วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน 2569

Login
Login

ล่า‘แรร์เอิร์ธ’ข้ามประเทศ ‘กองทัพ’ผวา ชง‘สมช.’คุมเกม

ทรัพยากรยุทธศาสตร์ แร่หายาก ที่หลายประเทศกำลังให้ความสำคัญ ในยุคเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน กลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง  หลังห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ปรากฎข่าวบริษัทยักษ์ใหญ่ 2 ชาติ คือ ออสเตรเลีย และจีน ส่งตัวแทนลงพื้นที่ใน จ.กาญจนบุรี สำรวจแหล่งแร่ ประเภท“แรร์เอิร์ธ” (Rare Earth Elements) 

ท่ามกลางการจับตา ของกองกำลังสุรสีห์ กองพลทหารราบที่ 9 (พล.ร.9) เนื่องจากเป็นพื้นที่อยู่ในความรับผิดชอบ และเป็นทางผ่านข้ามไปยังประเทศเมียนมา อีกทั้งคนท้องถิ่นมีข้อกังวลว่า ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ รวมถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่จะตามมา

เช่นเดียวกับกรณีที่เกิดในภาคเหนือของไทย หลังพบสารปนเปื้อนโลหะหนักหลายชนิดเจือปน โดยเฉพาะตะกั่ว และสารหนู ซึ่งล้วนแต่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และระบบนิเวศโดยรอบ ในแม่น้ำกก แม่น้ำสาย และแม่น้ำรวก

โดยต้นเหตุของสารพิษในแม่น้ำเหล่านี้ ไม่ได้เกิดในประเทศไทย หากแต่ไหลข้ามพรมแดนมาจากต้นน้ำที่อยู่ในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา จากกิจการเหมืองแร่ใกล้แหล่งน้ำที่ขยายตัวอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาคือ “แรร์เอิร์ธ” 

เป็นที่ทราบกันดีว่า แรร์เอิร์ธ เป็นที่ต้องการของตลาดโลก ที่กำลังแข่งขันกันแสวงหาแหล่งวัตถุดิบ เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แรร์เอิร์ธ เป็นแร่ที่มีธาตุโลหะพิเศษอยู่ 17 ชนิด ติดอยู่ในหินแกรนิต มีคุณสมบัติคือ ทนความร้อนสูง นำไฟฟ้าได้ดี จึงมีการสกัดแร่เพื่อนำไปทำอุปกรณ์ไอที อุปกรณ์ดิจิทัลเทคโนโลยีสมัยใหม่ โทรศัพท์มือถือ จอแสดงผลเลเซอร์ แบตเตอรี่รถไฟฟ้า หัวจรวด ขีปนาวุธ อาวุธต่างๆ ยานอวกาศ เป็นต้น

สำหรับบริษัทจากออสเตรเลีย และจีน ดำเนินการผ่านตัวแทน ซึ่งเป็นบริษัทชิปปิ้งในประเทศไทย ทำหน้าที่จัดการ และดำเนินพิธีการต่างๆ เกี่ยวกับการขอใบอนุญาตหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น จังหวัด ฝ่ายปกครอง ด่านศุลกากร

ที่ผ่านมาแม้ประเทศไทยไม่เคยขุดแรร์เอิร์ธ แต่ทำหน้าที่รับจ้าง นำของที่ส่งมาแล้ว นำไปแปรรูปในเชิงพาณิชย์ โดยโรงงานมีที่ตั้งอยู่ ใน จ.นครราชสีมา เป็นลักษณะบริษัทรับจ้างผลิต และนำเข้า

ขณะที่ข้อมูลจากกรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เคยสำรวจพบแร่หายากในหลายจังหวัด ประกอบด้วยเชียงราย แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ อุทัยธานี กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง ชุมพร พังงา สุราษฎร์ธานี

ส่วนใหญ่กระจายตัวอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำ ซึ่งเป็นต้นน้ำลำธารที่ยังคงมีสภาพป่าสมบูรณ์ และพื้นที่ป่าสงวนฯ ที่ไม่มีคนอาศัยอยู่ เพราะหินแกรนิตมักเกิดในป่าเป็นภูเขา

โฟกัสที่ จ.กาญจนบุรี กรมทรัพยากรธรณี คาดว่ามีปริมาณสำรองเบื้องต้นประมาณ 50,000 ตัน วางเป้าหมายเริ่มการผลิตเชิงพาณิชย์ได้ภายในปี 2028

สำหรับแหล่งแร่ ที่มีการค้นพบ เช่น โมนาไซต์ (Monazite) ซึ่งมีธาตุหายากกลุ่ม LREE (Light Rare Earth Elements) ที่มีค่าสูง เช่น แลนทานัม (Lanthanum) เซอเรียม (Cerium) และนีโอดิเมียม (Neodymium) เป็นที่ต้องการในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง

นอกจากนี้ บริษัทต่างชาติยังศึกษาความเป็นไปได้ ในการจัดตั้งโรงงานที่ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ทำหน้าที่รับจ้างผลิต และนำเข้า

เช่นเดียวกับ จ.นครราชสีมา หากได้รับการสัมปทาน โดยเล็งใช้ช่องทางตามแนวชายแดน ทั้งทางบก และทางน้ำ ในการลำเลียงขนส่ง เพื่อนำมาแปรรูปในเชิงพาณิชย์

ล่าสุด พล.ร.9 ได้รายงานสถานการณ์ให้ “กองทัพบก” รับทราบ พร้อมเสนอให้นำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ที่มี “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกฯ และรมว.มหาดไทย เป็นประธาน เพื่อกำหนดกรอบแนวทางการปฏิบัติ เพราะมีผลต่อความมั่นคงและสิ่งแวดล้อม

เนื่องจากทีมสำรวจบริษัทต่างชาติ ต้องการใช้พื้นที่ชายแดนที่อยู่ในความรับผิดชอบ พล.ร.9 เป็นทางผ่าน และขอความร่วมมือให้ใช้กลไกทหาร อำนวยความสะดวก ประสานงานชนกลุ่มน้อย ในการเข้าพื้นที่สำรวจ ในขณะที่ทหารไม่มีอำนาจตรวจสอบเอกสารที่ตัวแทนบริษัทนำมาแสดง ว่าออกโดยหน่วยงานราชการหรือไม่

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องผลกระทบความต่อสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าว อยู่ในการควบคุมชนกลุ่มน้อยหลายกลุ่ม รายได้ที่ได้รับอาจทำให้ถูกมองว่า เป็นทุนจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ใช้ต่อสู้กับรัฐบาลเมียนมา

รวมถึงปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และการลับลอบขนส่งสินค้าต้องห้าม ที่กำลังสุรสีห์ยังคงมาตรการเข้มข้น สกัด ตรวจสอบการเข้า-ออก ผ่านชายแดนทางบก และทางน้ำ รวมถึงช่องทางธรรมชาติ

แหล่งข่าว สมช.ระบุว่า เบื้องต้น กองทัพบก ยังไม่ได้เสนอเรื่องดังกล่าวเข้ามา แต่พอรับทราบข้อมูลบ้างแล้ว และหากเรื่องเข้าที่ประชุม สมช. ต้องมาพิจารณาถึงความเหมาะสมว่า การเดินทางผ่านเข้า-ออกชายแดนไทย-เมียนมา จ.กาญจนบุรี จะกระทบชนกลุ่มน้อย หรือรัฐบาลเมียนมาหรือไม่ 

อีกทั้งการเข้า-ออกของบุคคลเหล่านี้ ฝ่ายความมั่นคงต้องควบคุมใกล้ชิด ใครจะไปจะมา และมีหน้าที่ระงับยับยั้ง หากไม่ชอบมาพากล

การสำรวจ แร่แรร์เอิร์ธ ของบริษัทต่างชาติ ต้องการใช้ชายแดนไทย-เมียนมา จ.กาญจนบุรี เป็นทางผ่านเชื่อมไปยังพื้นที่ชนกลุ่มน้อย ประเทศเมียนมา และใช้เป็นช่องทางขนส่งระยะยาว อาจกลายประเด็นร้อน หาก“นายกฯอนุทิน” ตั้งรับไม่ดี