วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน 2569

Login
Login

'ชัชชาติ' ตะลุยหาเสียงโค้งสุดท้าย ชูแคมเปญเป็นผู้ว่าฯ กทม. 24 ชม.

'ชัชชาติ' ลุยหาเสียงโค้งสุดท้าย ไลฟ์สดสำรวจ กทม. 24 ชั่วโมง ชูนโยบายดูแลเมืองทุกด้าน ย้ำผู้ว่าฯไม่ใช่แค่เวลาราชการ แต่ต้องเป็น 24 ชั่วโมง

เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) เบอร์ 9 จัดกิจกรรมหาเสียง 24 ชั่วโมง โดยเริ่มกิจกรรมเช้าด้วยการวิ่งออกกำลังกาย ณ สวนลุมพินี ในช่วงเวลา 05.00 น. เพื่อเตรียมพร้อมลุยกิจกรรมหาเสียงต่อช่วงกลางวัน ในแคมเปญ "ทริปทั่ว กทม. โค้งสุดท้ายหาเสียงทั่วเมือง“ 24 ชั่วโมง" บรรยากาศการลงพื้นที่ตลอดคืนที่ผ่านมา นายชัชชาติ พร้อมทีม “กรุงเทพฯ ทำงาน” ลุยหาเสียงสำรวจชีวิตคนเมืองและคนทำงานกะดึก ที่ขับเคลื่อนและดูแลกรุงเทพฯ ในช่วงกลางคืน  พร้อมสะท้อนแนวคิด “ผู้ว่าฯ 24 ชั่วโมง” 

ภารกิจสุดท้ายนี้ มีทั้งเดินเท้าจากสกายวอล์กช่องนนทรี ไปสวนลุมพินี ขึ้นรถไฟฟ้า MRT จากสถานีสีลมไปยังสถานีสนามไชย ปั่นจักรยานสาธารณะ  Bike Sharing  สำรวจย่านเมืองเก่า อาทิ ปากคลองตลาด ย่านสามแพร่ง เสาชิงช้า ประตูผี สำราญราษฎร์ สิ้นสุดที่วังเดิม 13 ห้าง ดูบรรยากาศกรุงเทพฯ และชีวิตคนยามค่ำคืน จากนั้นขึ้นรถแห่ติดไฟนีออนสีเขียว สำรวจชีวิตคนเมืองยามดึกไปตามเส้นทาง

กิจกรรมนี้ไม่ได้เป็นเพียงการหาเสียงให้ครบเส้นทาง แต่เป็นการออกไปดูว่า กรุงเทพฯ หลังเลิกงานยังมีใครอีกบ้าง ที่กำลังขับเคลื่อนเมือง โดยมุ่งสำรวจระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ทั้งแสงสว่างบนท้องถนน ความปลอดภัยตามทางเดิน และรับฟังปัญหาจากกลุ่มคนที่ช่วยขับเคลื่อนเมืองในยามค่ำคืน ไม่ว่าจะเป็นพ่อค้าแม่ค้า พนักงานกะดึก เจ้าหน้าที่บุคคลากรทางการแพทย์ และพนักงานเก็บขยะ เพื่อย้ำว่าเมืองไม่ได้มีชีวิตเฉพาะช่วงกลางวัน และปัญหาของประชาชนก็ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะเวลาราชการ

นายชัชชาติ กล่าวว่า การลงพื้นที่กลางคืนเป็นโอกาสสำคัญในการมองเห็นกรุงเทพฯ อีกด้านหนึ่ง เพราะยังมีคนจำนวนมากที่ใช้ชีวิตคนละช่วงเวลากับคนทั่วไป ทั้งคนทำงานกลางคืน คนเดินทางกลับบ้านช่วงดึก และเจ้าหน้าที่ที่ต้องดูแลความปลอดภัยของเมืองตลอดเวลา พร้อมย้ำว่า “ผู้ว่าฯ ไม่ใช่ผู้ว่าฯ 12 ชั่วโมง แต่ต้องเป็นผู้ว่าฯ 24 ชั่วโมง”

แนวคิดนี้เชื่อมโยงกับนโยบาย “เมืองปลอดภัย ดูแลคน 24 ชั่วโมง” ที่ความปลอดภัยของเมืองต้องเกิดจากระบบที่ทำงานร่วมกันตลอดเวลา ตั้งแต่ไฟส่องสว่างที่ต้องพร้อมใช้งาน กล้อง CCTV ที่ช่วยเฝ้าระวัง เทศกิจที่ออกตรวจพื้นที่เสี่ยง ศูนย์เอราวัณ 1669 ที่ดูแลเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ สถานีดับเพลิงและกู้ภัยที่ต้องเข้าถึงเหตุให้เร็ว ไปจนถึงเจ้าหน้าที่เก็บขยะที่ทำให้เมืองกลับมาพร้อมใช้ในเช้าวันใหม่

ในเรื่องไฟส่องสว่าง กทม. ได้เปลี่ยนหลอดไฟเป็น LED ไปแล้ว 115,000 ดวง แก้ปัญหาไฟริมถนนผ่าน Traffy Fondue ไปแล้วกว่า 67,000 เคส และมีนโยบายเดินหน้าเปลี่ยน LED เพิ่มอีก 100,000 ดวงในจุดมืด 

ด้านการเฝ้าระวังเมือง กทม. มีกล้อง CCTV ประมาณ 64,500 ตัว และมีแผนขยายกล้องของ กทม. ให้ครบ 100,000 ตัว พร้อมเชื่อมเครือข่ายกล้องเอกชนอีก 300,000 ตัวทั่วกรุงเทพฯ รวมถึงใช้ AI ช่วยวิเคราะห์เหตุการณ์ จุดเสี่ยง ความปลอดภัย และสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อให้เมืองตอบสนองปัญหาได้เร็วขึ้น

ขณะเดียวกัน ยังมีการใช้ BKK Risk Map หรือแผนที่จุดเสี่ยงเมือง เพื่อระบุพื้นที่อันตรายและปรับปรุงสภาพแวดล้อม เช่น เพิ่มไฟ ติดกล้อง ตัดแต่งต้นไม้ลดจุดอับสายตา และจัดเทศกิจตรวจตราตามระดับความเสี่ยง โดยมีการระบุจุดเสี่ยงประมาณ 300 จุด และแก้ไขแล้ว 279 จุด

สำหรับเหตุฉุกเฉิน เมืองต้องมีระบบพร้อมรับมือทั้งกลางวันและกลางคืน ตั้งแต่แผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระดับเขต แผนเผชิญเหตุชุมชน คู่มือประชาชน ไปจนถึงทีมกู้ชีพ กู้ภัย แพทย์ฉุกเฉิน ทีม USAR ทีม Hazmat นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ และสัตวแพทย์ ที่ต้องเข้ามาดูแลผู้ประสบภัยให้ครบทุกมิติเมื่อเกิดเหตุใหญ่

นอกจากนี้ ยังมีระบบบริการสุขภาพสำหรับคนนอกเวลาปกติ ทั้งศูนย์เอราวัณ สายด่วน 1669, Line หมอ กทม., บริการ UMSC, คลินิกนอกเวลา และแผนขยายบริการทางการแพทย์ให้รองรับพนักงานกะกลางคืนมากขึ้น เพื่อให้คนที่ใช้ชีวิตคนละเวลากับคนส่วนใหญ่ยังเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้

อีกภาพหนึ่งที่เห็นชัดในกิจกรรมกลางคืนคือ “คนเก็บขยะ” ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ทำให้เมืองพร้อมใช้งานก่อนเช้า กทม. มีเส้นทางเก็บขยะครอบคลุม 50 เขต โดยหลายพื้นที่เริ่มเก็บตั้งแต่ช่วงเย็นถึงเช้ามืด และในช่วงวิกฤตฝุ่น PM2.5 ยังต้องเร่งเก็บให้เสร็จก่อน 04.00 น. เพื่อลดผลกระทบต่อการจราจรและการใช้ชีวิตของประชาชน

ขณะเดียวกัน ที่ห้องส่งสัญญาณถ่ายทอดสดบริเวณสามย่าน ทีมงาน “กรุงเทพฯ ทำงาน” ได้จัดรายการสดสลับกับภาพการลงพื้นที่ ตั้งแต่เวลา 01.00-04.00 น. นำเสนอนโยบายและรีแคปการทำงานตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา และเปิดพื้นที่ให้ประชาชนร่วมสะท้อนปัญหาเมืองในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ รายการคลับไนท์เดย์ รายการศึกชิงทุนเด็ก ป.9 รายการข่าว 9 มุม รวมถึงรายการ The Ghost Policy “ไม่อยากให้เมืองหลอน ต้องตื่นมาเลือกตั้ง” เป็นการสลับให้ทีมภาคสนามและนายชัชชาติได้พักผ่อนร่างกายระยะสั้นบนรถ  

สำหรับกิจกรรม “ทริปทัวร์ทั่วกรุง” 24 ชั่วโมง จะดำเนินต่อเนื่องไปจนถึงเวลา 17.00 น. ของวันนี้  สามารถติดตามได้ทางเพจเฟซบุ๊ก “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” และยูทูบ “ทีมชัชชาติ” facebook.com/chadchartofficial,  youtube.com/@teamchadchart