กาง 3 ชื่อ นั่งเก้าอี้ ‘อธิบดี’ + 3 ‘รัฐมนตรี’ ไขคำตอบใครคุม ‘กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น’ ในช่วงไทม์ไลน์ ‘จัดซื้อจัดจ้าง-จัดสอบท้องถิ่น’ หลัง ป.ป.ช.-ตร.ลุยทลายทุจริต
กรณี “ทุจริตสอบท้องถิ่น” ฉาว กำลังสะเทือน “รัฐนาวาสีน้ำเงิน” อย่างหนัก เพราะเป็นอีกแผลที่ถูกเปิดโปงขุดคุ้ย ท่ามกลางกระแสการงัดข้อกันระหว่างผู้มากบารมี “หน้าฉาก” vs “หลังม่าน” ของ “ค่ายน้ำเงิน” ภายในกระทรวงคลองหลอด ที่ถูกซุบซิบกันหนาหูมาตั้งแต่การโยกย้ายข้าราชการท้องถิ่น จ.ภูเก็ต
ข้อเท็จจริง ไทม์ไลน์ของเรื่องนี้ มีรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยกรุงเทพธุรกิจว่า การสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ปี 2568 มีดังนี้
ระหว่างวันที่ 7-28 มี.ค. 2568 เปิดรับสมัครบุคคลเพื่อสอบแข่งขัน
เมื่อวันที่ 6 พ.ค. 2568 เปิดประกาศเชิญชวนเอกชนให้มาประกวดราคาจ้างเหมาดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) กำหนดราคากลาง 139,328,258 บาท
เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2568 ประกาศรายชื่อผู้ชนะการประกวดราคา มีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโวฒ (มศว) เป็นผู้ชนะ ด้วยวงเงิน 133,236,208 บาท
เมื่อวันที่ 24 ต.ค. 2568 สถ.ลงนามทำสัญญากับ มศว
เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 2568 เปิดสอบภาค ก และภาค ข วันเดียวกัน โดยภาค ก สอบช่วงเช้า และภาค ข สอบช่วงบ่าย ทั่วประเทศ (ยกเว้น 2 เขตภาคใต้ เนื่องจากเกิดมหาอุทกภัย)
เมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2569 สอบภาค ก และภาค ข ใน 2 เขตพื้นที่ภาคใต้
เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2569 ประกาศผลการสอบแข่งขัน
ข้อเท็จจริงในการประกวดราคา กรุงเทพธุรกิจ ตรวจสอบในฐานข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐของกรมบัญชีกลาง พบว่า ในช่วงเดือนเม.ย.2568 มีการตั้งงบประมาณจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ต่อมาในเดือนพ.ค.2568 ออกประกาศเชิญชวนเอกชนให้มาประกวดราคาจ้างเหมาดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) วงเงินงบประมาณ 140,248,640 บาท กำหนดราคากลาง 139,328,258 บาท
มีเอกชนเข้ามายื่นประกวดราคา 3 ราย ได้แก่ 1.มรภ.สุรินทร์ ยื่น 98,612,325 บาท (เสนอราคาต่ำที่สุด) 2.มศว ยื่น 133,236,208 บาท และ 3.หจก.เอ็น บี เค อินเตอร์ เซอร์วิส ยื่น 129,568,320 บาท
ต่อมาเมื่อ 26 มิ.ย.2568 นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ลงนามประกาศให้ มศว เป็นผู้ชนะการประกวดราคา เนื่องจากเป็นผู้ได้คะแนนรวมสูงสุด เสนอราคาเป็นเงิน 133,236,208 บาท หลังจากนั้นมีการทำสัญญากันเมื่อ 24 ต.ค.2568
ทั้งนี้ข้อมูลจากกรมบัญชีกลาง ระบุว่า เหตุผลการคัดเลือก มศว เป็นผู้ชนะการประกวดราคาครั้งนี้ เพราะเป็นผู้มีคุณสมบัติ และข้อเสนอทางเทคนิค ถูกต้องครบถ้วน และเป็นผู้ได้คะแนนรวม สูงสุด
ข้อเท็จจริง ในปฏิบัติการของสำนักงาน ป.ป.ช. ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ได้รับการร้องเรียนตั้งแต่ต้นปี 2569 ภายหลังการสอบแข่งขัน มีการร้องเรียนพร้อมหลักฐาน และคลิปเสียงระบุว่า มีกลุ่มบุคคล และติวเตอร์บางกลุ่ม แอบอ้างว่ามี “เส้นสายภายใน” สามารถช่วยเหลือผู้สมัครสอบให้ผ่านการคัดเลือก และเข้ารับราชการท้องถิ่นได้ โดยขบวนการนี้จะเรียกรับเงินตั้งแต่ 350,000 บาท สำหรับตำแหน่งทั่วไป และพุ่งสูงถึง 700,000 - 800,000 บาท ในพื้นที่ ที่มีการแข่งขันสูง
ต่อมา สำนักงาน ป.ป.ช. จึงดำเนินการผนึกกำลังกับฝ่ายตำรวจ กระทั่ง 22 มิ.ย.2569 ได้นำหมายค้นเข้าตรวจค้นบริษัท สามเมืองเจริญรุ่งเรืองกิจ จำกัด ตั้งอยู่หมู่ที่ 9 ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี จนพบเจ้าหน้าที่รัฐกว่า 10 คน กำลังดำเนินการแก้ไขสำเนากระดาษคำตอบในระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อช่วยเหลือให้ผู้เข้าสอบที่ชำระเงินเพื่อแลกกับการบรรจุเข้าเป็นข้าราชการหรือพนักงานท้องถิ่น พ.ศ.2568 ให้สอบได้ โดยวิธีการทางโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อให้คะแนนในกระดาษคำตอบตรงกับคะแนนที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นประกาศในเว็บไซต์ไปก่อนหน้านี้แล้ว อันเป็นวิธีการทุจริตในการแก้ไขคะแนนสอบอันเป็นเท็จ
สำหรับการสอบดังกล่าว เป็นการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ปี 2568 (ประกาศเมื่อวันที่ 17 ก.พ.2568) ซึ่งเปิดรับสมัครทั้งหมด 87 ตำแหน่ง รวมทั้งสิ้น 6,669 อัตรา โดยเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า บ้านพักใน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ดังกล่าว ถูกใช้เป็นสถานที่สำหรับ “แก้ไขกระดาษคำตอบ” เพื่อปรับคะแนนให้ตรงกับรายชื่อของผู้ที่ยอมจ่ายเงิน มีผู้ต้องสงสัยคนสำคัญคือ ผู้อำนวยการ เทศบาลแห่งหนึ่ง จ.เพชรบูรณ์ เป็นผู้จัดเก็บ และซุกซ่อนกระดาษคำตอบไว้ที่สถานที่แห่งนี้ จากการนำกำลังเข้าตรวจค้นอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบหลักฐานสำคัญที่ใช้ในการกระทำความผิดจำนวนมาก
หลักฐานชิ้นสำคัญคือ สำเนากระดาษคำตอบของการสอบเมื่อวันที่ 15 ก.พ.2568 ของผู้เข้าสอบประมาณ 3,000 ราย โดยตรวจสอบพบว่ามีการแก้ไขคะแนนเสร็จสิ้นไปแล้วประมาณ 2,000 ราย จากการประเมินเบื้องต้น ขบวนการทุจริตสอบครั้งใหญ่นี้สร้างความเสียหายคิดเป็นมูลค่ารวมสูงถึง 4.5 พันล้านบาท
ไทม์ไลน์ของผู้บริหารระดับสูงในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) และรัฐมนตรีกำกับดูแล สถ.
การสอบแข่งขันในช่วงเปิดรับสมัครจนถึงประกวดราคาและประกาศรายชื่อเอกชนผู้ชนะ เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 7 มี.ค.-26 มิ.ย. 2568
การสอบแข่งขันภายหลังประกาศรายชื่อเอกชนผู้ชนะ จนถึงวันประกาศผลสอบ เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 7 ธ.ค. 2568-20 ก.พ. 2569
1.นายนฤชา โฆษกศิวิไลซ์ เป็นอธิบดีระหว่างวันที่ 17 พ.ย. 2567-28 ก.ค. 2568 (ปัจจุบันเป็นอธิบดีกรมการปกครอง)
2.ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ เป็นอธิบดีระหว่างวันที่ 29 ก.ค. 2568-11 พ.ย. 2568
3.นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล เป็นอธิบดีระหว่างวันที่ 12 พ.ย. 2568 (ปัจจุบันถูกคำสั่งปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้ย้ายไปช่วยงานตามที่ปลัดกระทรวงฯสั่งการ)
ขณะที่ “รัฐมนตรี” ประจำกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแลกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มี 3 คน แบ่งออกเป็น 2 ช่วงรัฐบาล ได้แก่
1.อนุทิน ชาญวีรกูล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ในรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร ในช่วงเวลานั้น “อนุทิน” แบ่งงานกำกับดูแลแก่ รมช.มหาดไทย ในคำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่ 286/2567 ลงวันที่ 16 ก.ย. 2567 โดยมีตัวเขาเองเป็นผู้กำกับดูแลกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ระหว่างวันที่ 3 ก.ย. 2567-19 มิ.ย. 2568
2.เดชอิศม์ ขาวทอง รมช.มหาดไทย กำกับดูแลกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ในยุค ภูมิธรรม เวชยชัย ดำรงตำแหน่งรองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ในรัฐบาลแพทองธาร ระหว่างวันที่ 30 มิ.ย.-19 ก.ย. 2568
3.ทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย กำกับดูแลกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ในยุค อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ (ครั้งที่ 1) และ รมว.มหาดไทย ระหว่างวันที่ 30 ก.ย. 2568-30 มี.ค. 2569
อย่างไรก็ดีผู้เกี่ยวข้องในไทม์ไลน์นี้ทั้งหมด ได้ออกมาชี้แจงผ่านสื่อแล้ว เช่น “เดชอิศม์ ขาวทอง” ชี้แจงยืนยันว่า กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเรื่องนี้ จบไปแล้ว 4 วัน ก่อนที่ตัวเขาเข้ามารับตำแหน่ง และในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่ง รมช.มหาดไทยนั้น เกิดการร้องเรียนและอุทธรณ์การประกวดราคาขึ้น ก่อนที่ตัวเขาจะพ้นจากตำแหน่ง ทราบเรื่องว่า ยังคาอยู่ในกรมบัญชีกลาง
ส่วน “ทรงศักดิ์ ทองศรี” ให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า เมื่อครั้งเป็น รมช.มหาดไทย มีการกำชับอย่างเด็ดขาดถึงขั้นลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ให้มีหลายหน่วยงานมาช่วยตรวจสอบติดตามเพื่อไม่ให้มีการทุจริตในการจัดสอบ
เมื่อถามว่า ในขณะที่เกิดเหตุท่านเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยมาหลายสมัย นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า มีข่าวว่าเป็นรัฐมนตรีช่วย ตนเป็นรัฐมนตรีช่วยจริงๆ ไม่ได้ปฏิเสธอะไร แต่ไม่น่าจะเป็นรัฐมนตรีช่วยที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
ขณะที่ “นฤชา โฆษกศิวิไลซ์” ออกเอกสารข่าวชี้แจงเรื่องดังกล่าวว่า ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างนั้น มีการแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณา TOR การสอบแข่งขัน เชิญหน่วยงานที่ลงนามใน MOU ให้ความเห็นเพื่อให้การสอบแข่งขันเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด โปร่งใส ปราศจากการทุจริต โดยภายหลังการประกวดราคา มรภ.สุรินทร์ ยื่นอุทธรณ์ผลการประกวดราคา แต่กรมบัญชีกลางยกคำร้องไป ดังนั้นการลงนามเอกสารผู้ชนะการประกวดราคานั้น เป็นขั้นตอนตามปกติของการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบกฎหมาย
ต่อมานายนฤชาพ้นจากตำแหน่งไปเมื่อ 28 ก.ค. 2568 มรภ.สุรินทร์ มีการยื่นอุทธรณ์คำร้องโดยเรื่องไปยังคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรียนกรมบัญชีกลางเป็นผู้วินิจฉัย ต่อมา 8 ต.ค. 2568 มีการประกาศผู้ชนะกการประกวดราคา และมีหนังสือแจ้งให้ผู้ชนะประกวดราคามาลงนามในสัญญาในวันที่ 24 ต.ค. 2568 ภายหลังตัวเขาพ้นจากตำแหน่งไปแล้ว โดยกระบวนการจัดสอบแข่งขัน เริ่มขึ้นหลังจากที่ดำเนินการลงนามในสัญญาจ้างแล้ว
ขณะที่ มศว ออกเอกสารชี้แจงเรื่องนี้เมื่อ 24 มิ.ย.ตอนหนึ่งว่า ยู่ระหว่างพิจารณาตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว และพร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน รวดเร็ว รอบด้าน และเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย และจะดำเนินการเปิดเผยข้อมูลในส่วนที่สามารถเปิดเผยได้ตามกฎหมาย เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏอย่างชัดเจน โปร่งใส และเป็นประโยชน์ต่อการสร้างความเชื่อมั่นของสาธารณชน
ขอยืนยันเจตนารมณ์ในการปฏิบัติภารกิจด้วยความรับผิดชอบ ยึดมั่นในมาตรฐานทางวิชาการ และคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ โดยจะดำเนินการในเรื่องดังกล่าวด้วยความรอบคอบ และเป็นธรรม พร้อมรายงานความคืบหน้าต่อไป
ขณะที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ออกเอกสารข่าวชี้แจงวานนี้ (23 มิ.ย.69) เช่นกันว่า เรื่องนี้มีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้ว
ล่าสุด เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ว่า มท.มีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้เช่นกัน โดยมีนายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ด้านการพัฒนาชุมชนและส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ดำเนินการสอบข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน
ทั้งหมดคือไทม์ไลน์ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ในเหตุการณ์การสอบท้องถิ่น ซึ่งถูก ป.ป.ช.-ตำรวจ เข้าไปบุกตรวจค้นและขยายผลในเรื่องทุจริต อย่างไรก็ดีปัจจุบันยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ใดอย่างเป็นทางการ ดังนั้นบุคคล และนิติบุคคลทั้งหมด จึงยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่


