"โสภณ" เตะเบรกห้ามสาวไส้ “TH-AI Passport” กลางที่ประชุมสภาฯ หลัง “วรงค์” เปิดข้อมูลความสัมพันธ์บริษัทร่วมประมูล-รับงาน ส่อล็อกสเปค-เอื้อเอกชน
ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาฯ ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณาเรื่องด่วน ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ.. ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอ วงเงิน 10,328 ล้านบาท
ตอนหนึ่งของการอภิปรายของ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้อภิปรายถึงรายละเอียดเชิงลึกของโครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม วงเงิน 1,645 ล้านบาท ที่ส่อว่าไม่โปร่งใส เอื้อประโยชน์ ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่าราคากลางของโครงการดังกล่าวมีบริษัทเอกชนเข้าร่วมในการเสนอ 2 บริษัท คือ บริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) และ บริษัทยูไนเต็ด อินฟอร์เมชั่น ไฮเวย์ จำกัด ทั้งนี้โครงการดังกล่าวมี 3 บริษัทเข้าร่วมประมูล ซึ่งบริษัทยูไนเต็ดฯ ได้เข้าร่วมประมูลโครงการดังกล่าวด้วย แต่บริษัทที่ชนะประมูล คือ กิจการร่วมค้าทีเอช ที่เสนอราคา 1,621 ล้านบาท และได้ทำสัญญาจ้างแล้ว อย่างไรก็ดีจากที่ตนตรวจสอบพบบริษัทที่เข้าร่วมประมูล 1 รายมีที่ตั้งเป็นบ้านพักอาศัย มีที่จอดรถเพียง 1 คัน แต่กลับเข้าร่วมประมูลโครงการขนาดพันล้านบาทได้
นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่าสำหรับกิจการร่วมค้าทีเอช มี 2 องค์กรหลัก คือ บริษัท เทิร์นคีย์ที่มีชื่อเป็นบริษัทที่ร่วมสืบราคากลาง และ บริษัทฮิวแมน อินเทลลิเจนท์ จำกัด หลังจากเกิดกระแสปลัดกระทรวงดีอีได้ทำประชาพิจารณา พบว่าตัวแทนของกิจการร่วมค่าทีเอชได้เข้าร่วมชี้แจง ซึ่งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของบริษัทฮิวแมน และเคยเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาฝ่ายการตลาดและพันธมิตรธุรกิจบริษัทแพลน บี
นพ.วรงค์ อภิปรายต่อว่า ขณะที่ทีโออาร์ของโครงการ TH-AI Passport มี 17 หัวข้อ 33 หน้า ข้อที่สำคัญคือ ข้อที่ 4 ขอบเขตดำเนินการ ที่มีสภาพบังคับต้องมี ที่เชื่อมโยงไปที่ข้อที่ 8 ว่าด้วยการชำระเงินที่แบ่งเป็น 5 งวดๆละ 20%
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อภิปรายถึงข้อมูลดังกล่าว พบว่ามี สส.ภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วง เพราะเป็นรายละเอียดที่ไม่เกี่ยวข้องกับการอภิปรายร่างพ.ร.บ.โอนงบประมาณในวาระรับหลักการ โดยนายโสภณ กล่าววินิจฉัยตอนหนึ่งด้วยว่า หากมีรายละเอียดหลักฐานขอให้นำไปใช้ในโอกาสของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือ กระทู้ถาม เพราะลงลึกเกินเนื้อหา ไม่ใช่วาระพิจารณาร่างพ.ร.บ.โอนงบประมาณ พร้อมกับย้ำขอให้รักษาบรรยากาศการประชุมด้วยการรักษาข้อบังคับ
แม้นพ.วรงค์ จะพยายามอภิปรายว่าเป็นข้อกังวลต่อความไม่โปร่งใสของการใช้งบประมาณและโครงการ TH-AI Passport นั้นมีข้อกังวลต่อการล็อกสเปค ซึ่งการใช้เงินภาษีของประชาชนนั้นต้องเน้นความโปร่งใส ส่วนความไม่โปร่งใสนั้นอยู่ที่ทีโออาร์ แต่สส.ภูมิใจไทยยังยืนยันการประท้วงว่าผิดข้อบังคับ
ทำให้ในตอนท้ายนายโสภณ วินิจฉัยย้ำโครงการดังกล่าวไม่ได้พิสูจน์ว่าล็อกสเปคหรือไม่โปร่งใส หากพูดไปอาจเข้าข่ายใส่ร้าย หากพูดประเด็นนี้อีกตนจะไม่อนุญาตและขอให้ยุติการอภิปราย จากนั้นได้เรียกให้ผู้อภิปรายลำดับถัดไปให้อภิปรายต่อทันที


