"ปธ.พรรคเศรษฐกิจ" แฉกระบวนการ ซอยย่อยงบกทม. เอื้อเอกชน ชี้ "ชัชชาติ-เครือข่าย-ส.ก." ส่อร่วมมือทำไม่โปร่งใส พร้อมยื่นญัตติสภาฯ ปฏิรูประบบตรวจสอบกทม.
ที่รัฐสภา นายคริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ และประธานพรรคเศรษฐกิจ แถลงความคืบหน้าการตรวจสอบเครือข่ายการทุจริตในกทม. หรือ ระบอบอากง ว่า กทม. มีงบประมาณรวมปีละ 1หมื่นล้านบาท และได้รับการสนับสนุนจากงบประมาณแผ่นดินมากกว่า 3.6หมื่นล้านบาท ซึ่งในขั้นตอนการพิจารณางบประมาณของกทม. ทราบว่ามักมีการประสานงานระหว่างฝ่ายบริหารกับ สมาชิกสภากรุงเทพ (ส.ก.) เพื่อให้ความเห็นชอบร่างงบประมาณ จากนั้นจะมีกระบวนการปรับลดงบประมาณบางส่วน และนำงบประมาณที่ถูกตัดลดไปจัดสรรใหม่ในลักษณะที่เอื้อต่อกลุ่มบุคคลบางกลุ่ม
นายคริส กล่าวต่อว่าสำหรับงบประมาณที่ถูกจัดสรรลงพื้นที่ของ ส.ก. แต่ละเขต อาจถูกนำไปแบ่งเป็นโครงการย่อยจำนวนมากให้มีวงเงินต่ำกว่า 500,000 บาท เพื่อหลีกเลี่ยงการประมูล และเปิดช่องให้ใช้วิธีคัดเลือกผู้รับจ้างหรือผู้ขายสินค้าแบบเฉพาะเจาะจง ซึ่งอาจนำไปสู่การเรียกรับผลประโยชน์ตอบแทนหรือเงินทอนจากผู้รับเหมาและผู้ประกอบการที่ได้รับงาน
นายคริส กล่าวต่อว่า สำหรับการรับงานกทม.ของเอกชนในหลายเขตพบความผิดปกติ เช่น เขตบางนา พระโขนง บางแค บางซื่อ จตุจักร ราชเทวี ลาดพร้าว ยานนาวา ทวีวัฒนา ตลิ่งชัน และพระนคร ที่ในพื้นที่ดังกล่าวมี ส.ก.สังกัดพรรคการเมืองหลายพรรค รวมถึงพรรคการเมืองสีส้ม ซึ่งข้อมูลทั้งหมดจะรวบรวมและยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) ในสัปดาห์หน้า เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ขณะเดียวกันขอให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าฯกทม. และบุคคลที่ถูกเรียกว่าเป็นระบบอากง รวมถึง ส.ก.ในพื้นที่ ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงกับประชาชนถึงความสัมพันธ์กับบริษัทที่ได้รับงาน รวมทั้งชี้แจงกระบวนการจัดสรรงบประมาณและการดำเนินโครงการต่างๆ ว่าเป็นไปอย่างโปร่งใสหรือไม่
"ยืนยันว่าการตรวจสอบครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่บุคคลหรือพรรคการเมืองใดเป็นการเฉพาะ และผมย้ำอีกครั้งว่าไม่ใช่เรื่องถูกกฎหมายหรือวิธีการจัดจ้างแบบที่อดีตผู้ว่าฯกทม.พูด ถ้าท่านจัดจ้างแบบซอยย่อยเป็นความผิดอาญา ติดคุก แล้วเดี๋ยวไปนั่งคุยกันว่าตกลงว่าที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าฯกทม. พูดว่าทำถูกทุกอย่าง ถูกจริงไหม จะมีคนหลุดจากเก้าอี้หรือไม่” นายคริส กล่าว
นายคริส กล่าวต่อว่าพรรคเศรษฐกิจได้เสนอญัตติศึกษาการปฏิรูประบบบริหารกรุงเทพฯ ทั้งระบบ โดยครอบคลุมการทบทวนอำนาจหน้าที่ของผู้ว่าฯกทม. การแก้ปัญหาความซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น ที่สำคัญคือการสร้างกลไกป้องกันและปราบปรามการทุจริตในกรุงเทพฯอย่างเป็นรูปธรรม โดยข้อเสนอสำคัญของพรรคฯคือ การจัดตั้งองค์กรอิสระด้านการต่อต้านคอร์รัปชันประจำกรุงเทพฯ ทำหน้าที่ตรวจสอบการทุจริตโดยเฉพาะไม่ขึ้นตรงต่อผู้ว่าฯกทม.หรือปลัดกทม. มีวาระดำรงตำแหน่ง 6 ปี และคัดเลือกจากคณะกรรมการที่ประกอบด้วยตัวแทนจากศาลฎีกา ศาลปกครอง ป.ป.ช. สภากรุงเทพฯ และผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อให้เป็นองค์กรกลางที่สามารถตรวจสอบการใช้งบประมาณได้อย่างอิสระ


