วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม 2569

Login
Login

ล็อกเป้า ‘2 ร่างกฎหมายงบ’ ศึกสภาฯ รบ ‘รัฐบาลสีน้ำเงิน’

“รัฐบาล” วางคิว ให้ “รัฐสภา” พิจารณา “ร่างกฎหมายงบประมาณ” 2 ฉบับที่สำคัญ ติดต่อกัน โดยวันนี้ (25 มิ.ย.2569)เป็นคิวพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ… ซึ่งโยกงบประมาณตามกฎหมายงบ ปี 69 ไปใส่ไว้ใน “งบกลาง” ในส่วนรายการเงินสำรองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉิน หรือจำเป็น จำนวน 10,328 ล้านบาท

 วันที่ 29 มิ.ย.69 ต่อเนื่องถึง 1 ก.ค.69 เป็นคิวพิจารณา “ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท” ในวาระแรก

ไฮไลต์ของเรื่องนี้ ถูกฉายไปที่การพิจารณาต่อประเด็นการ “โอนงบประมาณหมื่นล้านบาท” ตามเหตุผลที่คณะรัฐมนตรีเขียนไว้ในร่างกฎหมายที่เสนอต่อสภาฯ คือ 1.แก้ปัญหา 2.ฟื้นฟู และ 3.บรรเทาผลกระทบวิกฤตการณ์ด้านเศรษฐกิจ และสังคม จากปัจจัยภายใน และภายนอกประเทศ ที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนและระบบเศรษฐกิจโดยรวม

พร้อมมีคำอธิบายในเนื้อหาด้วยว่า ปัญหาที่จำเป็นต้องใช้งบหมื่นล้านไปแก้ไข ฟื้นฟู และบรรเทาผลกระทบนั้น มาจากความยืดเยื้อของสถานการณ์ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ปัญหาความมั่นคงชายแดน ความผันผวนของตลาดการเงิน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และปัญหาภัยพิบัติอื่นที่อาจเกิดขึ้นในช่วงปลายปีงบประมาณ

ล็อกเป้า ‘2 ร่างกฎหมายงบ’ ศึกสภาฯ รบ ‘รัฐบาลสีน้ำเงิน’

ขณะที่ในการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา เมื่อ 9 เม.ย.2569 ซึ่ง “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ย้ำถึงแผนเบื้องต้นที่จะโอนงบประมาณปี 2569 ไปใช้จ่ายคือ เยียวยาผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมัน ที่ส่งผลต่อการดำรงชีพ และการประกอบอาชีพ ของคนไทย บรรเทาผลกระทบต่อผู้ประกอบการธุรกิจ หรืออุตสาหกรรมในประเทศ ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติตะวันออกกลาง ซึ่งตอนนั้นมีการประเมินมูลค่าผลกระทบหลักแสนล้านบาท 

สอดคล้องกับสิ่งที่ “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกฯ และรมว.คลัง เคยให้สัมภาษณ์ถึงความคาดหวังว่า จะดึงงบประมาณปี 2569 ของหน่วยงานที่ทำสัญญาได้ไม่ทันในเดือนเม.ย. มาใส่ในกฎหมายโอนงบ และตั้งเป้าว่าจะทำยอดได้ 8 หมื่น-แสนล้านบาท

ล็อกเป้า ‘2 ร่างกฎหมายงบ’ ศึกสภาฯ รบ ‘รัฐบาลสีน้ำเงิน’

ทว่า เอาเข้าจริง เมื่อ “ร่าง พ.ร.บ.โอนงบ” ได้ตัวเลขที่แน่นอน และเสนอต่อสภาฯ กลับมียอดต่ำกว่าเป้า ทำได้จริงเพียง 10,328 ล้านบาทเท่านั้น 

ทำให้ “ฝ่ายค้าน” อย่าง “พรรคประชาชน-พรรคประชาธิปัตย์” ตั้งคำถามสำคัญ ถึงผลลัพธ์ที่ประชาชนจับต้องได้ หรือเป็นแค่การทำนโยบายเลี้ยงไข้ไปวันๆ

ขณะเดียวกัน ยังตั้งคำถามถึงความจงใจ “โอนงบฯ 69 ที่ต่ำกว่าเป้า” ว่า เพื่อเจือสมกับ “พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท” ที่รัฐบาลใช้อำนาจออกเป็นกฎหมายไปก่อนหน้านี้

สิ่งที่เป็นข้อคาใจ “สาทิตย์ วงศ์หนองเตย” แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่า เหตุที่รัฐบาลทำร่างพ.ร.บ.งบฯ โอนงบล่าช้า และทำยอดได้เพียงหมื่นล้านบาท ต่ำจากยอดที่ “รมว.เอกนิติ” เคยพูดไว้ว่า จะทำให้ได้ 8 หมื่นถึงแสนล้านบาท นอกจากสะท้อนการบริหารจัดการงบประมาณแล้ว แต่นัยหนึ่งอาจสะท้อนได้ว่า เมื่อโอนงบฯ ได้น้อย ทำให้เพิ่มน้ำหนักให้กับการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เมื่อเดือนพ.ค.ว่า มีความจำเป็น

ล็อกเป้า ‘2 ร่างกฎหมายงบ’ ศึกสภาฯ รบ ‘รัฐบาลสีน้ำเงิน’

“พรรคประชาธิปัตย์ไม่ติดใจเรื่องตัวเลข แต่ติดใจว่า ทำไมรัฐบาลถึงทำออกมาช้า ทั้งที่หากทำเร็วกว่านั้น ทำยอดให้ได้ตามเป้า จะสามารถตัดประเด็นที่รัฐบาลต้องออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทไปได้” สาทิตย์ ระบุ

พร้อมมองอีกว่า ร่าง พ.ร.บ.โอนงบ ที่ “รัฐบาล-อนุทิน” ทำ เป็นการทำแบบ “แก้บน” ไม่ใช่ “แก้ปัญหา” เพราะเมื่อทำตัวเลขออกมาแล้วได้จำนวนน้อย คำถามสำคัญคือ จะได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันมากน้อยแค่ไหน

 

 

สอดคล้องกับ “ศิริกัญญา ตันสกุล” หัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรคประชาชน ที่มองในมุมการดึงงบประมาณออกจากหน่วยงานรับงบประมาณ นอกจากจะกระทบต่อการชะลอการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานแล้ว สิ่งสำคัญคือ ผลกระทบต่อสถานะทางการคลังของรัฐบาล ที่เกิดจากการจัดเก็บรายได้ที่ไม่เข้าเป้า และอาจตามมาด้วยนโยบายที่ผู้เสียภาษีอาจได้รับผลกระทบทางภาษี

“สำนักงบประมาณชี้แจงต่อวิปฝ่ายค้านว่า ยังมีภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่มีแหล่งเงินรองรับ อีกประมาณ 50,000 ล้านบาท เช่น มาตรการเยียวยาผลกระทบชายแดนไทย-กัมพูชา เงินชดเชยโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม และค่าสาธารณูปโภคของหน่วยงานรัฐ เมื่อโอนได้เพียง หมื่นล้าน แต่ยังขาดอยู่อีก 4 หมื่นล้านบาท ดังนั้น กังวลว่ารัฐบาลจะหารายได้จากแหล่งใดมาปิดปีงบประมาณ 2569 ในช่วงเวลาที่เหลืออีกเพียง 3 เดือน” ศิริกัญญา กล่าว

เท่ากับว่า สิ่งที่ “ฝ่ายตรวจสอบ” มองภาพการทำงานของ “ฝ่ายบริหาร” ยังขาดประสิทธิภาพ เพราะอาจมองการแก้ปัญหาในมิติเดียว โดยเฉพาะการคำนึงถึงความนิยมทางการเมืองเฉพาะหน้า มากกว่าการแก้ปัญหาให้ประชาชน และผลกระทบจากวิกฤติที่เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ การพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณ วิปรัฐบาลวางไทม์ไลน์ไว้ว่า จะให้เวลาอภิปราย 5 ชั่วโมง ก่อนลงมติรับหลักการวาระแรก ในวันนี้แล้วเสร็จ จะเริ่มประชุม กมธ.วิสามัญทันที และประชุมต่อเนื่องช่วงเสาร์-อาทิตย์ 27-28 มิ.ย.69 ก่อนนำเข้าสภาฯ วาระ 2 และ 3 ทันทีสัปดาห์หน้า

จากนั้น “ร่าง พ.ร.บ.งบ 70” จะถูกพิจารณาต่อไป โดยพรรคฝ่ายค้านได้ตั้งข้อสังเกตถึงการจัดสรรงบประมาณไว้เช่นกันว่า อาจไม่ตอบโจทย์การแก้ปัญหาเรื้อรัง แต่มุ่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เพราะถอดรหัสได้จากการจัดสรรงบฯกลางไว้ที่ 6.93 แสนล้านบาท ถือว่าที่สูงกว่าปี 69 จำนวน 5.99 หมื่นล้านบาท 

อีกทั้งไส้ใน ได้เพิ่มรายการใหม่ คือ ค่าใช้จ่ายเพื่อแก้ไขปัญหา ฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม และรองรับผลกระทบจากวิกฤติความผันผวนของราคาพลังงาน 1.2 หมื่นล้านบาท เท่ากับ “ตีเช็คเปล่า”ให้รัฐบาลสีน้ำเงินควักไปใช้ โดยไม่ต้องระบุโครงการ หรือถูกตรวจสอบจากฝ่ายค้านก่อน

ดังนั้น ต้องจับตาศึกสภาฯ วาระ “ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ” ที่จัดคิวต่อเนื่อง ว่าฝ่ายค้านจะฝากแผลให้ “รัฐบาล” ได้มากน้อยแค่ไหน ก่อนที่เทอมแรกของสมัยประชุมสภาฯ จะสิ้นสุดลง 11 ก.ค.69 นี้

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์