาจจะต้องขยับไปอีกหน่วยหนึ่งตามทะเบียนบ้าน ที่สำนักทะเบียนได้มีการประกาศไว้ ซึ่งตรงนี้อาจจะเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนบ้าง แต่ขบวนการทุกอย่างถูกต้อง เพียงแต่มีการย้ายและเปลี่ยนแปลงบ้านเลขที่เท่านั้น

เมื่อถามว่าหากประเมินผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งน้อยกว่าครั้งที่ผ่านมา กกต.จะมีการทบทวนการประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนเกิดความตื่นตัวอย่างไรบ้าง รองเลขาธิการ กกต. กล่าวว่า เรื่องนี้ กกต.ค่อนข้างกังวล กกต.อยากให้มีการรณรงค์ โดยก็ได้ให้กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยาได้ช่วยประชาสัมพันธ์ แต่สิ่งสำคัญคือความสนใจจากประชาชน การตระหนักความสำคัญของการเลือกผู้แทนมาบริหาร เป็นโจทย์ที่จะต้องกลับมาคิดทบทวนพอสมควร ในอนาคตจะทำอย่างไรให้ประชาชนเกิดความตระหนักและให้ความสำคัญอย่างไร เนื่องจากจะต้องเข้ามาบริหารงบประมาณมหาศาล จึงต้องให้ทุกฝ่ายตระหนักในเรื่องนี้

กกต.อาจจะรณรงค์เชิญชวนอย่างเดียว แต่เรื่องของความตระหนักต้องฝากไว้ที่ประชาชน ส่วนเรื่องร้องเรียนการเลือกตั้ง ทั้งกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการรายงานเข้ามา แต่ กกต.ก็ได้เน้นย้ำให้การเลือกตั้งเป็นบันทึกความโปร่งใส และเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายได้