วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

'เท้ง' พร้อมสู้คดี 44 สส. ศาลนัด 30 มิ.ย. ปลุก ปชช.กดดันทำตรงไปตรงมา

'ณัฐพงษ์' ยันพร้อมสู้คดี 44 สส.ส้มนัดแรก 30 มิ.ย. มั่นใจทีมกฎหมาย บอกลงชื่อแก้ ม.112 ไม่ควรถูกฟ้อง ปลุก ปชช.กดดัน กระบวนการยุติธรรมต้องตรงไปตรงมา

เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.69 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลฎีกา นัดพิจารณาคดี 44 สส.ก้าวไกล ถูกกล่าวหาฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมฯ กรณีแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ครั้งแรก ในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ มีการเตรียมความพร้อมอย่างไร ว่า เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ เชื่อมั่นในทีมกฎหมายของพรรค ยืนยันว่าการที่พวกเรายื่นร่างแก้ไขกฎหมาย ก็ไม่ควรที่จะเป็นสาเหตุทำให้เราถูกฟ้องร้องดำเนินคดีนี้
 
เมื่อถามว่า ข้อต่อสู้ตั้งธงประเด็นไหนเป็นพิเศษหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จริง ๆ ข้อต่อสู้ก็เหมือนเดิมกับที่เราได้เคยสื่อสารไปแล้วทุกประการ คงไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลง หวังว่าทางหน่วยงานต่างๆก็คงจะให้ความเป็นธรรมกับพวกเรา

ส่วนการใช้ข้อต่อสู้แบบเดิมจะทำให้ชนะหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ตัวเองและเพื่อนๆร่วมพรรค ถ้าต่อสู้เพียงลำพัง และต่อสู้ในระบบเพียงอย่างเดียว ยอมรับว่าหลายๆคนอาจจะมองว่า สู้ไปก็ไม่ชนะ แต่อย่าลืมว่าการต่อสู้ของพวกเราที่ผ่านมา ถึงแม้เป็นพรรคฝ่ายค้าน แต่เราก็สามารถสร้างสิ่งที่สำเร็จแล้วหลายๆอย่าง ที่มาจากเสียงของประชาชนข้างนอกสภาช่วยกันกดดันสนับสนุนด้วย ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายแรงงาน สมรสเท่าเทียม สุราก้าวหน้า เรื่องนี้ก็เช่นเดียวกันในระบบเราก็สู้ของเราเต็มที่ นอกระบบที่หมายถึงเสียงของประชาชนนอกสภา ที่ทุกคนต้องช่วยกันส่งเสียงเรียกร้องกดดันเช่นเดียวกัน ว่าสิ่งที่พวกเราอยากได้คือกระบวนการยุติธรรมที่ตรงไปตรงมา และการเมืองที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง

  • หวั่นรัฐบาล 'จับแพะ' ปมโกงสอบท้องถิ่น บี้ตรวจคนตัวเอง ไม่ใช่แค่ ขรก.

นายณัฐพงษ์ ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณี การแต่งตั้งโยกย้ายผู้ว่าฯและข้าราชการที่ จ.ภูเก็ต ว่า ประชาชนในจังหวัดก็ตั้งคำถามว่าข้อหาคืออะไร หรือกำลังย้ายเพื่อเอาเครือข่ายของตนเองไปแทนที่  นอกจากนี้ยังมีประเด็นการสอบข้าราชการท้องถิ่น ที่ตนได้รับเรื่องร้องเรียน ข้าราชการส่วนท้องถิ่นบอกว่าการที่ระงับคนบรรจุที่เคยสอบไปแล้ว เอาเฉพาะคนที่มีปัญหาไม่ได้เห็นแย้งเลย แต่การระงับทั้งหมดเดือดร้อนมากคนบริสุทธิ์จำนวนมากที่เข้าสอบปกติไม่ได้ทุจริตในการสอบ กลายเป็นว่าได้รับผลกระทบทั้งหมด การที่มีการทุจริตสอบท้องถิ่นหน่วยงานที่เป็นเจ้าภาพในการตรวจสอบก็คือส่วนกลาง เรื่องนี้ ท้องถิ่นกำลังจะกลายเป็นแพะ 

นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า เมื่อนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีออกตัวขนาดนี้แล้วพยายามขึงขังกับเรื่องนี้ ตนอยากเขาตรวจสอบคนของตัวเองในฝั่งการเมืองด้วยไม่ใช่ตรวจสอบกับฝั่งข้าราชการอย่างเดียว ย้ายผู้ว่าฯ ย้ายรองผู้ว่าฯจัดการกับอธิบดีกรมส่งเสริมต่างๆแต่อย่าลืมว่านักการเมืองในสังกัดเครือข่ายสีน้ำเงินเคยจัดการหรือไม่

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้เคยมีข่าว เรื่องสุพรรณบุรีเขต2 มีการจัดการอะไรหรือไม่ ในขณะที่สังคมตั้งคำถามว่าพรรคประชาชนจะจัดการยังไงกับสส.ของตนเอง โดยเรายืนยันว่าเราจัดการด้วยมาตรฐานที่เราทำมาโดยตลอด และตั้งคำถามกลับไปยังฝั่งรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยเช่นเดียวกันว่าจะจัดการกับนักการเมือง ของตนเองอย่างไรกับข่าวที่ออกมา

"ถ้ามีฝั่งการเมืองเกี่ยวข้องด้วยอยากให้นายกรัฐมนตรีเทคแอ็คชั่นขึงขัง จริงจังแบบเดียวกับที่กำลังดำเนินการกับข้าราชการ ซึ่งไม่จำเป็นต้องรอกระบวนการยุติธรรมใดๆ ไม่ต้องรอกระบวนการเข้า ป.ป.ช.หรือกระบวนการอีกหลายอย่างที่ต้องใช้เวลาอีกหลายปี หลายๆอย่างใช้กลไกการกำกับดูแลภายในพรรคของคุณเอง ก็จัดการได้แล้ว" นายณัฐพงษ์ กล่าว

เมื่อถามว่ากระบวนการยับยั้งถือว่ามาถูกทางแล้วใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ไม่ว่าใครเป็นนายกรัฐมนตรีถ้ามีข้อมูลแบบนี้สิ่งแรกที่ต้องทำคือเอาคนที่อาจจะเกี่ยวข้องออกจากระบบ ไม่ใช่เป็นสิ่งที่ผิด ถ้าเทียบเคียงกับกรณีจ.ภูเก็ต สิ่งที่ประชาชนตั้งคำถามคือตกลงแล้วสาเหตุในการแต่งตั้งโยกย้าย เป็นเรื่องความผิดอะไร หรือมีเหตุผลอะไรอยู่เบื้องหลังที่ต้องการเอาคนของตนเอง โยกย้ายไปสวมแทน จึงอยากให้นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลออกมาให้ความชัดเจน อย่าให้สังคมตั้งคำถามว่าสิ่งที่มีการโยกย้ายเป็นเพียงแค่ฉากบังหน้า