'ณัฐพงษ์' ลั่นอย่าปล่อยให้กลุ่มการเมือง บิดคำพูดปมเลือกตั้ง สสร.100% ไม่หวั่นถ้ามีคนร้องศาลชี้ขาด ยกแก้กติกาสูงสุดได้ ประเทศจะดีขึ้น
เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2569 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงการเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญ ว่าทุกคนจะต้องช่วยส่งเสียงเรียกร้องในการกดดัน ว่าสิ่งที่ต้องการคือกระบวนการยุติธรรมที่ตรงไปตรงมา และการเมืองที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง ขณะนี้ภาคประชาชนหรือคอนฟอออล กำลังดำเนินการเข้าชื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต้องการอย่างน้อย 50,000 รายชื่อ จึงเชิญชวนประชาชนร่วมลงชื่อสนับสนุนร่างฉบับนี้ พร้อมระบุถึงความเห็นของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ว่าขณะนี้สามารถเลือกตั้ง สสร. ได้โดยตรง อย่าปล่อยให้กลุ่มการเมืองบางกลุ่ม พยายามบิดคำพูดของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ว่าสุดท้ายเป็นความเห็นไม่เท่ากับคำวินิจฉัย
"เหตุผลลึก ๆ คาดว่ามีความพยายามเหนี่ยวรั้งกระบวนการเหล่านี้อยู่ เชิญชวนแสดงพลังในการเข้าชื่อสนับสนุนร่างเพื่อให้การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นฉบับของประชาชนอย่างแท้จริง ผมเชื่อว่าหากแก้กติกาสูงสุดของประเทศได้ กติกาการเมืองก็จะดีขึ้น กระบวนการยุติธรรมก็จะโปร่งใสมากขึ้น" นายณัฐพงษ์กล่าว
เมื่อถามว่าพรรคประชาชนถอนร่างรัฐธรรมนูญไปแล้ว ไทม์ไลน์หลังจากนี้จะเป็นอย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตอนนี้หลายพรรคการเมือง รวมถึงพรรคประชาชน พยายามปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับความเห็นของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมาคือให้ สสร. มาจากการเลือกตั้งโดยตรงได้ และต้องการส่งคำถามกลับไปประธานรัฐสภา ว่าเมื่อมีความเห็นของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกมาเช่นนี้ หากประธานรัฐสภาไม่ได้มีเหตุผลซ่อนเร้นว่าต้องการรีบเร่งกระบวนการให้ได้หน้าตารัฐธรรมนูญ ที่ควบคุมได้ทั้งหมดผูกขาดได้ทั้งหมด คิดว่าการชะลอการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฉบับ โดยพิจารณารายมาตราแทนไม่ใช่เรื่องที่เสียหาย
“รอร่างจากภาคประชาสังคม รอร่างจากพรรคการเมืองต่างๆ รวมถึงพรรคประชาชน มีการปรับปรุงแก้ไขเสร็จและพิจารณาพพร้อมกันทีเดียว ก็จะสวยงาม มากขึ้น และเป็นกระบวนการ ที่ถูกต้องมากขึ้น” นายณัฐพงษ์ กล่าว
เมื่อถามว่ากังวลเรื่องคนไปร้องหรือไม่เพราะมีคนคิดว่ามีคำวินิจฉัยไปแล้ว นายณัฐพงษ์ กล่างว่า อย่าลืมว่านายพริษฐ์ วัชรสินธุ ให้สัมภาษณ์ไปแล้วว่าก่อนหน้านี้พรรคเคยพยายามใช้กลไกต่างๆ ขอความเห็นจากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งการให้ความเห็นครั้งนี้ก็สอดคล้องกับคำวินิจฉัยที่ออกมา เช่นกรณีการทำประชามติ2 ครั้ง หรือทำประชาม3 ครั้ง ซึ่งกรณีนี้ก็เป็นความเห็นจากตุลาการโดยตรง คนที่ให้ความเห็นกล่าวว่าไม่ใช่ความเห็นส่วนตัวเป็นความเห็นในที่ประชุมร่วมตอนที่ร่างวินิจฉัยรวม จึงเชื่อว่าสิ่งที่กรรมาธิการได้รับมาจากความเห็นของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเป็นสิ่งที่เชื่อถือได้ และไม่ได้กังวลว่าการปรับปรุงร่างฉบับใหม่ จะขัดหรือแย้งต่อคำวินิจฉัยที่ออกมา





